คำเตือน : เอนทรี่นี้อาจไม่แซ่บเท่าที่หวัง ขออภัยในความนิ่มนวล
 
ผู้อ่านทุกท่าน และผีบ้านผีบล็อกทุกตนครับ
นี่ก็คือปีที่แปดของเว็บไซต์ที่ติดอันดับแปดของประเทศละนะครับ
นับ ๆ ดูมันก็ผ่านไปไวเหลือเกิน
 
ย้อนดูตัวเองตอนนี้ ก็พบว่า
ผมเขียนบล็อกมาตั้งปี 2005
ตอนนั้นยังไม่มีระบบฮอตโพสเลย
บล็อกที่ขึ้นหน้าแรกคือบล็อกที่ยอดการเข้าชมสูงสุด 10 อันดับ
แน่นอนว่าต้องเป็นบล็อกที่อัพเพลงมาแปะ 
 
และเพศศึกษาของเจ๊นิวส์
 
ใครทันมั่ง...
 
จากวันนั้นถึงวันนี้ก็ 6 ปีแล้วสำหรับผม
ยังคงเขียน css ไม่เป็นเหมือนเดิม
และโง่เรื่องตกแต่งมาก
 
 
6 ปีในสังคมนี้ ที่ผมไม่ได้มีเพื่อนมากขึ้นเท่าไร
แต่กลับมีสิ่งดี ๆ มากมายเข้ามาในชีวิต
และในโอกาสนี้ ผมขอสรุปสิ่งที่ผมเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง
จากการใช้บริการสังคมเอ็กทีนนะครับ
 
 
 
1. อดีตเป็นครูให้ปัจจุบัน
 
มีคนบอกกับผมว่า อดีตผ่านไปก็อย่าไปเก็บมาใส่ใจ
ไม่งั้นจะเป็นคนที่ยึดติดกับอดีต
 
แต่แม้แต่โทนี่ สตาร์ก ยังรอดตายเพราะยังเก็บฐานพลังงานเก่าไว้
ดังนั้น บางเรื่องเราก็เก็บไว้เป็นประสบการณ์เพื่อสอนตัวเองได้ครับ
 
 
งานเขียนของผมช่วงปี 2005 - 2006 
เป็นอะไรที่กากเกินจะเรียกว่างานเขียน
เพราะยังไม่เข้าใจระบบ หรือจุดประสงค์ของการเขียนบล็อก
 
ยังหาตัวเองไม่เจอด้วย
 
ย้อนกลับไปอ่านแล้วทุเรศหัวใจ
แต่ก็ไม่ได้ลบทิ้งนะ ปล่อยไว้มองตัวเอง
อะไรที่อนาถ ๆ จะได้ไม่ไปทำซ้ำ
 
นอกจากนั้นยังมีนิสัยเสีย ๆ ที่ชอบทะเลาะกับชาวบ้าน และคะนองปากไปทั่วด้วย
นอกจากจะก่อปัญหาแล้ว ยังทำให้ภาพลักษณ์ผมดูแย่ด้วย
เสียงเชียร์ในตอนนั้น ไม่ได้วัดว่าผมทำถูกเลย
 
กระนั้นก็ดีครับ
ข้อผิดพลาดในอดีตถือว่าเป็นครูที่ดีในการพัฒนาตัวเองครับ
 
 
2. รู้เขา รู้เรา ย่อมเข้าใจคน
ผมไม่เคยเข้าใจการตลาด กระทั่งได้เรียนเมื่อสองปีก่อน
และก็รู้ว่ารู้จักนำหลักการตลาดมาใช้ตั้งแต่ต้นแล้ว
 
บล็อกผมเพิ่งมาเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ๆ ก็ตอนเขียนเรื่อง
7 ข้อระวังหากจีบสาวในเน็ต
ประสบการณ์ตรง ๆ ล้วน ๆ
แล้วยิ่งดังขึ้นอีกตอนที่เขียนเรื่อง 7 เรื่องที่มักเจอในการสร้างตัวละครเพื่อร่วมกิจกรรมคอมมิคต่าง ๆ
พวกความสามารถเว่อ ๆ 
 
สงสัยไปโดนใจสายแต่งนิยายด้วย
เลยฮอตมาก
 
 
แต่ถ้าสังเกตจะพบว่า มันเป็นที่นิยมก็เพราะมันเป็นสิ่งที่คนกำลังให้ความสนใจ
และมันเป็นสิ่งที่ใกล้ตัว
อีกทั้งเรารู้ด้วยว่าคนจะอ่านงานเรา เค้าเป็นคนกลุ่มไหน
 
ซึ่งตอนนั้นตอนนี้ก็ไม่เหมือนกันแล้วด้วย
 
พอจับจุดได้อย่างนั้น
ผมก็ใช้เคล็ดนี้ล่าฮอตเรื่อย ๆ
ตอนนั้นปี 2007-2008
อยู่ในค่ายทหาร มีอะไรก็ต้องเก็บไว้ในใจไม่ค่อยได้ระบายเท่าไร
เรื่องจะคิดจะพูดจะเล่ามันก็เลยเยอะตามไปด้วย
จะเป็นช่วงที่บล็อกผมอัดเอนทรี่่แน่นที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา
 
 
 
 
3. งานดีอาจไม่ฮอต งานฮอตอาจไม่ดี

ช่วงที่บ้าฮอต ก็พอจะจับจุดอะไรได้หลายอย่าง ๆ
ทำให้ผมมั่นพอที่จะสอนจระเข้ว่ายน้ำได้

ผมเขียนเรื่องเกี่ยวกับเทคนิควิชามารการขึ้นฮอตไว้ค่อนข้างมาก
ทั้งเรื่องทำไมคนฮอต ถึงฮอตเอาฮอตเอา
เขียนอะไรให้ติดฮอต 
อะไรคือปัจจัยที่ทำให้งานน่าอ่าน
 
เขียนจนผมเองก็เข้าใจหลักการขึ้นฮอต
แต่บรรลุว่า สุดท้ายแล้ว
การขึ้นฮอตก็ไม่ใช่ที่สุดของการเขียนบล็อก
 
ในขณะที่หลายคนโหยหาเหลือเกิน
คงเพราะต้องการ การยอมรับนั่นเอง
 
บางคนถึงกับน้อยเนื้อต่ำใจ
 
ผมก็เคยเป็นนะ ....แต่ผ่านมาแล้ว
 
และเห็นว่าบางคนที่งานเขียนดี ๆ แต่ไม่ได้ขึ้นฮอตหรือไม่มีคนอ่านเยอะเลยก็มีมาก
 
และบางบล็อกที่ฮอตก็ไม่ใช่ว่าจะมีเนื้อหาสาระอะไรที่เป็นประโยชน์เท่าไร
เช่นภาพวาด หรือการ์ตูนที่ฮอตเพราะฐานแฟนคลับมาช่วยกันอัดดาวให้
มันเป็นดาวไบแอส และดาวหน้ามืด ที่เอะอะปา เอะอะปาเท่านั้น
 
ขึ้นฮอตไปก็ไม่น่าภูมิใจเลย
เหมือนตลกเก๋า ๆ ยังไม่ทันปล่อยมุข คนก็ฮาให้ก่อนแล้ว
เค้าเรียกว่าบุญเก่า ครับ "กินบุญเก่า"
 
 
ที่สุดแล้ว การขึ้นฮอตมันก็แค่กระแสประชานิยม
ไม่ได้หมายความเราคือที่สุด
 
 
ณ จุดนี้ ที่สุดของการเขียนบล็อกคือ
ได้รับการปักหมุดโดยทีมงานตะหาก บร๊ะ ฮ่า ๆ ๆ
 
 
 
ไม่ใช่ว้อย
 
 
 
4. ที่สุดแล้วก็อยู่ที่ใ่จ
 
ผมเพิ่งกลับมาเล่นบล็อกจริง ๆ จังอีกครั้ง
มาขยันปล่อยของก็เมื่อต้น เมษาที่ผ่านมานี่เองครับ
 
ก็เพิ่งได้รู้ว่าต้อนนี้เราเดินทางมาถึงยุคใหม่ ของปี 2012
ผมว่าเอ็กทีนพัฒนาไปมาก
ชุมชนจากหมู่บ้านไปสู่ประเทศอย่างรวดเร็ว
ทั้งด้านความแปลกใหม่ที่เพิ่มเติม การแยกประเภทของงานที่หลากหลาย
การกระจายฮอตสู่บล็อก ระบบปักหมุดที่มีเพื่อแนะนำของดีที่ยังหลบใน
หรือแม้แต่ศักยภาพการทำงานที่เพิ่มขึ้น ทีมงานจากสองคน
มาสเตอร์แชมป์ก็กลายเป็น CEO ที่มีเวลาให้ตัวเองมากขึ้น
 
พอมองเข้าจริง ๆ เค้าได้อะไรมากมายเหรอ ?
จากการทำเว็บให้คนมาสุมหัวพ่นของในกบาล
มารับแรงก่นด่าจากคนที่ไม่เข้าใจ
มาปวดกะโหลกกับการพัฒนาระบบเอาใจชาวบ้าน
 
มาสเตอร์แชมป์ตลอดระยะเวลา 8 ปี ได้ไถหว่านอะไรไปมากมาย
และมันก็เกิดดอกออกผลไม่ได้หวือหวาอลังการอะไร
 
ค่าโฆษณาก็แค่พอประทังกันไปเดือน ๆ ไม่ได้รำ่รวยอู้ฟู่อะไร
 
ผมอาจจะคิดไปเองก็ได้
เค้าไม่ได้หวังอะไร ของจากความสุขเล็ก ๆ ของเค้า
เป้นความสุขแรกเริ่ม และอุดมคติตั้งต้นในการทำเอ็กทีน
ก็คืออยากให้คนไทยใช้บล็อกเป็น
 
พี่แชมป์คงมีความสุขที่ได้เห็นชุมชนของเค้ามีคนรักการเขียนและการอ่านมากขึ้น
นี่คือที่สุดของเค้าแล้ว ถึงอยู่มาตลอดจนแปดปี และยืนหยัดที่จะทำต่อไปโดยไม่ได้ท้อแท้
 
 
แล้วความสุขของเราชาวบล็อกล่ะ คืออะไร
งานเขียนมีคนยอมรับ
ไปไหนมีคนนับหน้าถือตา
ให้ชาวบ้านเรียกเราว่าคนดังแห่งเอ็กทีน เวลามีดราม่าจะได้นึกหน้าออกง่าย ๆ ?
 
