คำเตือน
บทความนี้ยาวมาก เล่าเรื่องม้วนเดียวจบ
กรุณานั่งสมาธิ ดำน้ำ ดูปะการัง เข้าค่ายคุณธรรม จำสูตรคณิตศาตร์
และคาดเข็มขัดนิรภัยให้เรียบร้อยก่อนอ่าน
เพราะคุณต้องใช้ความอดทนสูงมาก หากต้องการอ่านจนจบ
อนึ่งผู้เขียนได้ทำการใส่หมายเลขไว้ในแต่ละย่อหน้าไว้
เพื่อง่ายต่อการแบ่งอ่านเป็นรายเดือน
ขอบคุณที่รู้ว่ายาวแล้วก็ยังจะดันทุรังอ่าน
น้ารักอ้ะ 
1. บทนำ
คุณเชื่อในพรหมลิขิตมั้ยครับ
ผมโคตรไม่เชื่อเลยว่าจะมีใครสักคนขีดชีวิตเราให้มาเจออะไรด้วยความบังเอิญ
และพระพรหมก็คงเป็นสิ่งแทนตัวของเรื่องบังเอิญเฟ้ดเฟ่ทั่วไปเท่านั้น สำหรับผม
แต่ผมก็ประจักษ์กับตัวแล้วครับ ว่าเหตุบังเอิญเกินไปแล้ว!!ก็ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า
ใครแม่งเล่นตลกกับชีวิตผมหรือเปล่า
ผมไปกรุงเทพมาตั้งห้าวัน แต่ไม่ไ่ด้เล่าอะไรให้ใครฟังเลยนอกจากขบกัดงานหนังสือนิดหน่อย
จริง ๆ เรื่องฮามันมีมากกว่านั้นเยอะครับ แต่ด้วยสภาพที่ไปพักบ้านมนุษย์เพื่อน
เลยไม่มีโอกาสเขียนอะไรยาว ๆ ที่ใช้สมาธิในการเรียบเรียงเท่าไร
เพราะคอมพ์ก็ของเค้า ใช้นานก็เกรงใจ แถมมันวุ่น ๆ จนไม่มีอารมณ์มาเขียน
กว่าจะมีสมาธิมาเรียบเรียงเรื่องทั้งหมดก็ผ่านมาจนจะสิ้นเดือนละครับ
ทุกปีผมจะไปกรุงเทพ 2 ครั้ง ใหญ่ ๆ
คือไปงานหนังสือเพื่อพบปะนักเขียนที่ผมเคารพท่านหนึ่ง
ทุกครั้งที่นพ วิทูรณ์ทองเรียกรวมพล ผมก็จะลงไปแบบไร้เงื่อนไข
แต่มักจะเตรียมการใหญ่ ๆ ไว้เสมอ เพราะลงไปแต่ละครั้ง
ผมต้องคุ้มค่าใช้จ่าย ด้วยการนัดเจอหลาย ๆ คน จากหลาย ๆ กลุ่ม
ปีนี้ผมนัดน้อง ๆ ในชมรมวังแดง (บอร์ดวาดรูปของผมที่ปิดตัวไปแล้ว แต่สมาชิกยังติดต่อกันอยู่หลายคน)
นัดคอสเพลย์ไอด้อลที่ผมชอบ ขอทานข้าวด้วยสักมื้อ
และนัดเพื่อนสาวที่กำลังมีปัญหาหัวใจมานั่งจิบเบียร์ปรับทุกข์กัน
และแน่นอน นัดมนุษย์เพื่อนด้วย ว่าจะทำอะไรกินกันที่บ้านที่ผมไปขอพัก
โดยมนุษย์เพื่อนของผมก็อยู่รวมกันกับเพื่อนและแฟน
รวม ๆ สี่ชีวิตและไม่มีชีวิตอีก อื่ม อ่า เอ่อม...
ช่างมันเถอะ....เอาเป็นว่าอยู่กันเยอะ เฮฮาบ๊ะเทิ่งใช้ได้
ซึ่งมาพักคราวก่อน ค่อนข้างโอเคกับการต้อนรับของครอบครัวนี้
สนุกดีครับ 555 เลยตั้งใจว่าจะต้องกลับไปใช้บริการอีก
2. ป.2 VIP
ในการเดินทาง
ผมมักใช้่บริการของสมบัติทัวร์เสมอ
เพราะแม่งเป๊ะสุดละในบรรดารถโดยสารเชียงรายไปกรุงเทพ
เคยนั่งของเจ้าอื่นก็ไม่เวิร์คเท่าเจ้านี้
แต่ในความเป๊ะก็มาถึงจุดบอดได้เมื่อเสือกเดินทางในวาระเร่งด่วน
ผมออกจากบ้านวันที่ 3 ขนข้าวของย้ายมาห้องเช่า
ยังไม่ได้เรียงของเลยก็ต้องเดินทางต่อไปกรุงเทพในวันที่ 5 เพราะนัดหมายเริ่มวันที่ 6-8
โดยผมตั้งใจจะอยู่ถึงวันที่ 9 แล้วค่อยกลับในตอนเย็น
กำหนดการณ์ทุกอย่างนัดหมายตายตัวไว้แล้ว
กัดฟันปฏิเสธงานพิธีกรเพื่อให้เดินทางตามกำหนดการ
ผมจองตั๋วล่วงหน้า 1 วัน ซึ่งเป็นอะไรที่เสี่ยงตายในช่วงเทศกาลแบบนี้
อีกไม่กี่วันก็สงกรานต์แล้ว ผมกลับลืมที่จะจองตั๋ว ผมเลยไปซื้อในวันที่ 4
ซึ่งเดชะบุญ รถเหลือ 1เที่ยว และเป็นเที่ยวที่ผมไม่เคยสัมผัสมาก่อน
คือรอบ 16.00 ....เช้าสัสแมวมากสำหรับผม เพราะถ้าไป 4 โมงเย็น มึงจะถึง ตีสี่
