สาเหตุที่ผมอยากเขียนเอนทรี่นี้มาจากประโยคหนึ่งที่มีต้นเหตุมาจากปากเสียงในบอร์ดที่ผมสิงอยู่ เป็นคำพูดที่ใช้ตอบโต้ด้วยโมโหหรืออะไรไม่ทราบ แต่มันกระแทกใจผม และก่อนหน้านั้นเค้าก็พูดทำนองนี้ซึ่งก่อความแคลงใจพอสมควร ประโยคนั้นใจความว่า

 

คุณอย่าเหลิงให้มากนัก เออร์ซ่า คุณได้เป็น CGN เพราะนิยายของคุณ
นิยายของคุณได้ลงตีพิมพ์เพราะผมเป็นคนเลือกและบอกพี่โชคว่าเรื่องนี้เข้าตา ก็เท่านั้น

 

ถ้าไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังจริงๆก็คงจะกราบตีนคนพูดด้วยความขอบคุณที่อุตส่าเลือกผลงานของผมให้ลงตีพิมพ์ แต่ด้วยความที่สนิทกับทีมงานที่มีหน้าที่จัดการในส่วนงานของผมทำให้ทราบว่า การขอความเห็นครั้งนั้น เป็นแค่การขอความเห็นเฉยๆ ถึงคนที่ถูกถามปฏิเสธก็ไม่สามารถพลิกการตัดสินใจนั้นได้ ด้วยว่า

หนึ่ง ช่วงนั้นนิยายขาดมือ

สอง ทางผมได้พูดคุยตกลงกับทีมงานไว้แล้ว

สาม ผลงานของผมเข้าตากรรมการ ประมาณว่า ถูกชะตา

การทวงบุญคุณแบบนี้จึงน่าทุเรศและก่อความเกลียดชังพอสมควร คิดดู คนที่เค้าสำคัญต่อผมยังไม่เคยพูดจาแบบนี้ แล้วไอ้บ้าไอ้ใบ้ที่ผมไม่เคยแม้จะสนใจรู้จัก กลับมาทวงบุญคุณที่ตัวเองมีส่วนต่อแค่น้ำลายไม่กี่หยด

ผมไม่ได้หลงตัวเองหรือเหลิงระเริงในโอกาสที่ได้รับหรอกนะ ผมสำนึกเสมอว่ามีวันนี้ได้ เพราะโอกาสที่ทางบริษัทยื่นให้ และเสียงตอบรับจากแฟนๆ

แต่นอกจากนั้นกว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็น มาจากความพยายามของผมทั้งนั้น ค่ายนี้ไม่รับผมก็ไปค่ายใหม่ ผมดิ้นรน ติดตาม สร้างสรรค์ และพัฒนาฝีมือตนเองตลอดเวลา มีความมุ่งมั่น มีอุดมการณ์มีความรับผิดชอบสม่ำเสมอต่อผลงาน

ผมมีทุกวันนี้ได้ก็เพราะตัวผมเองส่วนหนึ่ง ดังนั้น ผมจึงไม่เห็นว่า แค่คำพูดเห็นด้วยไม่กี่คำจะเป็นแกนเหนี่ยวสำคัญให้ผมมีวันนี้

ดังนั้น อย่ามาพูดเรื่องบุญคุณ ที่ผมยังอยู่ในทีมทุกวันนี้ ไม่ใช่เพราะคำว่าบุญคุณหรอก แต่มันเพราะคำว่าผูกพันธ์และรักใคร่มากกว่า

------------------------------------

จะว่าไปผมก็สังกัดบริษัทนี้มานานพอสมควร หลายๆเหตุการณ์ทำช้ำใจก็มีเยอะ แต่ก็ไม่เคยทิ้งไป เหมือนเพื่อนที่ทะเลาะกันหลายครั้ง รวมเบ็ดเสร็จตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ก็สามปีแล้ว ที่ผมยังอยู่ในวงการเกมที่กำลังเสื่อมถอยกำลังไปเรื่อยๆ

ความประทับในหลายๆอย่าง ความรู้สึกเมื่อคราเริ่มต้น มันก็ทำให้รู้สึกดีเมื่อเราจรดนิ้วพิมพ์แต่ละตัวอักษรเพื่อถ่ายทอดให้คนได้รับรู้

