ไม่ได้พิมพ์ผิด
ไม่ได้พาดพิงหงส์ชนผี เพราะอีฉันเชียร์ปืน
แต่ผมพูดถึงบอร์ดที่ทำร่วมกับน้อง ๆ เพื่อน ๆ
แต่จะว่าไปไอ้ต้นคิดก็คือผมนี่แหละ วันนี้จะเล่าจริง ๆ จัง สัก
กาลครั้งหนึ่ง ผมเปิดบอร์ดเรื่อยเปื่อยไว้ที่นึง เพราะเรื่องมันมีอยู่ว่า ผมไปป่วนบอร์ด CGN บอร์ดต้นสังกัดสำนักพิมพ์ที่เคยส่งนิยาย ไปลดบรรยากาศบอร์ดเค้าด้วยการตบเกรียน และทะเลาะกันงุ้งงิ้ง ๆ ๆ ร่วมกับสมาชิกอีกคน จนแอดมินรำคาญหรือไงไม่ทราบ สั่งยุบฟอรั่มที่ผมสิงประจำ
ฉิบหาย
แล้วกูจะซุกหัวนอนที่ไหน
คือตอนนั้นยอมรับว่าติดบอร์ดมาก เปิดเว็บต้องเปิด คอมเกมเมอร์ก่อน แล้วอยู่มานาน สองสามปีเรียกว่าวีรชนบอร์ดเลยก็ได้ เพราะมีตทีไร เจอไอ้เอ๋อทุกที
และไม่ค่อยได้แว้บไปฟอรั่มอื่นนอกจากฟอรั่มติดกิ๊บเลย เป็นฟอรัมประจำ เพื่อนก็เยอะด้วย
แล้วพอคำสั่งมาแบบนั้น เอาล่ะสิ ต่อรอง อุทธรณ์ไม่เป็นผล
หยิ่ง อาการหยิ่งบังเกิด
ด้วยความคิดที่ว่า "เอาวะ ในเมื่อนี่ไม่ใช่ธรณีสำหรับให้กูวางบาทา กูจักหาพสุธามาวางตีน"
เป็นไง เด็ดเดี่ยวสมเป็นลูกบรรพชนไทยมั้ย แทนที่จะยอมรับผิด ไปป่วนบอร์ดล่มแล้วหนีมาตั้งรกรากใหม่ซะงั้น
การทำบอร์ดครั้งแรกทุลักทุเลมาก เพราะผมไม่มีความรู้ด้านนี้ ไปเนียนสดเอาหมด
ในตอนแรกผมติดต่อสมาชิกบอร์ดคอมพ์ท่านอื่นไว้คนหนึ่ง กะลังวางรกรากสร้างบ้านแปงเมืองกัน
แล้วอยู่ ๆ สมาชิกท่านนั้นก็หายไปอย่างลึกลับเหมือนชูวิทย์โดนอุ้ม ไม่รู้ความเคะไปเข้าตาใครหรือเปล่า สาปสูญไร้การติดต่อ
ผมก็คุยไว้เยอะ เพราะทาบทามเพื่อนฝูงไว้เยอะ แล้วพวกมันก็เห็นดีเห็นงามด้วย แบบว่าฟิตกันเต็มที่ พร้อมจะย้ายสำมะโนครัวในเร็ววัน
แต่พอคนทำหาย มันก็ไม่เป็นรูปเป็นร่าง อาทิตย์ก็แล้วสองอาทิตย์ก็แล้ว จนเกือบ ๆ เดือน ผมทนแรงทวงผีแค้นของพวกเพื่อน ๆ ไม่ไหว
หาคนทำใหม่ว่อย
ไม่รู้สวรรค์เห็นดีหรือผีจับยัด ผมมีแฟนนิยายคนหนึ่ง เจอกันในงาน Ro 4 ปี ชื่อว่า ซาคาบาโตะ เป็นแฟนนิยายที่ผมจำมาก มันบอกว่าชอบงานผมมากซื้ออาโอนิวส์ทุกฉบับ แต่ไม่ได้แกะอ่านเลย ซองพลาสติกก็ยังไม่ได้ฉีก ซื้อมาก็กอง ๆ ซ้อน ๆ ไว้
แล้วมึงชอบงานกูตรงไหนวะ พาดหัวสวยเหรอ หรือโทรจิตทะลวงเข้าอ่านเนื้อในได้
ผมทักถามน้องเขาไปใน M ว่าทำเว้บได้มั้ย เป็นคนแรกที่ถามเลย และน้องเค้าก็เผอิญทำได้ด้วย