และไม่เหมาะอย่างยิ่งหากเราพักบ้านคนอื่น
เพราะมันจะรบกวนเจ้าบ้านชิบหายวายป่วงที่ต้องแหกขี้ตามารับเรา
แต่ด้วยความที่เลี่ยงไม่ได้ ไม่งั้นทุกอย่างเคลื่อนแน่ ผมเลยตัดสินใจเอารอบนี้
และที่พิเศษคือ รถเที่ยวนั้นเป็น ป.สอง VIP
เดี๋ยวนะ...... ป.สอง แต่เสือก VIP
ทำไมมึงขัดแย้งในตัว
ป.สอง คือรถกากนะครับสำหรับผม ที่นั่งแข็ง ๆ เบาะปรับเอนยาก ๆ นั่งตูดเกร็ง ๆ
ห้องน้ำอยู่ท้ายขบวนและเหม็นตลอดเวลา
ขณะที่ป.หนึ่งดีกว่ามากและห้องน้ำอยู่ตรงบันได
แอร์ปรับลดได้ และมีแสงไฟให้อ่านหนังสือ
และถ้าเป็น VIP มันน่าจะมากับป.หนึ่ง
สรุปว่า ความVIP มันอยู่ตรงไหนวะ แดกกุไปตั้ง 700 กว่า ๆ
ช่วยแซะความพิเศษของราคาออกมาโชว์หน่อยซิ
แล้วผมก็พบคำตอบครับ
ความVIP อยู่ตรงของแดกสำหรับการยัดห่าน
มาตั้งแต่ของเสิร์พบนเครื่องละฮะ เครื่องดีเซลหรือเบนซินไม่รู้
แต่เครื่องเซ่นนี่แหล่มมาก มีโมจิหิมะก้อนหยุ่น ๆ อร่อยสัสหมา
ชาเย็นบรรจุกล่อง น้ำแร่ขวดย่อม และขนมอีกกล่องเต็ม ๆ
...มาแล้ว....ความ VIP ของมัน
นอกจากนั้นคือ อาหารที่พักแดรกระหว่างทาง
ตลอดความทรงจำ ป.สอง ไม่เคยแวะแดกครึ่งทางนะ
กำแพงเพชร พิษ'โลกนี่ไม่เคยจอดแดก
แต่นี่ คือ ป.สอง VIP ฮะ
ต้องแวะแดก ถึงไม่แดกไม่เที่ยวแวะเยี่ยวก็ยังดี
และปกติเนี่ย เวลาป. หนึ่งแวะแดก เราก็เอาตั๋วรถให้เค้าฉีก
แล้วไปแลกข้าวง่อย ๆ ได้น้อย ๆ มาแดกจานนึง
แต่คราวนี้ต่างออกไป ความVIP ทำให้มีพนักงานเก็บตั๋ว
แล้วต้อนเราเข้าห้องกระจกที่แยกออกไป
ซึ่งชีวิตที่ผ่านมาได้แต่สงสัยว่า อื่ม...VIP ในนั้นเค้าแดกอะไรกันน้า
คำตอบคือแดกบุ๊ฟครับ
เม็ดแน่!!
เป็นบุ๊ฟเฟ่ เหยดดดดด
แต่มึงเสือกมาบุ๊พในสถานการณ์เร่งด่วน
ปกติแดกบุ๊ฟผมแดกเป็น ชม.
ดื่มด่ำซ้ำซ้อนจนยัดอะไรไม่ลงแล้วค่อยเลิก
แต่นี่ด้วยเวลาจำกัดสัสหมา 20 นาที
มึงจะมาบุ๊ฟทำส้นตึกอะไรเนี่ยยย แม่งงง
จ่ายไม่คุ้มเสียเลยคุณณณณ
แถมบุ๊ฟอะไร ? บุ๊ฟข้าวต้ม มีราดหน้าด้วย!!
ผมเลยจัดคอมโบ้เลย เอาข้าวต้มทรงเครื่อง ถ้วยหนึ่ง
ตักกับของข้าวต้มกุ๊ยมาทุกอย่างใส่จานอย่างละหน่อยเหมือนไหว้ผีปู่ย่า
แล้วก็ตักราดหน้ามาพอกรุบกริบ ขนาดสามคำหมด
เพื่อแดกให้คุ้มค่าตั๋ว...
แม่ง มาบุ๊พเฟ่ทำเครื่องในแมวอะไรตอนนี้วะ ห่า
สรุป ความวีไอพีของรถ คือของแดกครับ จบ
ผมได้รจนาป.สองวีไอพีไว้เป็นบทเพลงทำนองเพลง
คุกเข่าของ คอกเทลไว้แล้วว่า
"เพราะมันเป็นรถกาก ราคาแม่งดักควาย
นั่งก็ไม่สะดวกปวดหลังกุชิบหาย
ราคาตั้ง 700 บาทแดกบุ๊พรีบแทบตาย
มันคงไม่มีประโยชน์ถ้าคุณเสือกหลับใน"
(hook ไปก่อน ฉบับเต็ม ๆ ไว้โอกาสหน้า)
แต่ก็ยังคงคิดนะว่า เกิดกูหลับยาวไม่ยอมตื่นมาแดก
จะได้เสพความ VIP ของรถป.สองราคา 700 มั้ยวะเนี่ย
3. โชคชัยสี่
หลังผ่านช่วงเวลาทรมาน 12 ชั่วโมง
การทนปวดหลังและมีกระเทยโฮสต์บัสเดินเอาตูดเฉี่ยวหัวเป็นระยะก็จบลง
ผมถึงที่หมายในเวลาตีสี่
(ไม่เข้าใจทำไมรถป.สองถ้าโฮสต์บัสไม่เป็นผู้ชายก็เป็นกระเทยไปเลย
สังเกตุหลายครั้งละ สงสัยให้ทำป.สองก่อน ถ้าผ่านโปรค่อยไปทำป.หนึ่ง อืม)
มืดสนิท เป็นอะไรที่นิยามกรุงเทพไม่ได้
ต่อให้ไปถึงดึกแค่ไหน ไฟก็สว่างโร่
และมีรถโดยสารทุกชนิดรองรับตลอด 24 ชม.