สำหรับคนอื่ืนผมไม่รู้ครับ 
แต่ตอนนี้แล้ว สำหรับผมความสุขของผม
มันคือความบันเทิงในการได้ถ่ายทอดเรื่องราวของเราเองตะหาก
นั่นล่ะจุดประสงค์ของการเขียนบล็อกของผม
 
ที่เราได้พูดในสิ่งที่คิด มีอิสระที่จะเล่าสิ่งที่อยู่ในใจเรา
โดยที่ไม่มีใครมาเบรกเรา
และถึงเบรก ก็ไม่สามารถหยุดเราได้ (เพราะเราเกรียน)
มีคนที่พร้อมจะให้กำลังใจและรับฟังเรา โดยไม่สำคัญที่จำนวน
 
แค่นี้ก็สุด ๆ แล้วครับ
 
 
 
5. จงใจเกินไป มักไร้ความธรรมชาติ
 
เล่น ๆ ละดีจัง จริงจังละบรรลัย
เป็นอะไรที่ผมมักบ่นออกมาเสมอ...
 
อะไรที่เราตั้งใจ จงใจเกินไป คาดหวังเกินไป
มักขาดความเป็นธรรมชาติ มากเกินไป จริงจังเกินไป
ไร้เสน่ห์ครับ
 
แปลกใจเหมือนกันว่าบางเรื่องเราทุ่มเท่นำเสนอ
แต่เสียงตอบรับต่ำจนน่าสลด
 
บางเอนทรี่ผมกลั่นมาจากใจ
คนอ่านไม่เกิน 10 เมื่อก่อน 3 คนด้วยซ้ำ
 
บางเอนที่ผมทำเพื่อกระตุ้นยอดขาย
เอาไว้ล่อเป้า และเป็นเอนทรี่ทดลองทฤษฏ๊ฮอต
ไมไ่ด้ตั้งใจให้มันนิยม.... เสือกคนอ่านเยอะซะงั้น
 
เห้ย!! นี่มันอะไรแวะ !!
 
ทุกคนก็เคยผ่านจุดนี้มาใช่มั้ยครับ
เป็นเรื่องที่เรารู้กันแทบทุกคนแล้ว
ใคร ๆ ก็มักเจอ
 
 
 
6. ครองสื่อ ครองโลก
 
คุณผู้อ่านเชื่อมั้ยครับ ว่าตอนนี้ทุกท่านมีสื่อในมือ
สามารถที่จะชี้นำสังคมได้ในระดับหนึ่ง อย่างน้ิอยก็คนจำนวนหนึ่งที่ติดตามท่านได้
สามารถสร้างความคล้ิอยตาม หรือสร้างแรงต่อต้านก็ได้ ถ้าควบคุมมันได้
 
ไอ้ที่ผมบอกเสมอว่า ผมไม่ได้ชี้นำสังคมนะครับ ไม่ได้ขอให้ทุกคนเชื่อ
นั่นแหละครับผมสารภาพว่าผมกำลังพยายามชี้นำสังคมอยู่
 
 
ผมทำการทดลองด้วยการปล่อยงานเขียนหลาย ๆ แบบ
และติดตามวัดผลมาตลอด (โดยไม่ได้บอกกับใคร)
และพบว่า มันสามารถควบคุมได้จริง ๆ ครับ
 
เขียนงานเอาใจกระแสนิยมผมก็ทำได้
ผมสามารถบอกกับเพื่อนว่า เอนทรี่ผมอันนี้ต้องฮอต
ส่วนอันนี้ไม่ฮอต แต่คนจะเม้นท์เยอะ
 
ผมเคยทำสำเร็จมาแล้ว เพราะจับหลักได้ 
ผมเข้าใจแก่นของมัน
 
ผมสามารถที่ใช้มันเป็นแหล่งโฆษณาสินค้า
หรือกิจกรรมของผมได้
ทั้งทางตรงและแอบแฝง
 
โดยเทคนิคมีอยู่ว่าผมจะเขียนเอนทรี่แรง ๆ ฮา ๆ เจ๋ง ๆ
ให้เป็รนกต่อล่อเป้าขึ้นหิ้งฮอตไปก่อนตัวนึง
 
แล้วเว้นระยะสักแป้บ
จะทำให้คนอยากอ่านอะไรของเราต่อ
 
พอจังหวะมาแล้ว ก็ให้เราอัดที่อยากสื่อแต่แรก
ไม่ว่าจะขายของ ฟ้องสังคม ประฌามคน
ก็ทำได้แล้ว เพราะอิงฐานคนอ่ืานเดิมได้ 
 
เห็นมั้ยครับ
เรามีสื่อในมือ ถ้าเราควบคุมได้
มันจะเป็นอาวุธร้ายกาจของเราเลย
 
บางท่านอาจกำลังทำให้ใครหลายคนสะดุ้งเป็นเรือนพัน
ด้วยการเขียนข้อความสั้น ๆ ที่จริงจนเจ็บใจ
 
 
นี่วิชามาร..ครับ....
ไม่จำเป็นอย่าทำตาม 555 
 
 
7. ยิ่งค้น ยิ่งพบว่าตนรู้น้อยเหลือเกิน
 
เอ็กทีนตอนนี้อาจจะเป็นประเทศของชาวบล็อกที่ดีที่สุดของประเทศ
ถึงแม้บางคนจะชอบบล็อกแก๊ง หรือบล็อกสปอตมากกว่า
แต่ผมว่าที่นี่ก็ไม่แพ้บล็อกไซต์ใดในสยามประเทศ
และต่อไปในอนาคตจากประเทศหนึ่ง
....มันจะกลายเป็นโลกใบหนึ่ง
 
ที่ยิ่งค้น ก็ยิ่งพบว่าผมช่างมีอะไรที่ยังไม่รู้อีกมาก
มีหลากหลายบุคคลที่น่าสนใจอีกเยอะแยะ 
ที่เราไม่เคยคิดจะมองเค้ามาก่อน
 

ผมบอกตรงนี้เลยครับว่าผมเป็นบล็อกเกอร์ที่สักแต่เขียน
ตะบี้ตะบันเขียน คิดอะไรได้ก็ยัดเยียดสู่สังคมหมด
 
กระทั่งไม่นานมานี้ผมเริ่มมาสนใจอ่านบล็อกของคนอื่น ๆ
ทั้งคนที่มาคอมเมนท์ คนที่เพิ่งอัพบล็อกใหม่ ๆ
 
เริ่มสนใจเพื่อนบ้านมากขึ้น
มันทำให้ผมเรียนรู้อะไรได้มากขึ้น
มีหลายคนที่เราไม่เคยรู้มาก่อนว่าเค้าเป็นใคร
 
รู้จักป้าปิยะมั้ยครับ
ที่ชอบเขียนบล็อกแม่ค้า ๆ ของท่านอะ
นั่นนักเขียนอาชีพนะคร่าบ
 
รู้จักบล็อกบินเดียวในผ้าเหลืองมั้ยครับ
ตุ๊เจ้านะครับ....โอ้ว พระสงฆ์ !!
 
ยังมีคนที่เราไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังเค้าอีกเยอะ
 
หลายคนอยู่ต่างประเทศ มีสามีต่างชาติ
และกำลังถ่ายทอดแง่มุมใหม่ ๆ ของหญิงไทยกับสามีต่างชาติ
 
หลายคนเป็นแม่บ้านธรรมดา แต่ทำอาหารขั้นเทพ
และเป็นคนพิเศษในแวดวงคนชอบบล็อกอาหาร
 
หลายคนเป็นนักศึกษาไทยที่มีประสบการณ์ดี ๆ ในต่างแดน
กำลังแชร์สิ่งที่เธอเจอและยินดีกับมัน
 
บางคนเป็นชาวสีม่วงที่กำลังเคลื่อนไหวลับ ๆ
และกำลังสร้างทัศนคติที่ดีต่อพวกเค้า ไม่เคยฮอต แต่คนอ่านเป็นพัน
 
บางคนก็เป็นผู้ป่วย ที่จะจากเราไปวันไหนก็ไม่รู้
แต่กำลังเดินหน้าถ่ายทอดเรื่องราวดี ๆ และให้กำลังใจคนอ่านเสมอ
 
หลายท่านกำลังปลอบโลกด้วยงานศิลป์สวย ๆ
ทั้งที่กำลังเผชิญกับอะไรเลวร้าย กับสังคมดัดจริตของประเทศไทย
 
เหล่านี้คือคนที่เรายังไม่เคยสัมผัสอีกมาก
ทั้ง ๆ ที่อาจจะอยู่ใกล้ตัวเรามากจนขนลุก
 
และบางครั้ง คุณอาจจะพบรักที่นี่ก็ได้ :)
 
 
 
 แปดปีแล้วครับ
ขอบคุณพื้นที่ที่มอบความสุขให้พวกเรา
อยู่กับเราตลอดไปนะครับ เอ็กทีน <3
สวัสดีครับท่านผู้เจริญ
มีอยู่ที่หนึ่ง ที่ผมพอจะได้ยินคำล่ำลือมาว่าค่อนข้างจะโหดเต็มสูบ
และรักสถาบันแบบเดนตายมาก
 
ไม่น่าเชื่อเลยว่ะ ว่านี่คือสถานศึกษาที่ผลิตปัญญาชน
เพราะปฏิกิริยาตอบกลับ กับกระแสวิพากษ์วิจารณ์ค่อนข้างไร้อารยธรรม
ไม่เหมือนคนร่ำเรียนสูง ๆ วาจาบางอย่าง....
แม้ผมที่ยอมรับว่าตัวเอง ปากปลาร้ายังระอาที่จะรับฟังเลย
 
มีขู่ทำร้าย โกหก สร้างภาพ ด่าทอรุนแรง ท่าทางจะใช้กำลังมากกว่าสมอง
ผู้หญิงก็ปากตลาดไม่มีความสุภาพนุ่มนวลในการตอบคำถาม
 
พอพิจารณาเนื้อหาแล้วพบว่ายังมีแนวคิดเดิม ๆ ทัศนคติเดิม ๆ ที่วนเวียนซ้ำซาก
ไม่น่าเชื่อว่าจะเหมือน ๆ กันทั่วประเทศ
 
ในฐานะตอนนี้เป็นรุ่นพี่ปีสี่แล้ว
อยากจะฝากไปยังน้อง ๆ เฟรชชี่ว่าที่ทีมรับน้องปีหน้าว่า
ของบางอย่างมันถึงเวลาต้องเปลี่ยนทิ้งแล้ว
 