โครงการเราจึงเริ่มตั้งแต่นั้นมา ตอนแรกผมยังไม่มีจุดยืนของบอร์ด ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นบอร์ดเกี่ยวกับอะไร จะเป็นบอร์ดทั่วไปไว้ชิทแชทกันในหมุ่เพื่อน เรื่องจะพูดมันก็ไม่มี เพราะไม่มีประเด็น
ดึงคนมาได้เยอะก็จริง แต่ไม่รู้จะโพสต์อะไรกัน ไม่รู้จะคุยอะไร ไม่นาน คนก็เริ่มหายไป
บอร์ดก็เริ่มร้าง มีลูกหญ้ากลิ้งผ่าน ฟิว้ ฟิ้ว ให้บรรยากาศวังเวงมาก
ไอ้พวกที่ชวน ๆ มาก็เริ่มหมดความสนใจ เหลือผมกับซาคาบาโต๋ยสองคน จนคนทักว่า
บอร์ดนี้แปลกดีนะครับ บอร์ดตั้งกว้างแต่มีแค่แอดมินคุยกับเว็บมาสเตอร์
ผมนอนกลุ้มอยู่คืนนึง ไม่รู้จะทำยังไง เดือนหน้าก็ต้องไปเป็นทหารแล้ว บอร์ดร้างติดต่อกันมาสี่ห้าเดือน ไม่มีการจัดการอะไรเลย เพราะหาจุดยืนบอร์ดไม่สำเร็จ
สุดท้าย ผมก็ทำให้บอร์ดเดินไม่ได้ จนมารับราชการทหาร
แล้วก็อย่างที่เล่าว่าผมโอกาสดีได้มาจับเน็ตคลิกเมาส์อีกครั้ง พอผ่านไปเดือนสองเดือนก็จำได้ว่า เพื่อนจัดการแข่งขันที่เรียกว่า CF อยู่ที่เด็กดี ก็เลยตามไปอ่าน แล้วก็ค่อย ๆ ไต่ไปบอร์ดอื่น ๆ ด้วย อ่านไปอ่านมา กระสันครับ
อยากเล่นบ้าง
แต่มองตัวเอง ฝีมือการวาดก็นะ.... จะเอาอะไรไปแข่งกับชาวบ้าน
ก็เลยคิดว่า อยากเป็นประธานจัง เป็นบุคคลที่ทุกคนให้ความสำคัญ อยากมีควาสำคัญ
มานั่งนึก
เออ บุคลากร กูก็มี
สถานที่ กูก็มี
ไอเดีย กูก็มี
ทุน กูก็มี
ทำไมกูไม่จัดเองเลยวะ
เมื่อคิดได้ดังนั้นผมก็จัดสรรค์ดำเนินการติดต่อเจ้าหน้าที่บุคลากรมากมาย ทั้งการเตรียมที่เตรียมขนเตรียมของ เอมหากันให้วุ่นไปหมด
ในเรื่องของสถานที่ผมก็ถามโต๋ยว่า เราสามารถทำบอร์ดให้รองรับคนจำนวนมากได้มั้ย ขยายปริมาณขึ้น เพิ่มรูปแบบลูกเล่น ตกแต่งเพื่อต้อนรับผู้เข้าแข่งขัน สร้างฟอรั่มเพิ่ม โต๋ยโอเค บอกทำได้
ผมลงทุนสามร้อยบาทซื้อชื่อบอร์ดว่า http://red-palace.net แล้วก็ย้ายโฮสต์ไปแปะกับโต๋ยที่เปิดบอร์ดดำ ๆ มืด ๆ ของตัวเองไว้อยู่แล้ว แล้วก็จะแชร์ค่าบอร์ดรายปีกับมัน
เรื่องสถานที่ เคลีย
ต่อไปเรื่องบุคคลากร เมื่อผมขึ้นหัวเอมว่าจะจัด CF คอ CF จากเด็กดี ญาติของเจ้าฮาวเพื่อนผมก็ติดต่อมาด้วยความกระตือรือร้นสนใจ บวกกับผมเล็งคณะกรรมการชุดนี้ไว้แล้ว เพราะเคยพูดกับฮาวที่จัด CF เด็กดีว่า ปีต่อไปถ้ามีอยากร่วมด้วย (คือมันเป็นหนึ่งในความฝันเมื่อนานมาแล้วอย่างหนึ่ง) ก็ประจวบเหมาะลงตัวกันพอ
ผมได้สถานที่ ได้คณะกรรมการ แต่ผมยังขาดคนแข่ง
ขั้นตอนต่อไป (หลังจากตกลงกันเรื่องเนื้อหาการแข่งได้ลงตัวอย่างทุลักทุเล) ก็คือการประชาสัมพันธ์