ผมจัดการเติมตังค์และขี้เยี่ยวให้เรียบร้อยก่อนเดินมาที่ป้ายรถเมล์
แม้ตั้งแต่ลงรถมาจะมีแท็กซี่มาดักทึ้ง และตามรายทางก็มีมอไซต์มาทาบทาม
ยังกะกูเป็นวัยรุ่นหน้าตาดี มีพรสวรรค์ เหมาะกับวงการบันเทิงก็ตาม
แต่ด้วยประสบการณ์และเจตจำนงค์อันแน่วแน่
ว่ากุจะไม่เสียเสี้ยวสะตังค์ให้พวกมึงเด็ดขวด
ก็ส่งผมขึ้นรถเมล์สายหนึ่งที่จำไม่ได้แล้ว แต่มันไปที่หมายได้
ณ โชคชัยสี่
ผมพักโชคชัยสี่มาหลายสมัยแล้ว
ก่อนหน้ามนุษย์เพื่อนก็เป็นบ้านพี่ไนท์หนุ่ม
ซึ่งก็อยู่โชคชัยสี่เหมือนกัน
ที่นี่มีความมหัศจรรย์ซ่อนอยู่ทั่วหลืบดาก
จัดเป็นจังหวัดย่อม ๆ ที่มีแม่งทุกอย่างตั้งแต่โรงบาลยันโรงพัก
มีกองปราบด้วย โจ๊กอร่อยมาก ...ได้ข่าว
แถมซอย 39 มีเจดีย์แปดเหลี่ยมสูงเยี่ยมเทียมฟ้า
เจอครั้งแรกอิห่านึกว่าหลุดเข้ามายุคราชวงศ์ชิง
รู้ทีหลังว่าเป็นวัดเจ้าแม่กวนอิม
จากการที่เราไม่มีปัญญาพักที่ไหนไกลกว่านี้ เพราะโง่ทิศงงทางมาก
ทำให้ผมค่อนข้างคุ้นชินกับการนั่งรถเมล์จากหมอshit มาลงโชคชัย
ก่อนจะต่อรถกระป๊อไปลงที่หมายซึ่งอยู่ก้นซอยแม้กกกกก
ผมจะเป็นคนสุดท้ายที่ลงรถ และเป็นคนเดียวที่ขึ้นรถเสมอ
ไม่รู้ทำไม คงเพราะชาวบ้านคงลงหมด ก่อนผมจะได้ลงและขึ้น
แต่ผมก็รู้สึกดีกับมันที่ไม่ต้องนั่งอึนมองหน้าเมือก ๆ ของคนเบาะตรงข้ามไปตลอดเส้นทาง
ด้วยความที่นั่งไกล นั่งนานและหน้าโต้ลม เพื่อจะได้ดูซอย
ผมเลยถอดหมวกออก หมวกใบเก่งสีดำคาดลายสก๊อตของผม
ที่มักใส่ในเวลาที่ขี้เกียจเซ็ตหัว ผมถอดวางบนตัก
และลืมมันไปเลยกระทั่งลงรถ
ผมรู้สึกกบาลโล่ง ๆ เลยมองชะโงกไปในรถก่อนจ่ายตังค์
เมื่อหาไม่เจอก็เดินไปจ่ายตังค์
รถวนกลับตามผมที่ข้ามถนนมา ผมเลยแวะชะโงกอีกที
แต่ด้วยความมืด ผมก็ไม่เห็นหมวก จึงเข้าใจว่า
เออ...คงเอาใส่กระเป๋าไว้แล้วลืม ไว้เข้าบ้านค่อยหาอีกที
4. เรื่องของหมวก
มนุษย์เพื่อนจัดการซ่อนกุญแจไว้ให้ผมเรียบร้อยแล้ว
เผื่อว่าผมมาถึงยามมันหลับ จะได้ไม่ต้องปลุกมันมาเปิดประตูรั้ว
ส่วนประตูบ้านก็ไขเข้าไปได้เลย โดยซ่อนกุญแจไว้ที่รั้ว
ให้ผมไปงม ๆ หาเอง
แต่ผมเสือกหาไม่เจอ แล้วหมาก็เร่งเร้าชั้นมากเลยพี่ชาย
มันเห่ากันขรม เห่าจนขม...เลยรนไปหน่อย
พอหาไม่เจอสุดท้ายก็โทรปลุกเพื่อนเพื่อถามอยู่ดีกว่ากุญแจอยู่ไหน
แหม่...รบกวนกันตั้งแต่วินาทีแรกถึงวันลาเลยทีเดียว
พอไขเข้าไปได้ผมก็รีบไสหัวไปนอนทันที
เพราะแม่งปวดบั้นเด้ากับรถป.สองมาก
พอตื่นตอนประมาณ 8 โมงผมก็จัดการตัวเองให้เรียบร้อยอาบน้ำแต่งตัว
พร้อมจะออกไปเจอนัดแรกของวันที่ 6
คือการแดกข้าวกับไอด้อลที่พรอมมานาดแฟชั่นไอร์แลนด์ หรือซีค่อนไม่รุ
ผมหาหมวกไม่เจอ และรู้ทันทีว่า แม่งอยู่ในรถแหละ ไม่ได้เอาใส่กระเป๋าเฟี่ยไรเลย
เออช่างแม่ง คงไม่เจอแล้ว
แล้วก็สะพายกล้องออกไปนั่งรถกระป๊อแว้นไปหน้าซอยตามปกติ
แล้วก็พิมพ์ข้อความถามไอด้อลไปด้วยว่าพร้อมสำหรับนัดวันนี้ไหม