แม้บางอย่างจะสืบมายาวนาน และสิ่งแวดล้อมในสังคมมันเปลี่ยนละว่ะ
จะบอกว่าต้องอนุรักษ์ต่อไปก็ใช่ที่
เปรียบเช่นการประหารตัดคอ ที่เลิกใช้ไปแม้จะมีมายาวนาน
 
 
และนี่คือแนวคิดเดิม ๆ ที่สืบต่อกันมาแบบหลับหูหลับตา
 
 
1.ตรรกะ"แค่นี้ทนไม่ได้ออกไปจะทำงานอะไรรอด"
 
    ข้อนี้ผมเคยเถียงขาดใจ และสู้ยิบตามาตลอด ใครมาพูดแบบนี้แสดงว่าคุณผ่านระบบการทำงานที่เหี้ยมาก ไม่เคยเจอสภาพแวดล้อมดี ๆ และมีแต่เจ้านายที่โตมาจากเด็กมหาลัยแบบคุณ มันเลยมองแต่ว่าสังคมกดดัน สังคมอยู่ลำบาก คุณก็แค่ไอ้พวกขี้แพ้ที่โดนเขี่ยออกมาจากสังคม หรือไม่ก็ไอ้เด็กในกะลามหา'ลัย ที่ไม่เคยทำงานร่วมกับใครในสังคมนอกรั้ว จนต้องมาแสดงอำนาจน้อยนิดในที่แคบ ๆ
 
    นอกจากนี้ยังมีเหตุผลอื่น ๆ ที่พิสูจน์ว่า ถึงไม่ทนกับการรับน้อง ก็ยังทำงานรอด
และประสบความสำเร็จกว่ารุ่นพี่บางคน
เพราะ
1.1. รับน้องแค่สั้น ๆ ไม่สามารถกล่อมเกลาให้คนเปลี่ยนแปลงได้ มันต้องใช้เวลาตลอดชีวิตในมหาลัยคร่าบ เพราะคุณต้องบริหารตัวเอง ไม่ให้เหลวไหล เรียนให้จบ มีค่ากว่ารับน้องจนจบ
 
1.2 กำลังสอนให้คล้อยตามสังคม ไม่รู้จักเปลี่ยนแปลงปรับปรุงตัว สอนให้หริ่วตาตามเมือง มีอะไรก้มหน้ารับไป ไร้การสร้างสรรค์
 
1.3 มีหลายคน ไม่รับน้อง ไม่ต้องทน แต่ประสบความสำเร็จ
 
1.4 เรื่องการทำงานเป็นทีม รับน้องสอนจริง ๆ เหรอ เห็นมีแต่สนอให้แตกแยกกับคนที่ไม่เป็นพวกตัวเอง ใครไม่มาไม่ต้องไปคบมัน อย่าเอาเข้ากลุ่ม !! แบล่บ ๆ ๆ
 
1.5 ไอ้คนพูด บางคนก็ยังเรียนไม่จบ และไม่สบความสำเร็จในการเรียน สังคม และความรักเท่าไร
จำขี้ปากเค้ามาพูด ลืมชะโงกเงาตัวเอง
 
 
2.สถานการณ์เฟก ซ่อมพี่โชว์น้อง
  อีกวิธีหนึ่งที่ใช้กันทุกปีคือให้ปีสามมาซ่อมปีสองโชว์น้อง ยอมเหี้ย เพื่อให้น้องรักและสงสารพี่ปีสองที่รับผิดชอบดูแลกิจกรรม สั่งซ่อมเยอะ ๆ เอาไปเฟกนับยกทำโทษหลังตึก จริง ๆ นั่งเล่นนั่งหัวเราะกัน
ทำฉากตบตามีคนเป็นลม หามกันออกไป ให้น้องมันรุกรน อีกคนก็ยืนด่าไป
เพราะพวกคุณ ทำให้พี่คุณโดนทำโทษ คุณยังไม่ใช่น้องผม ผมยังไม่ยอมรับ แว้ก ๆ ๆ กันไป
 
บิวท์จนน้องทนไม่ไหว ต้องทำแมนออกมาช่วยพี่ ขออนุญาตช่วยพี่คร้าบ!
ใครแมนก็จะโดนด่าหน้าหงาย ยุ่งทำไม เอาตัวเองให้รอดก่อน!!
แต่ก็ด่าย้อนแย้งว่า พวกคุณมันไม่มีน้ำใจ เห็นพี่ลำบากยังนั่งเฉยอีก
 
อ่าวอีรากกล้วย มึงจะเอาไง จะไปก็ด่า จะมาก็ดุ
 
 
รุ่นพี่บางคนก็ซ่อมเอาสนุก เอามันส์ แสดงอำนาจ ขาดการอธิบาย และไร้เหตุผล
เหตุผลเดียวกับข้อบนที่อาจจะขาดการยอมรับในสังคม เลยมาหาเศษหาเลย ใช้อำนาจกับคนที่เค้าไม่กล้าขัดขืน
 
ตลกที่ปีนี้อาจารย์เข้ามาควบคุมและมีบทบาทกว่าเดิม ท่านกันไอ้คนขี้แพ้พวกนี้ออกไป
ใครเรียนไม่จบ พฤติกรรมไม่ดี จะไม่มีสิทธิ์มารับน้อง
 
สมน้ำหน้าว่ะ
 
บางมหา'ลัยให้น้องทำของ ทำป้าเยชียร์ อดตาหลับขับตานอน
แล้วให้พี่้ากเหี้ย ๆ มาพัง แล้วรุ่นพี่ก็มาดราม่าตอแหลใส่ ทำเป็นทะเลาะกันเอง ...เพื่ออะไรวะ
จะสอนว่าอนาคตไม่แน่นอน บางครั้งความพยายามก็สูญเปล่านี้
อุ๊ย กิมมิคดีนะคะเนี่ย
 
สอนให้รู้ว่า เสียเวลาชิบหาย เวลาบรรลัยจะได้ไม่เฟลค่ะ
 
หรือจะเป็นกิจกรรมตอแหล อย่างบีบน้ำตาดราม่า
แล้วมาเฉลยตอนท้ายว่าพี่รักน้อง ทำอะไรดี ๆ ให้น้อง
พี่ ๆ จอมโหดจริง ๆ แล้วปัญญาอ่อน อย่าไปเกลียดมันเบย
 
555
ละครลิง
 
 
3.โดดน้ำ กลิ้งลงดอย และกีฬาเอ็กตรีมต่าง ๆ
กิจกรรมนี้ถ้าคนสนุกก็สนุกนะครับ แต่บางคนเค้าไม่ได้แข็งแรง ฝึกทหารยังไม่เสี่ยงแบบนี้เลย
บางสถาบันให้ไปโดดสะพาน โดดสระ ว่ายน้ำข้ามคลอง บางปีมีโดดทะเลช่วงมรสุม
ตายห่าทั้งพี่ทั้งน้อง
 
ผมไม่แน่ใจว่าไอ้พวกนี้มันสนุกตรงไหน
อาจจะสะใจ ตลกขบขัน วัดความกล้าห่าเหวอะไรกันไป
 
แต่ก็ไม่เข้าใจพ้อยท์ของมันว่าคืออะไรแน่
มันจะทำให้รักเพื่อนมากขึ้น?
เรียนเก่งขึ้น?
รับผิดชอบต่อสังคมขึ้น?
มีความกล้ามากขึ้น?
 
โถอิห่า บางตัวโดดสะพานจนหงอกคาสถาบันแล้วมึงยังเรียนไม่จบเลยอะ
 
 
 
 
4.ปกป้องสถาบันเลือดสาด
สังเกตว่าพอมีใครมาแตะต้องหรือวิพากษ์วิจารณ์การรับน้องที่รุนแรง
ในโลกไซเบอร์ เหล่ารุ่นพี่รุ่นน้องเดนตาย
ก็จะออกมาแง่ง ๆ ๆ ใส่ไอ้อีหน้าใดก็ตามที่บังอาจบริพาท
 
มีทั้งพวกที่ถ่อยเถื่อนสถุล และพวกที่เหมือนจะปัญญาชนมีเหตุมีผล
แต่ตรรกะเหี้ย ๆ และวกวน ไม่ตอบอะไรสังคมเลย
นอกจาก มันมีจุดประสงค์ที่ดีนะคะ ถึงวิธีการจะเหี้ยก็ตาม...
อดทนหน่อยนะคะ เดี๋ยวมันก็ผ่านไปค่ะ...
ทนแค่นี้ไม่ได้ก็ไม่ต้องทำมาหาแดกอะไรละค่ะ
ถ้ามันไม่ดี ทำไมคนอื่นทนได้ ทำไมมันสืบต่อกันมาเป็นสิบ ๆ ปีละคะ
 
 
5555 ฟังขึ้นสัดอะ ก็พวกมึงบังคับหนิ
ให้เค้าเลือกหรือโหวตว่ากิจกรรมอะไรควรเปลี่ยนออกดิ
รับรอง ไม่เหลือซักอันอะ
 
 
 
5.อ้างว่ามีจุดประสงค์ แต่รู้มั้ยว่ามันคืออะไร ม่ายรู้ววว

หลายปีก่อนผมเถียงกับรุ่นพี่หัวโปกกะโหลกกะลาบางตัว
ฝ่ายนู้นก็คอยแต่จะอ้างว่า มีพ้อยท์นะฮะ กิจกรรมมันมีพ้อยทึ!โตะฮ่ะ
แต่ไม่เห็นตอบว่า อีพอยทึ! ที่ว่านั่นคืออะไร
 
 
บางคนก็ไม่ทราบว่าโดดสะพานทำไมวะ
มีเสื้อศักดิ์สิทธิ์ทำไมวะ
มอบเข็มมอบรุ่นไปทำไมวะ
ทำไมต้องลอดซุ้มวะ
ทำไมต้องให้กูทำของแล้วให้รุ่นพี่มาทำลายโชว์และไปทำเป็นทะเลาะกันเองวะ
 
ไม่มีใครรู้ ไม่มีใครบอก ต้องมานั่งไบแอสคิดเข้าข้างเอาเองว่า อ๋อ เพราะมันอย่างงี้ ๆ
ไม่มีการทำความเข้าใจใด ๆ 
 
และถึงทำความเข้าใจแล้ว ก็ไม่ได้เห็นประโญชน์อะไร
เพราะพวกนี้มันแค่เศษเสี้ยวของกิจกรรมที่ผุพังไปตามเวลา
ไม่ใช่คอสรับน้องเต็มสูตรที่ทุกอย่างสมบูรณ์
มันก็กระพร่องกระแพร่งพิกลพิการ
และสุดท้ายน้อง ๆก็ไมไ่ด้ห่าอะไรจากกิจกรรม
เพราะรุ่นพี่ก็แค่เด็กปีสอง กูก็ผ่านมาแบบงง ๆ และไม่เข้าใจวัตถุประสงค์กิจกรรมเลย
 