แต่ไม่รู้ว่าความผูกพันธ์นั้น จะดึงผมไว้นานเท่าไร เพราะตัวมันเองก็อ่อนแรงลงทุกขณะจิต

------------------------------------

กว่าจะมีนิยาย Gray eyes wizard ก็มีแรงบันดาลใจในหลายประการ

แต่ที่ทำให้ผมเริ่มเขียนและอยากเขียนจริงๆ คงเพราะต้นแบบที่ดีของผู้ที่มีความฝันคล้ายๆกับผมคนหนึ่ง เค้านามปากกาว่า Dajimman ตามจริงแล้วผมว่าคนคนนี้ก็คงไม่พิเศษเพิ่มข้าวไข่ดาวเสริมไปกว่าคนอื่นหรอก แต่เป็นคนที่มีโอกาส มีโอกาสที่ถ่ายทอดความคิดสร้างสรรค์ของตัวเองไปยังคนอื่นๆ ที่คิดเห็นลงรอยกับเขา และแน่นอนความสร้างสรรค์นั้นไม่ทำให้หลายคนผิดหวังและปลูกฝังทัศนะแบบเดียวกันให้กับคนอื่นๆที่รับมอบอุดมการณ์ของเค้าได้

ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น

 

แต่เหตุผลที่ผมให้กับคนอื่นๆไม่ซึ้งแบบนี้หรอก ผมให้คำตอบในเรื่องแรงบันดาลใจว่า

"รำคาญอีคนก่อนหน้านี้ที่ลงขาดๆหายๆ ผมเลยเสียบแทนเลย"

ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่ง การที่เห็นข้อผิดพลาดแล้วหงุดหงิดรำคาญใจในผลงานที่ชื่นชอบมันก็มี แต่เราไม่อาจไปคาดคั้นให้เค้าทำตามใจเราได้ทุกสิ่งทุกประการ

ดังนั้น ผมเริ่มที่จะก้าวเอง มากกว่าจะรอ

ซึ่งการก้าวครั้งนั้นของผม อาศัยปัจจัยหลายอย่างที่จะส่งผลและทำให้ผมพลิกโผจากNo namsสู่การเป็นที่รู้จัก (แม้จะในวงแคบๆก็เหอะ)

ถึงตอนนี้ผมก็ไม่เคยลืมแรงบันดาลใจแรกเริ่มทั้งด้านดีและไม่ดีของนักเขียนที่ชื่อ Dajimman

แน่นอน ผมเริ่มตามข่าวของเขามาพอสมควร มีการเดาสุ่ม ad msn ไปหา ซึ่งก็ได้รับรู้ว่าตอนนี้เค้าเข้าประจำการทหารเกณฑ์ (ไม่รู้ปลดเมื่อไร) และห่างหายจากวงการนี้ไปพอสมควร คิดว่า เค้าคงทิ้งความฝันและจินตนาการไปหลายส่วนแล้ว เพราะกาลเวลาเปลี่ยนคนเราย่อมไม่อาจยืนอยู่ที่เดิม แม้จะดันทุรังยืนที่เดิม โลกมันก็หมุนไม่รอคุณอยู่ดี

อันนี้ก็เข้าใจ

คิดว่า ความรุ่งเรื่องของ Ragnarok online ที่เคยนิยมถึงขีดสุด คงต้องร่วงหล่นจากฟากฟ้าแต่เพียงเท่านี้ เกมที่เป็นแรงบันดาลใจเอก เกมที่สร้างมิตรภาพและสังคมแวดล้อม เกมที่ทำให้ผมมีโอกาสพิสูจน์ตัวเอง และค้นหาตัวเอง เกมที่เคยเป็นหนึ่งในชีวิตผม คงต้องไว้อาลัยให้มันเพียงเท่านี้

ผมเลิกเล่นเกมออนไลน์มานานพอดู ไม่ใช่ว่าตัดขาด มีโอกาสก็ไปแตะๆบ้าง แต่คงไม่ใช่ส่วนสำคัญในชีวิตอีกแล้ว ผมมีทางของตัวเองต้องเดิน ก็เป็นทางที่เบื้องหลังนั้นปูให้นั่นแหละ คงไม่ลืมแน่นอนว่าแรงบันดาลใจไหนทำให้ผมเลือกจะทำอะไร