ส่งข้อความเสร็จเงยหน้าขึ้น...มีรถสวนมา เป็นกระป๊อเหมือนกัน
คนขับหน้าคุ้น ๆ ใส่หมวกสีดำคาดลายสก๊อตหล่อสัสหมาเลย
แต่เดี๋ยว
...เหยดดดดหมวกกูวววววว
แต่พี่เค้าใส่แล้วดูดีมากเลย
ก็เลยคิดว่า เออช่างแม่งเหอะ กูคงไม่กล้าไปทวงเค้าอะ
หล่อสัสแมวซะขนาดนั้น
5. วันแคนเซิ่ลแห่งชาติ
ผมออกมาโดยไม่ได้บอกเจ้าบ้านไว้ เพราะเข้าใจว่าคงหลับอยู่
ก็โทรไปปลุกตอนตีสี่กว่าจะหลับคงเช้า และกว่าจะตื่นคงบ่าย ๆ
ผมเลยออกมาเงียบ ๆ คนเดียว และลงปากซอย
แต่ไม่รู้จะติดต่อทุกคนยังไงให้รวดเร็วและครบถ้วนโดยประหยัดมูลค่า
ได้เท่าการออนเฟสบุ๊ค
เลยไปซื้อชม.เล่นเน็ตในดงเกรียนร้านหนึ่งที่ปากซอย
วันนี้ผมนัดใครไม่ได้เลย
ทั้งที่กำหนดการสติ๊กไว้แล้วว่า
ช่วงเช้าไปพรอมมานาดกับไอด้อล
ช่วงบ่ายไปงานหนังสือเพื่อเซอร์เวย์
และช่วงค่ำจะไปแดกฮูการ์เด้นกับเพื่อนสาวผู้ทุกข์ใจเรื่องฟามรัก
แต่ผมติดต่อใครไม่ได้
แล้วเพื่อนสาวก็เป็นเจ้าแรกที่เมจเสจมาแคนเซิ่ล เพราะมีสอบช่วงเย็น
ตามด้วยไอด้อลที่ยังกลับไม่ถึงบ้านเพราะไปต่างจังหวัด
ส่วนบรรดาน้อง ๆ ชาวเว็บก็บอกว่าพรุ่งนี้ไม่สามารถไปสยามได้แล้ว
เพราะติดธุระกันทุกคนเลย โดยทะยอยมาบอกทีละคน
บางคนติดงาน บางคนยังไม่กลับ
แม่ง วันแคนเซิ่ลแห่งชาติ
ทั้งวันที่ 6 นั้นเลยโบ๋โจ๋ไร้กำหนดการณ์ขึ้นมาทันที
ผมเลยตั้งใจจะกลับไปนอนกลิ้งที่บ้านมนุษย์เพื่อนดีก่า
เดชะบุญ เหมือนเพื่อนรับรู้
มันตื่นแล้วและอินบ็อกมาถามว่า อยู่ไหนวะ เล่นร้านเน็ตเรอะ
ไปดูหนังมั้ย แล้วแดกบุ๊ฟกัน
ทำให้วันนั้นถูกเติมเต็มด้วยหนังเรื่องเดอะ ครู๊ด และโออิชิบุ๊ฟเฟต์
ไม่งั้นคงหมดไปอย่างไร้ความหมายชิบหายวายป่วง
กราบเพื่อนงาม ๆ ณ ทีนี้
6. ระบบชิพในร้านบุ๊ฟ
ผมผ่านบุ๊ฟมาก็เยอะ เมื่อคืนก็เพิ่งโดนไปหมาด ๆ กับบุ๊ฟข้าวต้ม และผองเพื่อน
แต่การแดกโออิชิบุ๊ฟเฟ่ต์เป็นสิ่งแปลกใหม่ในระดับชนชั้นที่ห่างไกลความเจริญอย่างผมมาก
นึุกสภาพร้านอาหารที่เรียกเก็บตังค์ทันทีที่วางตูด และเต็มไปด้วยหม้อไหถ้วยชามถาดตระกร้าเรียงรายเต็มแท่น
มันทำให้ผมเริ่มต้นไม่ถูก แถมคำแนะนำก็มีแค่ อยากแดกอะไรก็ไปตักมา
โอเค มันเบสิกอะกับการแดกบุ๊ฟ
แต่มันมีมากกว่านั้น มีแท่นทำอาหารที่พ่อครัวมายืนผัดผักไฟลุกโชว์หล่อ
มีหม้อไฟเรียง ๆ ๆ และตู้กดน้ำโคตรลึกลับเพราะอยู่อีกเหลี่ยมเสา
ผมเลยงงแดกเล็กน้อย เลยเริ่มต้นที่อาหารเบา ๆ พร้อมกวาดสายตาไปทั่ว ๆ
ในร้านจะมีอาหารที่ตักแดกได้เลยเพียงท่านเปิดฝาคีบใส่จาน
มันจะเซ็ตเป็นคำ ๆ ไว้แล้ว ตักน้อยตักมากตามตัณหาและความตะกละ
แต่มันก็มีแบบที่ต้องปรุงด้วย โดยจะมีจุดต่าง ๆ ให้เราไปสั่งว่าจะแดกจานไหน ชื่ออะไีรและมีตะกร้าตามหมายเลขของอาหารนั้น ๆ เรียง ๆ
ซึ่งวิํธีสั่งมนุษย์เพื่อนบอกว่า คือ บนโต๊ะที่เรานั่ง จะมีคลิปตัวหนีบติดเบอร์โต๊ะอยู่