 
เอางี้สิ คุณอธิบายง่าย ๆ ว่า
ที่จับพวกน้อง ๆ มารวมกัน เพราะเดี๋ยวจะมีแข่งเชียร์หลีดเดอร์ กับกีฬามหาลัย
มันใช้คนเยอะ ทั้งร้องทั้งเต้นทั้งเชียร์ ถ้าไม่รวมตัวกันไว้ก่อน สร้างกติกาสารพัดมาควบคุม
ถึงเวลาพวกคุณหายหัวหมดงานมันจะล่ม
 
 
เออ ยังฟังขึ้นหน่อย
ผมเห็นหมดกิจกรรมใหญ่ ๆ มหาลัยก็ไม่เห็นจะมีอะไรสำคัญละ
รุ่นน้องก็ไปเรียนตามปกติ
 
 
6. เพื่อนลำบาก ทำไมเอาเปรียบ!!!
นี่สอนให้คนอิจฉากันป้ะเนี่ย
กิจกรรมรับน้องมันไม่ได้มาเพราะเต็มใจกันหรอก
ของมันดีจริงเหรอ รุ่นพี่ถึงต้องใช้คำว่าอดทน
ดีแล้วทำไมต้องทน ทำไมไม่สนุกที่จะมา เฮฮาที่จะอยู่อะ
ทำไมแต่ละคนหน้าเหมือนหมาตายแม่ยายสิ้น
บางคนแกล้งป่วยแกล้งพิการ บางคนหายหัวไปเลย เจอกันวันหมดเทอม
 
ดังนั้น เพื่อนลำบาก.....ช่างแม่งดิ
กูลำบาก แม่กูกู้เงินมาเรียน พ่อกูอัมพาตหากินไม่ได้
ไม่เห็นมีใครมาช่วยกูลำบากเลย เอาเปรียบกูป้ะ
 
พวกมึงไปรับน้องกันเอง เพราะโดนหลอกให้กลัว โดนไซโคให้ตัวสั่นงันงก
เลือกจะไปลำบากเอง มาบอกกูเอาเปรียบได้ไงอะ
 
แล้วคนทำให้ลำบาก ใครอะ.... ก็อีคนที่ยืนเห่าปาว ๆ นั่นแหละจ้า
แล้วถามว่าทำไมพวกมึงต้องมายืนปาว ๆ แล้วค่อยมาเฉลยตอนท้ายว่าใจดีด้วย
 
ก็เพราะมึงต้องทำ เพราะรุ่นพี่มันบังคับมาอีกที ไม่ทำก็โดนปีแก่กว่าด่า
ไม่ทำก็ไม่ได้ล้างแค้นที่กูโดนปีก่อน
ไม่ทำก็กลัวน้องไม่เคารพ
 
555....ทำดีกลัวอะไรใจแรงพอ
 
เพื่อความสามัคคี เพื่อความสามัคคี เพื่อความสามัคคี
 
เป็นอีกเรื่องนึงที่ชอบยกมาอ้างกัน แต่เห็นมั้ยฮะ อย่างที่บอก
ยุให้บอยคอตคนนั้น เกลียดคนนี้ เป็นควาสามัคคีแบบน่าสังเวช
และจับจด เปราะบางมาก ๆ พอถึงเวลา
เดี๋ยวแม่งก็แยกกลุ่มทางใครทางมันตามกฏสวะลอยน้ำอยู่ดี
 
กฏสวะลอยน้ำคืออะไร
 
สวะมันจะลอยไหนสะเปะสะปะ
พอน้ำพัดไปมา มันก็จะรวมกลุ่มกันครับ
คนเหี้ยเหมือนกัน เคมีตรงกันก็จะรวมกลุ่มกันเหี้ย
 
คนดีมีความคิดเป็นผู้ใหญ่ ก็จะเกาะกลุ่มรวมกันเก๋า
 
 
ไม่มีหรอกที่ไปไหนไปทั้งห้อง บ้ายกแก๊ง เข้ากิจกรรมเต็มคาบครบทุกคน
มาเรียนไม่เคยขาด !!
 
คนนะไม่ใช่หุ่นยนต์ อิสระทางความคิดมี ความจำเป็นพื้นฐานในชีวิตต่างกัน
 
ไม่มีทางหรอกที่คนเราจะสามัคคีกันทันทีในสถานการณ์การบังคับ
ที่นี่ประเทศไทย น้ำมันปาล์มยังตบกันแย่งซื้อเลย
น้ำท่วมไฟไหม้หนีตายใครโดนถีบล้มแม่งเหยีบบซ้ำด้วย
 
สามัคคี!!....
 
7. เ้พลงปัญญาอ่อน กิจกรรมบันเทิงสำส่อน
ผมสงสัยว่าในโลกนี้ไม่มีเพลงที่ร้องและเต้นง่าย ๆ และสนุก มากกว่าไอ้เพลงฮิโปนกกะยางหรือบ้านทรายทองละเรอะ ผมดูแรก ๆก็เห็นความครีเอทของคนคิดและคงอิมแพคมาก ๆ ในช่วงแรก ๆ ที่ใช้มาสันทนาการกัน
ดูบันเทิงเริงใจเหมือนเพลงเชียร์กีฬาสี
ไม่รู้ว่าเพื่อจะนำไปสู่กิจกรรมต่อยอดพวกนี้รึเปล่านะ
 
แต่ผมคิดว่ามันปัญญาอ่อนและไม่สร้่างสรรค์
บางอันก็ตลกฝืด ไม่มีนัยยะอะไรให้เพลงเลย
 
บางเพลงออกไปทางลามกบัดสีล่อแหลม
เช่นเพลงหนูแดงแทงไม่เด้าอะไรนั่น หรือเพลงเมื่อชั้นโดนข่มขืน ชั้นเอาปืนจี้ฉัน...
 
มันเป็นเพลงสัปดนที่ผมร้องเล่นมาตั้งแต่เด็ก ๆ ละ
ถ้าคุณจะอ้างว่าเป็นบันเทิงสร้างสรรค์ ผมขอเถียงสุดใจ
 
แล้วกิจกรรมบางอย่างก็อัปยศอดสู
ถ้าออกมาแมน ๆ รับเลยว่ากิจกรรมเราสัปดน เพราะความลามกมันอยุ่คู่สังคมไทย
ผมจะไม่ต่อต้านเลย แต่ถ้ามาพูดโลกสวยหายใจออกดอกไม้บานว่ามันเป็นสิ่งที่ดี
และเป็นประเพณีที่ต้องสืบต่อไป ผมจะด่าให้ดิ้น
 
เช่น เอามะเขือยาวผูกเป็นหำ ตีมะนาวลงหลุม อมลูกอมต่อกันแดกน้ำรากน้ำลายกันไป
เต้นท่าแมงมุมกระเด้า ๆ ให้คนนึงคว้ำคนนึงหงาย
ให้เด้าทราย ให้ผู้หญิงคลำหำผู้ชาย
และอีกสารพัด
 
โอเค เรื่องลามกเป็นสมบัติชาติ
คิดว่าดีก็ทำไป 
แต่มึงแมน ๆ หน่อย
 
 
อย่าดัดจริต
 
บางคนอาจจะแอบด่าว่า
ว้าย จขบ.คะ พูดหยาบคายไม่ด้ายยย
วาจาสถุลย์ไม่เป็นที่ยอมรับ แอร้ยยย
ไร้อารยะสุด ๆ
 
 
บอกตรงนี้ ผมปากหมาแต่ผ่าเผย ไม่เคยทำตัวผู้ดีจอมปลอม นอกขาวในดำ
 
 
 
 
 
 
8. ไล่ไปเรียนที่อื่น
 
อีกแนวคิดนึง ซึ่งสืบต่อแบบน่าอนาถออกมาสู่สังคมภายนอกด้วยก็คือ
ไม่พอใจ ก็ไสหัวไปที่อื่น
 
จ้าพ่อเจ้าของประเทศ แม่เจ้าของสถาบัน
มีอำนาจไล่ใครก็ได้ให้ไปอยู่ที่อื่นถ้าไม่พอใจ
 
ขอบอกเลยว่า ทำให้มึงหุบปาก ง่ายกว่าย้ายไปที่อื่น
กูจะล้มล้างหัวโขนเฮงซวยบ้าอำนาจของพวกมึงทิ้งซะ บร๊ะ 5555
 
 สุดท้ายคนที่ต้องไปคือไอ้พวกพี่โหด รับน้องเกินจำเป็น
อาจารย์ออกมาแบนด้วยตัวเอง 5555
 
ไสหัวไป !!
 
เมื่อก่อนตอนเขียนมีคนมาบอกว่า ไม่พอใจก็ไปเรียนต่างประเทศสิคะ
ที่นั่นไม่มีรับน้อง
 
อ๋อจะบอกว่าถ้ามีปัญญาเรียนแค่ในประเทศก็ต้องงอมืองอตีนทนให้เค้ารับไปอะดิ
5555 กูจ่ายตังค์น้อยกว่าพวกมึงเหรอวะ กูถึงไม่สิทธิ์คิดต่าง
 
อีตรรกะแบบนี้ ถ้าผมเห็นใครด่าในช่วงรับน้อง
ผมจะเล่นมัน อัดคลิปแล้วโพสที่บอร์ดมหาลัยแม่ง
เอาให้อาย
แล้วด่าใส่หน้าด้วยว่ะ
 
มึงจ่ายค่าเทอมให้น้องเค้าเหรอ
 
คือถ้าจะเล่นมุขนี้จริง ๆ มันก็มีวิธีพูด !!
 
บอกไปเดะว่า ที่นี่!! เรามีกติกาแบบนี้!!
รุ่นนี้ผมรับผิดชอบและผมต้องการให้เป็นแบบนี้
ถ้าคุณไม่เห็นด้วย อนุญาตให้เลือกใหม่ ย้ายเอกยังทัน
หรือคุณจะรอให้ถึงวันของคุณ แล้วมาเปลี่ยนมันซะ แต่ตรงนี้!! วินาทีนี้!!
ผมทำหน้าที่ของผม!!
 