การประชาสัมพันธ์ ต้องอาศัยความหน้าด้าน ความกล้า และความเสี่ยง
เพราะโอกาสจะถูกเมินมีสูงหรือการจะเอามะพร้าวห้าวไปขายสวน ก็ต้องระวังด้วย
ผมมีปัญหาครั้งใหญ่กับชุดกรรมการ ก็เรื่องการเอา CF กระจอก ๆ ของผม ไปโฆษณาในมหานคร CF โดยไม่คำนึงถึงมารยาทที่ต้องขออนุญาตเจ้าของบอร์ดก่อน
ผมโดนด่าแบบจัง ๆ ด้วยความที่มองอะไรแคบ ๆ เพราะคิดว่า การประชาสัมพันธ์ของเรามันก็ทำแบบไม่หวังผลมากมาย ใครที่สนใจก็จะมาอ่านเอง ใครไม่สนใจ หรือจะแข่งที่เดียว ก็ไม่ได้บีบบังคับอะไรเขา เป็นการเปิดตัวเลือกให้เท่านั้น
แต่ฟี๊ดแบ็กไม่ใช่ คลื่นใต้น้ำและคำนินทามันกดดันหนึ่งในคณะกรรมการจนต้องให้ฮาวมาเตือนผม
ตอนนั้นผมยังไม่รู้สึกรู้สาอะไร เพราะไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องใหญ่ แต่กับความรู้สึกของสมาชิกบอร์ดนั้นที่โดนหางเลขเพราะเขาก็เป็นคณะกรรมการด้วย มันก็เสียหายพอสมควร
ถึงผู้จัดของทางโน้นหรือสมาชิกคนอื่น ๆ จะไม่แสดงออกก็เถอะ แต่ผมรับรู้ถึงรังสีบางอย่างผ่านคำบอกเล่า
พลาดแล้ว ...
หลังจากนั้นผมก็มานั่งคิด...อืม...เราไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว
ตอนนี้เราเป็นพ่องานแล้ว เป็นต้นคิด เป็นคนแจงงาน จะทำอะไรต้องแคร์ลูกทีมบ้าง ไม่ใช่อยากจะทำก็ทำไม่คำนึงถึงผลเสียที่ตามมา
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นไป ผมก็ทาบทามไปยังเว็บมาสเตอร์ตามธรรมเนียม ให้เขาช่วยประชาสัมพันธ์ให้เพื่อเซพตัวเองตามที่ฮาวแนะนำ
--ผลสุดท้าย--
เสียงตอบรับล้นหลาม ได้สมาชิกเข้าแข่งขันทั้งหมด หกสิบคน นับว่าเกินความคาดหมาย
จากการแข่งเล็ก ๆ ในบอร์ดเล็ก ๆ เริ่มเกิดสังคมที่มีปริมาณ จากการหลั่งไหลของคนต่างที่เพศวัยและอายุ แต่มีความมุ่งหวังอย่างเดียวกันก็คือการร่วมแข่งขัน คอมมิคไฟท์ติ้งที่บอร์ดเรดพาเลจหรือเรียกสั้น ๆ ว่าวังแดง
เมื่อมีสมาชิก ไอ้พวกบุคลากรที่หายหัวไปผมก็เรียกกลับมาและยัดตำแหน่งให้ทำ ซึ่งพวกนี้เป็นงานมาก วางมาดเป็นโมดูลเรเตอร์ได้อย่างน่าหมั่นไส้มาก แถมฟิตจัด เคลียร์เรื่องทะเลาะหยุมหยิมในบอร์ดได้อย่างสงบราบคาบ
กระทั่งการแข่งดำเนินมาถึงรอบแรก ในปัจจุบัน
ผมมองบอร์ด
มองเมืองที่สร้างด้วยน้ำพักน้ำแรง
มองประชาชน
มองเพื่อนร่วมงาน
ผมเห็นมุมมองที่ต่างออกไป
จากสมาชิกที่ไม่มีภาระหน้าที่รับผิดชอบมากไปกว่าการกระทำของตัวเอง