จะแดกอะไร มึงก็เอาเนี่ย ไปหย่อนในตระกร้าตามเลขอาหารที่เราอยากแดก
เชพก็จะปรุงให้สด ๆ แล้วเอาคลิปหนีบมุมจานมา แล้วเสิร์ฟที่โต๊ะ
ไอ้เหี้ยนี่มันระบบชิพในคาสิโนชัด ๆ
โคตรเท่อะ
วันนั้นเลยลองของสั่งแม่งเกือบทุกอย่างที่ต้องปรุง
โดยผลัด ๆ กับเพื่อนอีกสามคน
แล้วร้านเหมือนมีแคมเปญร่วมกับชากูซ่าด้วย
มีชาป๋องแจกฟรี แต่รสชาติสู้น้ำพันซ์ของร้านยังไม่ได้เลยแจ้
เมนูเด็ดของบุ๊ฟนี้นอกจากพวกอาหารปรุง ๆ แล้ว
เยลลี่แม่งอร่อยสุดละ แต่เสียดาย ลองของเยอะไปหน่อย
ของหวานเพื่อความไฮโซ ตามทฤษฏีกินคาวไม่กินหวานสันดานไพร่
จึงจืดเจื่อนไปโดยปริยาย เอาง่าย ๆ คือยัดไม่ลงแล้ว
คงต้องแก้มือในโอกาสต่อไป
หมดวันแรกไปอย่างสุขสมบูรณ์
7. ฮาจิบัง วันแก้มือ
วันที่สอง เนื่องจากโดนแคนเซิ่ลไปเมื่อวาน
ข้าพเจ้าเลยออกอาการงอนใส่เพื่อนสาวที่นัดกันเป็นมั่นเป็นเหมาะ
นางเลยแก้มือด้วยการแว้บมานัดข้าพเจ้าไปสยาม
เพราะข้าพเจ้ามีนัดแดกของหวานที่สยามกับชาววัง (ที่แม่งก็แคนเซิ่ลไปกันหมดเหมือนกัน)
ทำให้โปรแกรมวันนี้เหลือแค่การไปเดทกับเว็บมาสเตอร์วังแดง(ตัวผู้) สองคน
ข้าพเจ้าจึงไม่ปฏิเสธที่จะเพิ่มรายการชดเชยเข้าไปในลิสต์
เพื่อนสาวนัดที่ฮาจิบังเที่ยงวันที่สยามเซนเตอร์
ข้าพเจ้าพบว่ากรุงเทพนี่เป็นแหล่งของสื่อโฆษณาจริง ๆ
เพราะตั้งแต่ข้างรถไฟฟ้า ในอุโมงค์ บนพื้น หรือแม้กระทั่งตึกเป็นหลัง ๆ
ก็เป็นพื้นที่โฆษณา โดยเฉพาะสยามนี่แม่ง
ถึงกับเปลีั้่ยนตึกทั้งหลังเป็นจอภาพเพื่อโฆษณาสินค้าได้ด้วย
ระหว่างที่รอเพื่อน
ข้าพเจ้าก็เลยเสพสื่อพวกนี้อย่างแตกตื่นหื่นกาม
เดินถ่ายรูปทั้งนอกห้างในห้าง
พบหลายจุดที่จัดได้สวยน่าสนใจมาก
บ้านนอกไม่มีแน่นอน...แหม่
กระทั่งเพื่อนสาวมาถึง นางพาข้าพเจ้าไปหลงที่โซนอาหารประมาณสามรอบครึ่ง
จากอิ่ม ๆ ก็พอดีหิวอีกรอบถึงเจอร้านฮาจิบัง ที่แค่เลี้ยวซอยนึงก็เจอแล้ว แต่เราเสือกไม่เลี้ยวกัน
เวลาไปร้านอาหาร ข้าพเจ้ามักใช้เวลากับเมนูนานเกินไป
ทำให้คนอื่นได้แดกแล้ว แต่ข้าพเจ้านั่งมองตาปริบ ๆ
จึงต้องคิดเมนูประจำตัวขึ้นมา
สองอย่างที่จะสั่งเมื่อไปฮาจิบังคือ เรเมนกับ ราดหน้ายุ่น
ข้าพเจ้าว่ามันอร่อยดี อันแรกหมี่เย็นกินง่าย ๆ คล่องคอ
อันหลังหอมกลิ่นไหม้ ๆ ของกะทะ ให้อารมณ์ราดหน้าสไตล์ราเมนดี
มื้อนี้ข้าพเจ้าสั่งเรเมน เพราะก่อนมาแดกราดหน้าไปแล้ว
ใช่ บุ๊ฟป.2 นั่นแหละ ทุ้ย ราดหน้าฮาจิบังนี่แหละ
เสี้ยนมากเลยไปจัดที่เซนเชียงรายก่อนมาแล้ว
ระหว่างแดกเราก็ปรับทุกข์กันไป
เพื่อนสาวเล่าเรื่องชายหนุ่มที่เธอกำลังดูใจอยู่
ตอนนี้เหมือนเค้าจะพอใจกับสถานะเพื่อนมากกว่าแฟน
เพราะผิดสังเกตมาก ว่าตอนดูใจกัน แม่งไม่ฉอเลาะเท่าตอนบอกว่าเป็นเพื่อนกันเถอะ
นางก็ระบายไป ข้าพเจ้าก็บอกว่าดีแล้ว ถ้าสัมพันธ์ไหนมันยาวกว่า
หากเราชอบเค้า เราก็รักษาสัมพันธ์ในแบบที่เค้ามีความสุขไว้ดีกว่า