หล่อสัด... ไม่ผูกมัด
 
เอาง่าย ๆ คือมึงจะไม่มาก็ได้ จะไปที่ไหนก็ตามใจ
แต่กูไม่เปลี่ยนอะ มึงจะทำไม 55 ถ้าอยู่ที่นี่มึงต้องเจอทรงนี้
บริษัทกูรับพนักงานแบบนี้โว่ย เครี๊ยกกร๊าก ๆ 
 
ใช่มะ เรามีสิทธิ์อะไรไปไล่เค้าเรียนที่อื่น หรือไล่ไปอยู่ประเทศอื่นวะ
ให้ทางเลือกหน่อยเด้
 
ถึงผมจะไม่แนะนำให้งัดคำพูดนี้ออกมาก็เหอะ
แต่จะพูดอะไร ไตร่ตรองหน่อย
คนจะได้เหม็นขี้หน้ามึงน้อยลง
 
 
9.สืบทอดประเพณี สอนให้คลั่งวัตถุ
 
ผมว่าที่คนคลั่งชาติ คลั่งของ คลั่งวัตถุ ชฏงชฏาแตะต้องไม่ได้
กาก้าเอามาใส่ด่าลั่นโลกออนไลน์
 
เพราะส่วนหนึ่งมันมาจากการปลูกฝังในสังคมรึเปล่าวะ
 
ไม่รู้จะเป็นการจับแพะชนแกะมั้ยนะ
แต่ในการรับน้องมันชอบเอาเรื่องความเชื่อ เรื่องมีอันเป็นไป
เรื่องรักษาของศักดิ์สิทธิ์ที่สืบทอดกันมา เอามาใช้ไซโครุ่นน้อง
 
เรื่องเกียรติอุปโลกของเครื่องแบบ
เสื้อบางตัว โคตรจะปกติเลย
แต่ไปทำให้มันศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาซะงั้น
ทั้งที่ก็ทำกันขึ้นมาเอง สกรีนเองสั่งเองขายเอง
 
โอเคนะว่าจะสอนเรื่องคุณค่าและเกียรติศักดิ์ศรี
แต่มันคลั่งชาติบ้าวัตถุไปมั้ยอะ
 
เราไปใส่อะไรลงไปให้มัน  
....จนเสื้อไม่ใช่เสื้อ กลายเป็นของขลังไปแระ
 
แล้วใครที๋โดนไซโคมาแบบนั้น
พอไปเห็นตะแป๊ะแก่ ๆ ใส่เสื้อวิเศษนั้น ก็ได้แต่ปวดใจ
แต่ไปเสือกอะไรกับเค้าไม่ได้
ได้แต่มาเห่าในเน็ตว่า ไม่มีสิทธิ์นะ ไม่ได้นะ แบล่บ ๆ ๆ
แต่ทำอะไรเค้าได้มั้ย ไม่ได้แจ้~
 
ปลงเหอะครับ ความศักดิ์สิทธิ์ขึ้นอยู่กับบริบททางสังคมครับ
ถ้ามันเสื่อมแล้ว วัตถุพวกนี้ก็แค่ขยะฮะ
รกวัด เผา ๆ ๆ
 
10 ตัดรุ่น!!!
 
คำนี้เหมือนโดนสั่งประหาร
ใครไม่มารับน้อง ตัดรุ่น!!
ไม่ได้เข็ม!!
โดนคว่ำบาตร ดดนแอนตี้จากสังคม!!!
 
มานั่งคิด ๆ ดู
เราเสียอะไรบ้างวะ
รุ่นพี่ไม่มองหน้า?
เพื่อนไม่คบ?
อาจารย์ไม่ยอมสอน?
 
ข้อสุดท้ายอาจจะไม่
เพราะแกมีจรรยาบรรณ
และไม่มาปัญญาอ่อนกับเกมของนักศึกษา
 
แต่ถามว่าเพื่อนไม่มีรุ่นพี่ไม่คบ เรียนจบมั้ยวะ
 
ผมทำได้นะ
ผมผ่านรับน้องของอาชีวะมา ลูกเสือวิสามัญก็เรียน เหี้ยแบบนี้แหละ
แถมผมผ่านระบบทหารจนผมแอนตี้
ผมเลยไม่เข้ารับน้องตอนปีหนึ่งเ้ลย
 
 
11. ไม่มาลองเองไม่รู้หรอกค่ะ
 
ไม่เคยผ่านรับน้องรู้ได้ไงคะ
เหมือนกับบอกว่า ไม่เคยเห็นหิมะ รู้ได้ไงว่ามันเย็น
มีใครเคยบอกมั้นว่า
โลกนี้มีการเก็บเคสสตั๊ดดี้ หรือกรณีศึกษาครับ
โลกนี้มีการให้ข้อมูลครับ โลกนี้มีตำราครับ
โลกนี้มีประสบการณ์ ที่เราไม่ต้ิองไปเผชิญเองถึงจะรู้นะครับ
 
เคยดูหนังฝรั่งมั้ย ไม่เคยขับเครื่องบิน
แต่พอมีข้อมูล แตะ ๆ นิดหน่อยก็ขับได้
 
อะ...มันหนัง
อาจจะเว่อไป เอางี้
 
เราพูดถึงหมาเน่า หรือขี้
ไม่ต้องเคยดมเคยแดก มันก็เหม็นใช่มะ
 
อะ หรือผมไม่เคยไปประท้วงกับม็อบเสื้อแดง
หรือเคยโดนแก๊สน้ำตายิงขาขาด
แต่ผมก็รู้ใช่มะว่าการก่อม็อบ
มันสร้างความเสียหายกับประเทศ
 
อะแล้วทีนี้ถึงผมไม่ไปรับน้อง
แต่ผมผ่านระบบโซตัสทหารมา
และรู้ข้อมูลว่าแม่งก็เอามาจากตรงนั้น
มีประสบการณ์จากคนที่ไปรับเอง
และที่ผมไปยืนดูและพิจารณาด้วยตัวเอง
ผมก็น่าจะเดา หรืออนุมานได้ใช่มะว่ามันเป็นไง
 
ผมทำอาหารไม่เป็น แต่อีร้านเหี้ยนี่ทำกับข้าวห่วยแตก
ผมก็ไม่มีสิทธิ์วิจารณ์ใช่มะว่ารสชาติหมาไม่แดก
 
ผมจะด่ากิจกรรมรับน้องว่า มีส่วนที่เหี้ยเหมือนกันหมดทั้งประเทศได้
ผมต้องไปรับน้องให้ครบทุกที่ใช่มะ
 
 
พอละมั้ง ไอ้ตรรกะเหี้ย ๆ จำพวกว่า  ไม่มาเป็นกู มึงไม่รู้หรอก
อิห่า....กูดูสภาพมึงก็รู้ละ กูมองออก ไม่ต้องไปเป็นมึงหรอก ฉลาดพอ
 
คนเก่งเรียนรู้ทุกอย่างด้วยตัวเอง
คนฉลาดเรียนรู้จากประสบการณ์คนเก่งครับ
 
อิอิกำ
 
 
12. มันก็มีด้านดีของมันนะคะ
 
ถ้างั้น ก็ีช่วยเน้นด้านดีหน่อยนะครับ ไม่ต้องมาฟ้าหลังฝน
ดัดจริตชีวิตรันทด แล้วมาเฉลยตอนท้าย มาโอ๋กันทีหลัง
ตบหัวแล้วลูบหลัง
 
ไม่ทำกิจกรรมสร้างสรรค์ไปแต่แรกเลยล่ะ
ใครไม่มา ก็ช่างแม่ง
กูก็รวมกลุ่มเฉพาะคนที่สนใจ ทำ ๆ กันต่อไป
ถ้ามันดี มันมีประโยชน์ มันไม่น่าเบื่อ
ทั้งเด็ดกทั้งผู้ใหญ่ก็ให้การสนับสนุน
 
ทำให้มันเกิดความภูมิใจที่จะมา
ให้เค้าได้อะไรเมื่อมารับน้อง
ให้เค้ามีความต้องการมาด้วยตัวเอง
 
ไม่ต้องไปบังคับ
ใครแม่งโอตาคุ เป็นฮิคิ เป็นพวกโลกแคบไม่สังคม ไม่ชอบพวกนี้ ก็ปล่อยแม่งไป
บังคับมันมาเพื่อนแม่งก็ไม่เยอะขึ้นหรอก
มันก็กลับไปอยู่ในกะลาของมันเหมือนเดิม
รับน้องไม่ใช่ยาแก้สันดาน
 
 
ต่อให้เป็นทหารสองปี ปลดออกมาก็นิสัยเดิม
 
 
นี่คือทั้งหมดของบทความครับ
เป็นจักรราศีความคิดซากอ้อย ที่สมควรจะเปลี่ยนได้แล้ว
 
ตาสว่างสักทีว่าเค้ารู้ทันมึงหมดละโว่ยยยยย
 
และท้ายสุดนี้ ขอบอกว่ามันเป็นความคิดมุมเดียวที่โคตรจะ BIAS ของผม
 
แต่ถ้าคุณอยากเห็นโลกสวย ๆ หายใจออกดอกไม้บานของการรับน้อง
ผมคิดว่า ณ จุดนี้ (<<<คลิก) จะช่วยคุณได้ครับ
แต่ถ้าคุณเข้าใจว่าผมไม่ได้คิดไปเอง ณ จุดนี้ (<<<คลิก)จะช่วยได้ครับ
 
สวัสดี
 
 
อ่านเรื่องรับน้ิองอื่น ๆ ย้อนหลังได้
 
 
 
 
1.
ผมอยู่ในสังคมไทยครับ
 
สังคมที่หลอกตัวเองว่าศีลธรรมดีงาม
แต่กระหรี่มีทุกหย่อมหญ้าและสื่อลามกอมตะกว่าสื่อหลัก
 
สังคมที่บอกว่ารักความยุติธรรม
แต่คอรัปชั่นไม่เคยหมดไป ไม่เว้นแม้แต่ในรั้วโรงเรียน
 
สังคมที่บอกชาวโลกว่ามีน้ำใจงดงาม
แต่โก่งราคานักท่องเที่ยว และเอาเปรียบเพื่อนร่วมชาติหน้าด้าน ๆ
 
ผมอยู่สังคมดัดจริต
 
 
2.
ย้อนกลับไปเมื่อสองปีที่แล้วผมอยากจะจัดกิจกรรมแข่งการ์ดยูกิ
และโดนขัดขวางโดยผู้ใหญ่ดัดจริตสองคน
คนหนึ่งเป็นครู คนหนึ่งเป็นผู้ปกครองเด็ก
 
โอเคผมใช้สถานที่โรงเรียนไม่ขออนุญาต  ผมผิด
แต่ที่ติดใจคือเค้ามองว่ากิจกรรมผมไร้สาระ
 