ตอนนี้ผมต้องรับผิดชอบการกระทำทุกอย่างของคนอื่น ๆ ต้องรับผิดชอบความเป็นไปของบอร์ด
ผมเห็นถึงความแตกต่างระหว่าง ผู้ปกครอง กับผู้ถูกปกครอง
การวางตัวมันต่างกันโดยสิ้นเชิง มันกดดัน มันเคี่ยวเข็ญเกินรับ
แต่ในขณะเดียวกัน
ผมรู้สึกได้ถึงความรับผิดชอบ และความรักที่มีต่อสมาชิก
ผมเริ่มเข้าใจคำว่า "เพื่อประโยชน์สุขของคนส่วนใหญ่"
บางที เราก็ต้องสละบางสิ่งไปเหมือนกัน
------------------------------------------
มองเฮียซูเนโอะ มองพี่สันติ มองพี่นพมีดที่สิบสาม
ผมไม่เคยมองพวกเขาชัดแบบนี้มาก่อน คนมีบอร์ด จะเข้าใจกัน เพราะเจอมาเหมือนกัน ประสบการณ์เดียวกัน เหมือนบ้านที่ต้องดูแล เหมือนสมบัติที่ต้องคอยเฝ้า เราจะรู้สึกหวงแหนมากกว่าตอนที่เป็นสมาชิกเสียอีก
ถึงตอนนี้แล้ว ผมได้สิ่งที่ต้องการแล้ว ผมมีสังคมที่สามารถทำให้เป็นสังคมในอุดมคติของผมแล้ว
จากนี้ต่อไปก็เหลือแค่รักษาให้มันคงอยุ่ตลอดไปนั่นเอง
------------------------
ผมมีสมาชิกกลุ่มหนึ่งที่ประทับใจมาก เขาเรียกตัวเองว่าแก๊งโต้รุ่งคลับ
เป็นเพื่อน ๆ ของผู้เข้าแข่งขัน CF ของเด็กดี
เขาบอกว่าเขาประทับใจในความรั่วของบอร์ด และการตอบฉับไวของกระทู้มาก
แล้วทีนี้ เขาก็จัดมีตติ้งกันที่ศูนย์สิริกิตย์ งานหนังสือ
ใครผ่านไปผ่านมาจะเห็นคนบ้ากลุ่มใหญ่โวยวายโหวกเหวกว่าเรารักวังแดง
-------
ผมไม่ได้ไปร่วมหรอกนะ แต่ฟังแล้วมันตื้นตัน
บอร์ดเล็ก ๆ บอร์ดหนึ่งที่ไม่เคยมีทีท่าว่าจะมีความสำคัญอะไรกับชีวิตเลย จุดประสงค์แรกสร้างก็แค่หนีตาย หลบคดี
แล้วตอนนี้
มีคนมาบอกว่า รักบอร์ดเรา
มันพูดไม่ถูก
มันเหมือนกับว่า สิ่งที่เราได้ทุ่มเทลงได้ ได้รับผลตอบแทนที่เกินคาดหมาย
จะมีสักกี่คน ที่ทำผลงานแล้ว มีคนมาบอกว่า พี่ครับ ผมรักผลงานพี่ครับ
ผมไม่เคยเจอมาก่อน
อย่างมากก็บอกชอบแค่นั้นเอง ไม่ถึงขั้นบอกรักหรือ ขอแต่งงาน
มันรู้สึกดีมาก ๆ
ตอนนี้ผมเป็นแอดมิน เป็นมือใหม่ในวงการ ความรู้ก็นับว่ายังน้อยเหมือนกบจ้อยในทะเล
แต่ผมมีประชาชนแล้ว ถึงจะเป็นแค่ระดับหมู่บ้านหรือตำบล มันก็สร้างความประทับใจแบบบอกไม่ถูก
ดังนั้น ใครที่ผ่านไปผ่านมาแล้วสงสัยว่า ไอ้วังแดง ๆ ที่โวยวายหนวกหูไร้มารยาทนั้นมันอะไรกัน
ให้คุณรู้ไว้เลย ว่ามันคือเว็บบอร์ด ของเอ๋อคุง...
ปล. ถ้าสมาชิกบอร์ดของขึ้นเพราะหนี้แค้นเก่าเผลอด่าเสียงดังหน้าเซเว่น ก็ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ ช่วงนั้นมีเรื่องนิดหน่อย 555