ข้าพเจ้าแยกย้ายกับเพื่อนสาวที่ดูจะสบายใจขึ้น
ส่งนางขึ้นรถไฟไปทำรายงานต่อ แล้วผละมาเดินเตร่ถ่ายรูปเล่น
เพื่อเข้าสู่โปรแกรมต่อไป
คือการตระเวนแดกของหวาน
กับอดีตเว็บมาสเตอร์ของเว็บวังแดงของข้าพเจ้า (ที่ปิดตัวไปแล้ว)
แน่นอน มีเพียงข้าพเจ้าและมาสเตอร์เท่านั้น อิอิ
8. จุดเริ่มต้นชะตากรรม
เนื้อหาส่วนนี้สัมพันธ์กับหัวข้อมาก ๆ
เพราะมันเป็นจุดเริ่มต้นของพรหมลิขิตที่ขีดเขี่ยให้เหี้ยเดิน
ถึงตอนนี้มาสเตอร์นามว่าโต๋ย ก็พร้อมจะมาเดทกับข้าพเจ้าแล้ว
โต๋ยเป็นหนุ่มผิวขาว หุ่นดีร่างสูงเพรียวลม รสนิยมวาย ๆ
ที่รู้จักกันมานานแล้ว ถึงจะไม่สนิทกันมากเท่ามนุษย์แต่ก็เป็นน้องที่ไว้ใจได้
และมอบหมายงานสำคัญ ๆ ได้ เราสนิทใจมากพอที่จะสถุลย์ใส่กันโดยอีกฝ่ายไม่โกรธ
และข้าพเจ้าไม่เคยกระดากที่จะบอกว่าไปเดทกับโต๋ย
มาสเตอร์ถามว่า อยากแเดกอะไรเป็นพิเศษมั้ย
ข้าพเจ้าบอกของหวาน
มาสเตอร์บอกกว้างไป น้ำตาลก็ของหวานจะแดกไหม
ข้าพเจ้าเลยบอกว่าไอติม กลัวมาสเตอร์จะพาไปแดกน้ำตาลทราย
โต๋ยบอกว่าถ้าไอติมมีหลายร้าน
แต่ถ้าถ่อมาถึงสยาม ควรเสพไอติมที่เป็นซิกเนเจ้อของที่นี่
ไอติมที่ว่าคือไอติมผัด
ซึ่งข้าพเจ้าก็บอกว่า เออ ที่บ้านก็มี ของไอซ์มาเนียเหี้ยไรซัมติง
แต่แม่งเอาเอาไอติมมาละลาย ใส่เครื่องท็อปปิ้ง แล้วแซะม้วน ๆ ใส่ถ้วย
ราคาแพงสัสหมา แล้วผัดตรงไหน
มาสโต๋ยบอกว่านั่นของปลอม
ของแท้พี่จะเห็นถึงความต่าง
เหมือนกินหมูจริงพร้อมหมูเจ
มาสเตอร์เลยพาข้าพเจ้าไปโดนของแท้
เป็นไอติมผัดออริจินอลที่จะคลุกเครื่องลงไปในเนื้อไอติมแบบแนบแน่น
สับจนเนื้อไอติมแทบจะได้เสียเป็นเมียผัวกับตะหริว แล้วควักใส่ถ้วย
ร้านคนแน่น แต่จำชื่อร้านไม่ได้
พนักงานออกตุ้งติ้งหน่อย ๆ มาถึงก็ต้อนรับทักทายรัว ๆ ๆ บอกว่าสั่งไอติมได้เลยนะครับลูกค้า
แต่ยังไม่มีที่นั่งนะครับ ให้สั่งไปก่อน เผื่อได้ไอติมโต๊ะคงจะว่างพอดี
ข้าพเจ้าไม่รู้จะแดรกไรดี
มันเลยแนะนำแอปเปิ้ล ๆ ซัมติง
ข้าพเจ้าบอกว่าเออ เอามาเบย ข้าพเจ้าชอบแอปเปิ้ล
มาสเตอร์ก็สั่งมา
พอไอติมมาถึง ข้าพเจ้าเข้าใจว่า เออของกูมาแระก็เลยจ้วงแดกแม่งเบย
แล้วช้อนเห็นมีสองอัน ก็บอกมาสโต๋ยว่า เห้ยกิน ๆ มีช้อนสองอัน
นึกว่ามันรอของมันอยู่
พอของมันมาแล้วจะได้แลกกันแดก
ปรากฏว่ามันไม่สั่ง สั่งถ้วยเดียวแล้วกินด้วยกันเลย
สัส!!! โคตรสวีัท
ถึงว่าตอนเสิร์พ อีพนักงานทำตาหวาน
บอก "ทานไอสครีมให้อร่อยนะเคริ้บบบ"
เสียงอ่อนเสียงหวาน อีดวกส์
ข้าพเ้จ้าก็เลยสวีทเลย แดกไอติมถ้วยเดียวกัน
ขาดแค่ป้อนใส่ปากเอามือไฝว้กันนี่แหละที่ไม่ได้ทำ
มาสเตอร์ข้าพเจ้ายิ่งเคะ ๆ อยู่
สภาพเราตอนนั้น บอกได้ว่าเ้กย์แดกมาก
แต่ข้าพเจ้าถือว่า ช่างแม่ง ไม่ใช่คนแถวนั้น จะเข้าใจยังไงก็ไม่เป็นไร
ก็กินไปคุยไป แบบธรรมดา ผิดธรรมดาตรงที่กินไอติมถ้วยเดียวกันนี่แหละ