 
เกิดคำถามว่าไร้สาระ กับมีสาระวัดกันตรงไหน
 
เค้าบอกถ้าแข่งกีฬาก็ว่าไปอย่าง
แต่นี่มันไร้สาระ
 
และอาจจะเข้าข่ายการพนันด้วยเพราะมีเงินเข้ามาเกี่ยว.....
เงินรางวัลกับค่าสมัครเนี่ยนะ
 
ผมเลยย้อนถามกลับไปว่า ถ้าไอ้พวกที่มาเตะบอล
แล้วเสือกเดิมพันกันล่ะ
อาจารย์จะควบคุมได้มั้ย
 
เค้าตอบไม่ได้
 
 
 
3.
คำว่าไร้สาระ แปลว่าไม่มีประโยชน์แก่นสาร
แน่นอนว่าทุกคน ไม่ได้ืมีผลประโยชน์เดียวกันเสมอไป
สาระของผม และคนกระแดะ ๆ ทั่วจึงต่างกันโดยสิ้นเชิง
 
มีคนบอกว่าเกมและการ์ตูนไร้สาระ
สำหรับผมมันคือสาระความรู้ในรูปแบบบันเทิง
บางคนบอกว่ากีฬา คือสาระ
สำหรับผมกีฬาคือสิ่งไร้สาระ
 ที่กลายเป็นธุรกิจที่มากกว่าการออกกำลังกาย
 
สังคมพยายามจะทำใ้ห้โลกมีประโยชน์แก่นสารอยู่ตลอดเวลา
ขณะที่สิ่งชี้วัดง่าย ๆ อย่างสื่อ หนัง หนังสือ
คนก็บอกตรง ๆ อยู่แล้วว่า "พวกกูเบื่อสาระความรู้จะตายแห่อยู่แล้วแจ้"
ดูยอดวิวในยูทู้บก็รู้
 
หน้าหนังสือพิมพ์ข่าวไหนไม่หวือหวา แต่เอาเอามาพาดหัว รับรองจืด
เค้าเอาไปเช็ดขี้ชัวร์
ข่าวร้ายลงฟรีข่าวดีเสียตังค์ เคยได้ยินป้ะ
 
 
4.
ในขณะที่สังคมกำลังกระแดะและบอกว่า สาระคือสิ่งสำคัญ
โตแล้วห้ามทำสิ่งไร้สาระ เช่นโตแล้วยังดูการ์ตูน โตแล้วยังเล่นเกม
พูดไปไม่ได้แหกตามองเลยว่า ไอ้แก่อีแก่บางคน ที่เรียกตัวเองว่าผู้ใหญ่
อันเปี่ยมด้วยวัยวุฒิ
กำลังตีไก่ เล่นไพ่ แทงหวย ทรงเจ้าเข้าผี กันอย่างสนุกสนาน
 
"โคตรมีสาระเลยสัด"
 
มันก็ไร้สาระพอกันแหละ แค่หาเหตุผลสวย ๆ หล่อ ๆ มาเคลือบให้ดูเหี้ยน้อยลง
ผมอนุรักษ์กีฬาพื้นบ้านครับ
ชั้นฝึกสมองค่ะ
เราก็แค่วัดดวงขำ ๆ 
ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ *ทำตาเหลือกขย่มปะรำ
 
ฮ่า ๆ ๆ ๆ ผมไม่เสือกก็ได้
แต่อย่าเสือกมาบอกว่ากิจกรรมบันเทิงของผมไร้สาระละกัน
 
ตรงนี้ผมต้องการบอกว่า ผู้ใหญ่โง่ ๆ ก็มี ผู้ใหญ่ดี ๆ ก็มาก
ชีวิตผมประทับใจผู้ใหญ่คนหนึ่งที่ไม่ได้ดูถูกกิจกรรมบันเทิง
เช่นเกมหรือการ์ตูน
 
ผมแปลกใจที่เจอคนแบบนี้ในสังคมทหาร
แกชื่อจ่าวิทยา หรือจ่าต่าย
แกนั่งดูดราก้อนบอลกับทหาร
พอผมบอกว่าผมจัดแข่งวาดการ์ตูน แกไม่ด่าผมสักคำ
แกบอกว่าดีแล้ว มีงานอดิเรก ทำให้ดีที่สุด และต้องแบ่งเวลาด้วย
 
 
ผมฟังแล้วสะท้อนใจ
 
 
ผิดกับนายสิบบางคนที่ยังหนุ่มแน่นแท้ ๆ
กลับมองว่าการ์ตูนเป็นสิ่งไร้สาระ
พวกคุณกำลังจะหนีวัยเด็ก เพื่อให้ตัวเองดูอาวุโส
 
สักวัน คุณจะโหยหา และหาเวลากลับมาเป็นเด็ก
ถึงตอนนั้นก็สายไปแล้ว
 
งามไส้มั้ยละนาย
 
5.
สังคมดัดจริตกำลังปั้นแต่งโลกให้สวยงาม
เปี่ยมประโยชน์แก่นสารและให้ความรู้อยู่เสมอ
 
แต่ความจริงข้อหนึ่งคือ พวกเค้ากำลังทำให้เด็กโง่ลง คิดน้อยลง
 
มีเคสหนึ่งที่ทำให้ผมคิดว่า ทำไมต้องเคี้ยวข้าวให้เด็กกิน
ทั้งที่เด็กก็โตพอจะกินเองได้แล้ว
 
วันก่อน
เพื่อนผมมาปรึกษาเรื่องการใช้คำคำหนึ่งที่แทนชิ้นส่วนของดาบ
นั่นคือคำว่า "กั่นดาบ"
โอเคมันอาจจะไม่แพร่หลาย แต่ฟังก็อนุมานได้ว่ามันเป็นส่วนไหนของดาบ
ถ้ามันไม่ใช่ด้ามดาบ ปลอกดาบ หรือใบดาบ ก็คงจะเป็นส่วนที่คั่นระหว่างด้ามกับใบ
 
แต่ผู้หญ่าย~ของ สนพ. ต้องการให้เปลี่ยนคำนี้เป็นคำอื่นที่เข้าใจง่าย
เพราะคิดว่าเด็กทั่วไปไม่เข้าใจความหมายของคำว่ากั่นดาบ
 
แว้บแรกที่ผมคิดก็คือ คำว่ากั่นดาบก็สวยดีนี่หว่า
จากบริบท "ดาบไร้กั่น" มันก็ดูงดงามทางภาษาดี
แทนที่จะเปลี่ยน ไม่อธิบายเพิ่ม ทำเชิงอรรถ
หรือบรรยายเติมอีกหน่อย แทนที่จะไปลบความสวยของคำ เพื่อให้เด็กง่าว ๆ ไม่กี่คนเก็ทง่าย ๆ
และต่อให้ไม่เก็ทจริง ๆ เดี๋ยวนี้โลกแห่งการสืบค้นมันหายใจรดท้ายทอยเราอยู่
เสิร์ทกูเกิ้ลก็รู้ว่ากั่นดาบคืออะไร
 
แถมเด็กยังได้ความรู้จากศัพท์ใหม่ที่ไม่เคยรู้จักด้วย
 
คิดไม่ออกถ้าหนังสือย่อยง่าย ไม่ให้เด็กได้ขบคิดเลย
ออกมาจำหน่ายจำนวนมากขึ้นทุกปี
สังคมดัดจริตแห่้งนี้จะมีประชาการ ซิมเปิ้ล ๆ ออกมาอีกแค่ไหน...
ไม่แปลกใจ ที่แม้คนไทยจะอ่านหนังสือมากกว่าแปดบรรทัด
เพื่อคัดค้านคำปรามาสจากสถิติ
หลายคนก็ไม่ได้ฉลาดขึ้น
 
เพราะสังคมดัดจริต ที่ซีเรียสเรื่องสาระ แต่เสือกละเลยสาระสำคัญในนิยาย
มองแค่ว่ามันเป็นสิ่งบันเทิงที่ไม่ต้องมีอะไรมาเจือปน
 
 
โคตรเซอร์เรี่ยล....
 
เหนือจริง แต่เสือกจริง
 
ขอแสดงความสัตย์จริง ณ ตรงนี้ว่า 
ผมไม่มีเจตนากล่าวโทษ
หรือดูหมิ่นบรรณธิการหนังสือนิยาย
หรือทีมงานผลิตหนังสือ
 
แต่ผมคิดว่าไอ้พวกผู้หญ่าย~ที่ชอบคิดแทนชาวบ้าน
และกำลังมีโครงการเผยแพร่แนวคิดดูถูกสติปัญญานี้ออกไป
ควรจะสำเหนียกอะไรบางอย่าง ถึงการให้่เกียรติผู้อ่านด้วย
 
"เด็กไม่ได้โง่เหมือนท่าน....คิด"
 
ให้อะไรยาก ๆ เพิ่มเสริมรอยหยักเยาวชนบ้าง จะเป็นพระคุณ
กั่นดาบคำเดียว หนังสือไม่เจ๊งหรอกครับ ถ้าเนื้อหามันเจ๋ง
 
 
6.
อีกความดัดจริตของสังคมนี้คือ
เรื่องศีลธรรมทางเพศครับ
 
ผู้ใหญ่พยายามปิดหูปิดตาเยาวชนไม่ให้รู้จักเรื่องเพศ
เพราะกลัวปัญหาทางเพศสัมพันธ์ที่จะติดตามมา
 
ขณะที่ปิดหูปิดตา ก็ไม่ได้ให้วิธีป้องกันอะไรเลย
รอเค้าโต แล้วไปเผชิญโชคด้วยตัวเอง
 
ขณะที่ผู้ใหญ่บางคนไปตีกระหรี่
เที่ยวซ่อง แม่บ้านบางคนเล่นชู้ เพราะผัวไม่มีน้ำยา
มันเป็นความโคตรจริง ในสังคมเซอร์เรี่ยลแห่งนี้
 
เด็กสอยหนังสือโป๊ไปแลกกับเพื่อนในห้อง
เพื่อเอาไปปลุกอารมณ์เด้า แล้วว่าวในห้องน้ำ
คนดัดจริตมองว่าอุบาทว์ แต่มันคือธรรมชาติของมนุษย์
 
พยายามบอกว่าไม่เหมาะสม
ทั้ง ๆ ที่คนพูด แม่งเด้าเป็นตั้งแต่อายุ 13 โดยไม่ต้องดูสื่ออะไรเลย
 
ตอแหลชัด ๆ ดัดจริตชิบหาย
 
 
อนึ่ง ใครไม่รู้จักคำว่าเด้า ให้ผมขยายความมั้ยว่าเด้าคืออะไร
เด้าก็คือเด้าอะ
เด้า เด้า เด้า เด้า เด้า เด้า เด้า เด้า เด้า เด้า เด้า เด้า เด้า เด้า
อะขยายละก็เน้นให้แระนะ 
 
7.
บางคำพูดผมอาจจะดัดจริตไม่พอ
และขออภัยมา ณ ที่นี้
ช่วยแกล้ง ๆ ทำเป็นให้อภัย และมองด้านดีของผมทีเถอะ
เพราะมีคำพูดว่า ควรจะมองด้านดี อย่าไปมองแต่ด้านลบ
 
งั้นต่อให้ผมจะวาจาเหี้ยห่าหมาไม่แดกแค่ไหน
ก็ขอให้มองข้ามไป และเลือกมองแต่ข้อดีนะครับ
 
 
เพราะเราอยู่ในเมืองดัดจริต ชีวิตต้องป๊อบ
 
"โลกมันเน่า เราแค่เล่นตามเกม"  
 
สวัสดี
 
ปล. ทีมงานเอ็กทีนไม่ดัดจริต แต่ซาดิสต์อะ ชอบให้ด่าแรง ๆ 5555
เอนทรี่ด่าเช็ดแบบนี้ละฮอตจริ๊ง!!! 
 
ท่านผู้อ่านที่เคารพ หลังจากเราไร้สาระกันมาเอนทรี่นึง
ถึงเวลาแล้วที่เราจะให้อะไรกับสังคมบ้าง !!
 
เมื่อโลกหมุนมาถึง ณ จุดนี้ ณ บัดนาว นั้นโดนใจ แจ่มจะแดมแจ่ม แว้ววว
ก็คงหมดยุคอาริยะของฟอเวิร์ดเมลแล้วครับ

แต่เป็นยุคเรอนาซองค์ของเฟสบุํ๊คแทน
แล้วที่มันแสบก็คือมันโชว์หราเหมือนหน้าแผงผักให้คุณดูได้เลยไม่ต้องคลิก
ในฟอเวิร์ดเมลอาจจะมีแค่หัวข้อล่อลวง แพ็คเก็จจิ้งน่าลุ้น
แต่บนเฟสบุ๊คนี่แกะห่อขายเลย
 
 
 
ซึ่งแน่นอนว่าการแชร์การแทคนั้น มีหลายอย่างไม่น่ามอง
ทั้งสิ่งที่ดีและไม่ดี
 
ต่อไปนี้คือภัยคุกคามบนหน้าเฟสบุ๊คที่ทำร้ายร่างกายและจิตใจเรา
ที่ท่านต้องตระหนัก !!! นี่มันวาระแห่งชาติ !!
มาร์คซูเกอร์เบิร์กแต่งงานเสร็จแล้ว !!
ช่วยมาแก้ไขด้วย!!!
 
เลดี้และเจนเต้อเหม็น
.....และนี่คือ
 
10 อันดับภัยคุกคามบนเฟสบุ๊ค!!!
ให้เสียงภาษาคนโดยพันธมวย มีหัวคิด
 
1. มองเวลาตีสามกว่า.....ใครกันหว่ามาโพสภาพอาหาร 
 
    ภาพเค้กขาว ๆ ครีมสตรอเบอร์พร้อมลูกสตรอเบอร์รี่ฉ่ำ ๆ ฝานแปะบนหน้าเค้ก
ภาพอาหารทะเล กุ้งเผามันเยิ้ม ๆ ต้มยำสีส้มสด ๆ ปลาหมึกอ้วน ๆ ย่างเหลือง ๆ
พร้อมน้ำจิ้มซีฟู๊ด แค่นั่งดูกูก็เหมือนจะสัมผัสได้ว่ามีกลิ่นมะนาวม้วนหน้าลังกาเกลียวเข้าไปเตะสันจมูก
ดังป้า้กกก 
 
   ถ้าเป็นช่วงเวลากลางวัน เราก็ยังพอตะเกียกตะกายออกไปหามากินสนองนี๊ดได้บ้าง
ถึงไม่ใช่ก็ใกล้เคียงกับที่ดูบ้างละวะ
 
   แต่ทั่ลห์ผู้เจริญครับ...นี่ตีสามนะอีหวก !!!
อ๊ากกกกกกกกก มันทรมานใจกันชัด ๆ
พวกคุณมันเลือดเย็น ทำร้ายคนด้วยความสุข ที่ชั้นไม่มีทางไปหามาได้
พวกคุณมันใจทมิฬ หินชาติ พวกทรราชทางจิตใจ โฮรกกกก
ไอ้โคตรคุกคามมมมมมมม 
 
 
อยากกิน กินไม่ได้ ทำไง !!
 
 
......
ไปนอน ฮรือ... หิวส์
 
 
2. อีกภาพชุดสุดสยองยามวิกาล.....ทั้งหนอนหนาม แขนขาด ฆาตกรรม
 
บ่อยครั้ง ที่ศักรินทร์เจอ ภาพที่คนหวังดี...(?)
ต้องการจรรโลงสังคม และให้อุทาหรณ์บนโลกใบนี้
พร้อมคำเตือนหล่อ ๆ ว่า ผลของอันนู้น จะเป็นอันนี้
 
คือบางคนก็ลักลั่นย้อนแย้่ง
ขออนุญาตแชร์ต่อเพื่อเป็นอุทาหรณ์...จะได้ไม่แชร์ต่อ เพราะมันหลอกลวง
 
 
......อีห่า มึงนั่นแหละตัวแชร์เลย
 
ภาพอุบัติเหตุ แขนกุดหัวขาด
ภาพหนอนในตา หนอนในฟัน หนอนในทรวงอกที่เป็นแบบรวงผึ้ง
แม่งติดตามชิบหาย 
 
แล้วไม่พอ ถ้าทะลึ่งปิดผิดจังหวะ ในหน้ากูเกิ้ลโครม
มันจะเมมเฟสบุ๊คเราเป็นรูปเหี้ยพวกนี้ด้วยนะ
 
โคตรจรรโลงโลกกกกกกกก
 
โคตรคุกคามมมมมม อะดิ
 
 
 
3. ภาพเด็กป่วย คนพิการ อนาถา ภาพยายย่าโดนทิ้งไม่เห็นขำ

น้องคนนี้ป่วยด้วยโรคหงอนไก่อูกานดา น่าสงสารมาก กรุณาแชร์ต่อเพราะมาร์คจะจ่ายแชร์ละบาท
น้องคนนี้มีอาการผิดปกติทางไส้ติ่ง น่าสงสารสรัด ขอแชร์นะคะน้ำตาจะไหล
 
 
เจ็สครก
 
 
น้ำตากูสิไหล
 
แม่งโคตรหลอน พอ ๆ กับข้อบนเลย
 
ไม่ก็ภาพคุณยายคนนี้น่าสงสารนะคะ แกต้องฝนทั่งให้เป็นเข็ม มาขายเล็มละห้าแสน
มันไม่พอยาไส้กับรายจ่ายของแกเลยค่ะ แกมีหนี้ติดตัวสิบแปดล้านจากการเล่นหุ้นเทมาเสกโลโซ
ใครผ่านไปก็อุดหนุน แกหน่อยนะฮะ
 
หรือภาพน้องหมาขาดกุดหัวแหว่งตาบอด
แชร์หน่อยนะคะ คนใจร้ายยยย
 
แชร์เพื่ออะไรวะ สร้างแรงบันดาลใจเหรอ
มันมีทั้งเออ เดี๋ยวกูเอามั่ง กับ แว้ย ชั้นจะไม่ทำยังงี้....
 
มันช่วยอะไรโลกมั่งอะ น้ำแข็งขั้วโลกจะละลายน้อยลงเหรอ
 
คือก็ไม่ได้ใจร้ายนะครับ
แต่ไอ้แทคภาพพวกนี้ บางทีมาจากโลกเก่า มาจากฟอเวิร์ดเมล
มันจากยุคพระเจ้าเหา
มันเป็นเรื่องที่ผ่านไปสามชาติแล้ว
บางคนในรูปหายโรค ไม่ก็ตายแห่ไปนานแบ๊ว
 
ยังจะไปปลุกผีขึ้นมาสงสารอีกเหรอ
อิฟาร์มมม เฮาส์
 
โคตรคุกคามมมมมมมม ได้อีก
 
 
 
4. อีกพวกแทคโฆษณาสุดระกำ มึงจะย้ำทำไมว่าได้ตังค์

ยุคคลี่เงินตกต่ำแล้วครับ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมี
 
นี่ถึงกับจ้างคนตามแฟนเพจให้ช่วยโปรโมทเลยนะครับ
มุขแม่งพัฒนามาก มีเอา วันก่อนครับไปเลยด้วย
 
แทคกันระวึ่นระวือ โดนด่าก็หานำพาไม่
ขายของบ้างขายยาลดความอ้วนบ้าง
 
ใครที่ไม่ค่อยอัพหน้าวอลนะครับ
พวกนี้จะเหมือนปลวก ก่อดินสิงเต็มหน้าวอลคุณเลย
มองไปก็ส่งเสีย แสดแดก นี่หน้าวอลหรือบิลบอร์ดวะ
มีแต่โฆษณา
 
ลบออกมั่งก็ดีนะครับ คอนแทคหาแดกแบบนี้อะ
 
แม่งโคตรคุกคามมมม อะดิ
 
 
 
 
5.อีกอันหนึ่งพาเราเสี่ยงเข้าตะร่าง เพราะเพื่อนม่าง ไลค์เพจหมิ่นวอนโดนขัง
 
เจอแบบนี้จะพากันซวยนะครับ เิปิดมาเช็ค
เสือกเจอรูปหมิ่นเด่นหรา เพราะเพื่อนเราไปเม้น
 
จะด้วยไลค์เพราะไปด่า หรืออะไรก็ช่าง
แต่จะพาเราชิบหวยไปด้วยนะครับ
 
แขกไปใครมาเดินผ่านหลังเราไปมา
ก็เห็น เอ่านี่รูปกษัตริย์นี่ นี่รูปพระพุทธรูปนี้ ทำไมโดนตัดต่องี้วะ
 
ถามว่ากูทำมั้ย ไม่
กูซวยมั้ย
 
อาจจะโดนสายตาห่าเหว
 
 
ขอเหอะครับ มีอะไรก็เก็บไว้ในใจมั่ง ไม่จต้องไปแสดงพลังสาดเลือดเดือดพล่านแบบนั้นหรอก
ของเข้าตัวเปล่า ๆ แถมช่วยพวกแม่งกระพือเรื่องด้วย พีอาร์ให้มันฟรีเลยสาดอะ
 


6. บ้างโจมตีรัฐบาลเพราะชิงชัง ...กูต้องนั่งเสียวสันหลังเพราะพวกมึง
อันนี้ก็คุกคามครับ
เอาภาพจับผิดมาแชร์ มาเผยแพร่
เอามาแค่บางส่วน ตัวเต็มให้ดูไม่ได้
แล้วก็แชร์ ๆ ด่า ๆ กันไป
 
ล่าสุดแต่งเรื่องโจมตี หาว่ายิ่งลักษณ์เป็นลูกคนโตทักษิณกับเมียเก่า
จินตนาการมึงล้นเหลือ ติดต่อสำนักพิมพ์ด่วนเลย
 
นี่กูอ่านข่าวนึกว่าอ่านฟิคชั่น!!!
 