พนักงานแม่งคงเข้าใจว่าข้าพเจ้าพาเมียมาดื่มด่ำ
เสร็จจากไอติมแล้ว
ข้าพเจ้าก็ลงไปแดรกชาเขียว นม ๆ อร่อยสัสหมา
แ้ล้วคุยเรื่องการเมือง ก่อนจะพาไปเสียรู้พริตตี้ที่งานหนังสือกันสองคน
ตามที่ได้เล่าไปในเอนทรี่ก่อนหน้านี้
โดยข้าพเจ้าติดรถมาสโต๋ยไป
โต๋ยตอนนี้ต่างจากตอนที่เจอกันครั้งแรก
มีรถขับ มีงานทำมั่นคงดี
มีลูกค้าให้นัดคุย...ก่อนมาเจอข้าพเจ้าก็คุยกับลูกค้ามา
ดูงานโปรแกรมเมอร์จะเข้ากับโต๋ย
พอ ๆ กับที่งานพิธีกรและนักจัดรายการเหมาะกับข้าพเจ้า
รถขับอ้อมถนนวนซ้ายมาถึงศูนย์ประชุมศิริกิตย์
โต๋ยบอกว่า
"ถ้ามีที่จอดผมคงไปเดินด้วย แต่ถ้าไม่มี ....พี่คงต้องลงไปเดินคนเดียว...ส่วนผม...กลับ"
ข้าพเจ้าคิดว่าเราน่าจะใช้เวลากับเพื่อนร่วมงานที่ดีมากกว่านี้
เลยภาวนาว่าให้่มีที่ว่าง
และก็มีรถคันหนึ่งที่คนเพิ่งเดินขึ้นไป
ครอบครัวนั้นขึ้นรถไปนานพอดู แต่ไม่ยอมออกตัว
จนเราเริ่มสงสัยว่ามึงไปตำส้มตำกันในรถอยู่หรือไง
รถถึงได้ยอมเคลื่อนตัวออกมา
งานหนังสือที่มาในวันนี้ถือเป็นการเซอร์เวย์ก่อนวันจริงที่จะมาถึง
ข้าพเจ้าตั้งใจจะซื้อของที่อยากได้ให้จบไปเลย
วันต่อไปจะได้ไม่ต้องมาเดินหาอีก และจะไม่ซื้อหนังสือนอกรายการเด็ดขาด
(แล้วเอนทรี่ "3 แม่เหล็กดูดตังค์" ที่เขียนไป แม่งก็กำเนิดขึ้นตอนนี้นี่แหละ
ไม่ซื้อ ๆ ก็โดนกับโต๋ยไปคนละเล่มสองเล่มนะครับแหม่)
เราเดินจนพอใจก่อนจะแยกย้ายบายจุ๊ฟ กันไป
จบวันที่สองไปด้วยดี เพื่อรับวันที่สาม
ข้าพเจ้ากลับมาเล่าให้มนุษย์เพื่อนฟัง ว่า
วันนี้แดกไอติมสวีทแมวมากกับเพื่อนเว็บมาสเตอร์
และสำทับว่า คงไม่ต้องเขินใครเพราะไม่ใช่คนแถวนั้น
มันบอกว่า
กูเชื่อว่าพรหมลิขิตมีจริง
มึงจะต้องกลับไปที่ร้านนั้นอีก
เชื่อกู
ผู้อ่านโปรดจำท่อนนี้ไว้ในใจครับ
เพราะตอนนั้นข้าพเจ้าหัวเราะลำพองในใจว่า
หึหึ ไม่มีทาง ร้านเหี้ยนั่นซับซ้อนจะตายห่าน กูลัดช่วงตึกมาเป็นล้าน กว่าจะเจอ
ซึ่งจริง ๆ มันอยุ่บนชั้น 6 เซนทรัลเวิร์ล
แต่ข้าพเจ้าเสือกเดินเรื่อยเปื่อยทะลุเกทเวย์ไปแถวศูนย์หนังสือจุฬา แม่งเลยทะลุมิติมาก
เลยทำให้ทุกอย่างมันลงเิอย ในเดือนยี่ปีขาล วันที่ทุกอย่างโคจรมาเจอกัน
9. ชุมนุมชาวยุทธ์
วันต่อมา ข้าพเจ้าก็ไปงานหนังสือ แช่เน่าเม้ามอยกับคนสองกลุ่มวิ่งไปวิ่งมา
กลุ่มแรกคือพี่น้องวันแดงที่พร้อมใจแคนเซิ่ลมาเจอกันวันนี้หมด
อีกกลุ่มคือแฟนการ์ตูนมีดที่ 13 ที่เราเรียกว่าชาวมีด
ข้าพเจ้าเจอกลุ่มที่สองก่อนขอตัวไปเจอกลุ่มแรก
หากันแล้วกันเล่ากว่าจะรวมตัวติด
ไปสั่งน้ำที่ร้านกาแฟว่าจะแดกตอนนั่งรอ เพราะไปใช้ที่เค้ารอ ไม่สั่งอะไรก็ใจหมาไปละ
แต่รอนานจนเพื่อนมาครบ
น้ำก็ไม่มา เลยออกมาแม่ง ไม่เอา ไม่รอ ไม่จ่าย ออกมาดาด
แต่เจอชาววังได้แปบนึงก็แยกย้ายกันไป
เพราะไม่มีอะไรจะทำ หนังสือก็ซื้อหมดแล้ว
เิดินงานก็ขาขวิด ข้าพเจ้าเลยกำนันบัตรอาหารให้น้อง ๆ
แล้วขอตัวจากมาเพื่อไปมีตอีกกลุ่ม
ปล่อยให้สาว ๆ เค้าใช้เวลาด้วยกันไปโดยไม่ต้องมีเราก็ได้
ไว้คราวหน้าค่อยนัดแดกกันอีกทีจะดีกว่า
ข้าพเจ้าแยกตัวมาสุมหัวกับชาวมีด แล้วก็แช่เน่ากับกลุ่มนั้นทั้งวันจนหมดวันไป
ขากลับเข้าซอย โชคชัย 4มีอะไรให้ฮาอีกแล้ว
ข้าพเจ้านั่งรถผ่านร้าน ๆ หนึง
เห็นแม่กำลังคุยกับลูกสาวที่กำลังเดินสวนสนามไปคุยไป
ที่ฮาคือ แม่ก็เดินสวนสนามด้วยคุยด้วยกับลูก
จะว่าน่ารักก็น่ารัก ที่แม่เล่นกับลูก
จะว่าฮาก็ฮา
ว่า...มึงสองคนทำส้นติ่งอะไรกันคร้าบ
10. วันแห่งชะตากรรม
ไฮไลท์อยู่วันที่ 9
เจ่เจ้ข้าพเจ้านัดไปเจอที่สยามอีกครั้ง
เพื่อนินทาบุพการีตามวิสัยลูกชั่ว
ข้าพเจ้าแบกความเคืองที่แม่ไล่ออกจากบ้านมาเต็มเปียม
พร้อมจะปรับทุกข์กับพี่สาวเต็มสูบ
โดยนัดหมายกันที่ที่ร้านโอโตยะซัมติง
ข้าพเจ้าก็ไปและพอไปถึงก็ถามว่่า
แล้วข้าพเจ้าก็ผ่านร้านไอติมผัดที่ข้าพเจ้ามาเกย์แดกวันก่อน
ไอ้สัส แม่นตามเพือนทัก!!!
ทรึง!
ไอ้เหี้ยเิดินผ่านแบบเกร็ง ๆ แล้วแปลก
วันนั้นคนเสือกน้อย
พนักงานก็นั่งเบื่อ ๆ มองออกมาเห็นเรา สบตากันแว้บนึงก็โอ้ย
โล่ง ไม่ใช่คนเดียวกะวันนั้น 55555
เนี่ยแหละ ไม่เชื่อ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ
ก็แยกย้ายกันกลับ จบวันนั้น
ข้าพเจ้านั่งแท็กซี่ไปขึ้นรถที่สมบัติทัวร์ศูนย์วิภาวดี
รถออกทุ่มนึง ถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ
สิ่งที่หนึ่งที่จะจวดจามจะตัลหรวดเชียเวี้ยด
คือที่ไหนที่เราคิดว่าจะไม่ได้กลับไปอีก
แม่งจะได้กลับมาแบบโคตรบังเอิญมาก
พี่สาวกุจะรู้มั้ยว่ากุเคยมาสวีทกับหนุ่มหล่อที่นี่ 5555
ปล. หลังแยกย้ายจากการนินทาแม่ตัวเองอย่างเนรคุณกับพี่สาว....
(จริง ๆ ก็แค่บ่น ๆ แหละ) ข้าพเจ้าเดินจะไปขึ้นรถไฟฟ้าหน้าเซนทรัลเวิร์ล
ก็เจอสาวหน้าแฉล้มนางหนึ่ง ในชุดสูทยืนแจกใบปลิวหน้าฟิตเนส
แล้วบอกว่า คุณพี่คะ รบกวนขอเวลาแป้บบบนึงค่ะ ขอถามคำถามนิดหน่อย นะคะ รบกวนไม่มาก
ข้าพเจ้าก็อ่าไม่รีบ ได้ ๆ
คุณพี่ปกติออกกำลังกายมั้ยคะ
อื่ม ดูสภาพ..ก็ออกครับ ปั่นจักรถีบ
ค่ะแล้วปกติเล่นฟิตเนสมั้ยคะ
โอเคค่ะมีเบอร์ติดต่อมั้ยคะ
เดี๋ยว ๆ ...เอาไปทำไหรครับ
"คือเค้าจ้างให้มาถามอะค่ะ"
55555 เหยดดดดดด แม่ง ตรงไปมั้ยยยยยยยยย
ก็บอกเบอร์มั่ว ๆ ไป เปลี่ยนแค่ตัวท้าย เพราะเข้าใจว่าไม่ใช่คนแถวนี้ ไม่ต้องไปอะไรมาก มั่ว ๆ ไป
นางก็เฉลยว่า ไม่ใช่อะไรหรอกค่ะ แค่จะชวนมาใช้บริการฟิตเนสฟรีที่สยามนี่แหละค่่า
แล้วก็ยัดใบปลิวใส่มือข้าพเจ้ามาหนึ่งใบพร้อมกับคำว่า เค้าจ้างให้มาถาม ที่ยังตราตรึง
น้องก็พูดตรง ๆ กันเลยทีเดียวเนาะ แหม่
.......แต่ข้าพเจ้าชักสังหรณ์ใจนิด ๆ ว่า
อาจจะได้เจอน้องคนนั้นอีก และนางบอกข้าพเจ้าว่าเบอร์ที่ให้ไป ไม่ใช่เบอร์คุณพี่นี่คะ
ไอ้สัสกลัวชิบหายยยย พรหมลิขิตมีจริง 555555555555555555
จบจ้ะ