มีเรื่องอีกมากมายให้โจมตีครับ เช่นค่ารถไฟฟ้า ของแพง มะนาวลูกจะ 5-6 บาท
ของแพงคิดไปเอง
 
ไม่ใช่นิยายทรายทองแบบนี้ มันตลก
 
คุกคามได้อีก
 
 
7.ไหนพวกหื่นแทครูปโป๊ระเบิดระเบ้อ พอคลิกเจอเจ้านายผ่าน ถึงกับอึ้ง
 
จริง ๆ ผมไม่ใช่คนหื่นครับ
ถึงจะมีอารมณ์บ้างก็หลังไมค์เป็น ไม่แสดงความหื่นออกสื่อออกหน้าออกตา
แต่พี่เล่นโพสแปะหรา
เหตุผลเดียวกันครับ มันประจานผมเอง ว่าผมหื่นประเจิดประเจ้อ หมกหมุ่นวุ่นเซ็กซ์
 
ใครชอบแขร์รูปโป๊รูปหื่นนะครับ
เอาเฉพาะหน้าวอลล์คุณก็ได้ ไม่ต้องแทคใครนะ
เดี๋ยวกูปรับโพสมึงเอง ให้โชว์เฉพาะที่สำคัญ
 
ถึงมันจะสำคัญต่อชีวิตมึงก็เหอะ แต่งานนี้พี่ขอออออออ
 
ส่งมาหลังไมค์นะทีหลัง ....สัดหนิ
 
 
 
8.อีกหมอดูที่แม่นจนโลกตะลึง แอพพลิเคชึ่น~ มายมากประหลาดใจ
 
คนชอบการทำนายครับ ชอบดูดวง ชอบทายนิสัย
ว่าเราจะเหมาะกับอะไรแบบไหน ได้ผัวตอนอายุเท่าไร มีผัวตอนกี่ขวบ
แก่แล้วหน้าเป็นยังไง 
 
อยากรู้ความลับ ใครแอบส่องเราอยู่ ใครแปนพันธ์แท้บล็อกเรา
เพื่อนคนไหนกำลังจะทิ่มตูดเราจากด้านหลัง
 
แอพพลิเคชั่นพวกนี้ช่วยได้
 
ถ้าเห็นว่าเพื่อนคุณมีเพจเห้ห่าสารพัน ไม่เข้ากันกับหน้าตาเ้พื่อน
อย่าแปลกใจ มันเล่นแอพพวกนี้แหละ
 
ซึ่งบังคับให้กดไลค์แฟนเพจพวกแม่ง
 
แต่ถามว่าเล่นมั้ย
เล่น
เล่นเสร็จก็ไปอันไลค์เพจทิ้ง บร๊ะ 555
 
 
 
 
9. ไหนจะคำขอเล่นเกมอันเบ๊อะเบ๋อ ไม่รู้เผลอ ไปเล่นเอาตอนไหน
 
โอเคครับผมอาจจะเล่นเตอร์ติส และเอวนเจอร์นิดหน่อยพอรับกระแส
หลัง ๆ ก็เบื่อ แต่บางครั้งก็รำคาญพวกคำขอในเกมที่พุ่งขึ้นมารัว ๆ ถี่ ๆ 
ผมเลยขี้เกียจเล่นไป เข้าไปบล็อกคำขอจากเกมบ่อย ๆ
 
โอเคนั่นเกมที่เราเล่น เค้าเห็นว่าเราอยู่ในลิวต์ก็ชวนมา
แต่บางครั้งมาโพสชวนในวอล (เดี๋ยยวนี้เหมือนจะปรับให้ไม่มี)
หรือส่งคำเชิญคำขอมาแบบรัว ๆ
 
บางที่เรารอเม้นท์ตอบจากใคนรที่เรารออยู่
พอมันแจ้งว่ามีโพสใหม่ กลับเป็นคำขอเกมแทน
มันคุกคามจิตใจมากเบย T^T 
 
อารมณ์รอเมสเสจแฟนแล้วเสือกเป็น sms ดูดวงอะ
อยากจะตะโกนด่าจากดวงจันทร์ลงมาให้ดิ้นยาย
 
 
 
10. และกระแสโลกิสวาทขาดใจ ที่แฟนเกิร์ลชาวไทยต่างชาบู
 
ผมรู้สึกว่าช่วงนี้คนพูดถึงแต่โลกิ
โลกิ โกกิ โซหงิ โกหลิ แล้วแต่จะเรียกกันไป
มันคือเทพโลกิจากเรื่องธอร์ฮะ แต่เสือกมาดังช่วงเอวนเจอร์
ทั้งที่แม่งก็ตัวเดียวกัน
 
 
ผมสัมผัสได้ว่า อีโลกิแม่งภัยคุกคาม มึงจะยึดโลกไม่พอ ยังจะยึดพื้นที่ในโลกเฟสบุ๊คด้วย
หันไปทางไหนคนก็วาดแต่แฟนอาร์ตโลกิโลกิโลกิ ไอ้เถิกนี่แม่งหล่อตรงไหน
 
*นั่งดู
....
......
........
.......เออ
............มันเท่ว่ะ
 
แล้วก็ฮาด้วย ตอนโดนฮัล์คจับฟาด
 
แต่มันเยอะไปมั้ยอ่าาาาาา
 
 
 
ป่วงมากกอะ
 
 
แฟนอาร์ต โดจิน ทั้งปกติและว้ายวาย คู่เคะกับธอร์
แรก ๆ ดูก็เพลินดี
 
หลัง ๆ พวกรับกระแส เห่อตาม มันเยอ๊าโลกิ อร๊าาาาโลกิ
 
ฮือ ผมเบื่อโลกิ...
 
 
แต่ถามว่าชอบมั้ย ผมชอบโทนี่สตาร์กเถียงกับกัปตันมากกว่า มันกวนตีนดี
 
แต่ไม่ได้ว่านะครับ โลกิแค่ภัยคุกคามของผมคนเดียว ไม่ใช่ภัยสังคม
อะสามสี่ กรี๊ดต่อ อ๊าาาาาาาาาโลกี่ยยยยยยยยยย์
 
ทรึง
 
 
 
 
 
จบครับ สวัสดี

เป็นไงล่ะเจอกูด่า .....

posted on 18 May 2012 13:11 by urza  in Dah

เล่นเฟสบุ๊คมั้ยครับเล่นสินะเคยเจอชุดสนทนา แบบนี้่ครับ 
A : "ไอ่ขยำกระดาษ ไอ้นอนทับเสื้อ ไอ้เสื้อไม่รีัด"ฺ (เดบิตบายน้องเนียวทาโร่)
B : ???
A : "เป็นไงละ เจอกูด่ายับ"

ผมเจอมาครับ  
ช่วงนี้เจอมุขฟายทำนองนี้บ่อยครับ 
ฮามากครับ
เป็นภัยคุกคามอย่างหนึ่งเลยรวบรวมมา  
ว่าด้วยเรื่องการด่า ด่าแบบไหนมั่ง 
 
ไปดู  
 
1.
A: ไอ้มีดบาดราดทิงเจอร์ ไอ้ตกบันไดได้แผลถลอก ไอ้เตะเหลี่ยมโต๊ะเล็บฉีก
B: งง ด่าอะไร
A: เป็นไงละ เจอกูด่าเจ็บแสบ
 


2.
A: ไอ้สงกรานต์ ไอ้รถย่ำแอ่งน้ำ
B: ??
A: เอ่างง ๆ เป็นไงละ  เจอกูด่าสาด
 


3.
A: ไอ้นั่งสมาธินาน ไปยืนโหนรถเมล์ไกล ไอ้ของทับขา
B: ?? อะไรวะ
A: เอ่างง ๆ เป็นไงละ เจอกูด่าเหน็บ
B: อืม บางทีตะคริวด้วย กวยเอ๊ย
 
 

4.
A: ไอ้สามตัวร้อย ไอ้ sale50% ไอ้ลดล้างสต๊อก
B: ด่าอะไร
A: เป็นไงละ เจอกูด่าดูถูก
 
 

5.
A: ไอ้ดินแดงโดนน้ำ ไอ้โจ๊กไข่แดงแตก ไอ้หน้าเค้กโดนเหยียบ
B: ??
A: เอ่างง งง เจอกูด่าเละ
 
 

6.
A: ไอ้รถไฟ ไอ่ลุมพิณี ไอจตุจักร
B: ??
A: เอ่างง งง เป็นไงละ  เจอกูด่าสวน
 
 
 
7.
A: ไอ้ผ้าขี้ริ้ว ไอ้ไม้ม็อบ ไอ้สำลีชุบแอลกอลฮอล์
B: ฮื้อออ ? ด่าอะไร
A: เป็นไงละ เจอกูด่าเช็ด
 


8.
A: ไอ่บิ๊กแมค ไอ้แฮปปี้มิล ไอ้แมคฟิช 
B: ห๊ะ ??
A: ไง่ล่ะมึง เจอกูด่าเป็นชุด 
 
 


9.
A: ไอ่ F1 ไอ้เครื่องเจ็ท ไอ้800แรงม้า
B: ???
A: เป็นไงล่ะ เจอกูด่าแรง
 
 
 
จบแต่เพียงเท่านู้น
 
 
เอนทรี่นี้เป็นเอนทรี่เก่าค้างฟ้า
เชื่อว่าหลายท่านเข้ามาชมจากการค้างฮอตและการติดบรีฟ
ดังนั้น รบกวนเข้าไปดูเอนทรี่ใหม่ผมด้วยนะครับ
 
ผมกลัวมันโดนกระแสเอนทรี่นี้กลบมากมาย T^T