-----------------

หน้าร้อน ช่วงสามปีที่แล้ว

ผมนั่งยิ้ม ขณะที่ปากกาเก่าๆลากไปตามหน้ากระดาษสมุดที่มีสัญลักษณ์โรงเรียนประถมที่เคยเรียน สมุดธรรมดาที่เหลือใช้เมื่อสมัยเรียน สมุดที่ยังมีโจทย์คณิตศาสตร์และสมการ อยู่ในหน้าแรกๆ

ความคิดของผมทะยานโลดไปตามทุ่งหญ้าที่เรียกว่าจินตภาพ สิ่งที่สั่งสม ปรัชญา แนวคิด ถ้อยคำสำนวน พรั่งพรูออกมาจากสมองไหลลงสู่มือขวาที่เริ่มปวดล้า แต่ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

นิยายตอนแรก จบลง

พร้อมกับความแข็งด้านของนิ้วกลางที่รองรับแรงกดของปากกา

ผมไม่แคร์

สิ่งที่ผมสนใจคือเนื้องานที่ผมทุ่มเทเวลา ความคิด และประสบการณ์สิบกว่าปีลงไปนั้นต่างหาก

--------------------

ตอนนี้ผมนั่งหน้าคอมพ์เตอร์โนตบุ๊คที่ได้มาจากพี่สาว งานของผมมีมากพอจะทำให้ผมไม่ต้องตะลอนไปตามบ้านคนอื่นหรือร้านเกมเพื่อทำงานส่ง

ตอนนี้ผมมีทุกอย่างที่สามารถทำเงินให้ผม

แต่ความกระตือรือร้นและรอยยิ้มที่เคยมอบให้สมุดปากกานั้น เริ่มจางลงแล้ว

ทั้งๆที่ทุกอย่างในวันนี้พร้อมกว่า และสะดวกง่ายดายกว่า มันกลับน่าเบื่อหน่ายไร้ความท้าทาย

คล้ายว่าความอยากไม่สิ้นสุดจะทำใหมนุษย์นั้นมีจุดมุ่งหมายในชีวิตไม่แน่นอน

คิดว่าถึงเวลาที่ต้องหยุดแล้วหันกลับไปมองจุดเริ่มต้นแล้ว

ขอบคุณ the Jewel of god

ขอบคุณ Gray eyes wizard

ขอบคุณ Ro news

และที่สำคัญ ขอบคุณพระเจ้า ที่ทำให้ผมได้เกิดมาเป็นตัวผม

จากนี้ ความรู้สึกเดิมคงกลับมาอีกครั้ง และความสร้างสรรค์จะเต็มเปี่ยมอย่างมิอาจหาที่สิ้นสุด

ผมมีเวลาหกเดือน

ก่อนที่จะตามรอยผู้เป็นแรงบันดาลใจของผมไป สู่การเป็นรั้วของชาติ

http://www.pramool.com:443/webboard/view.php3?katoo=r34461&page=1

เนี่ยนิยายดาจิมแมน คิดถึงก็ไปอ่านกัน


edit @ 2007/04/17 17:34:57

Comment

Comment:

Tweet

เมลมาบอกก็ได้นะ อยากอ่านมาก

#6 By grando (124.120.110.171) on 2007-09-02 19:28

พี่ตกลง E.N.D. ไปถึงไหนแล้ว Ro News ไม่ออกมา 2 งวดแล้ว แล้วจะไปอ่านได้ที่ไหน หรือยังไงตอบที ข้องใจมาก

#5 By grando (124.120.110.171) on 2007-09-02 19:27

คนที่คุณก็รู้ว่าใคร... เหอะๆ มันน่านัก


ริ๊นก็เป็นตัวของตัวเอง เป็นคนที่มีความคิดกว้างไกลใส่ใจต่อผลงานเหมือนเดิม

เพิ่งมาเห็น Entry นี้นะเนี่ย แหม ถ้าเห็นเร็วกว่านี้ ช่วงที่กำลังระอุ คงเมนท์กระจายกว่านี้ หึหึ

สู้ต่อปายยย~

#4 By Milana (มิลานะ) on 2007-04-28 01:45

โชคดีครับ ทำ 6 เดือนที่เหลือให้เต็มที่เลย...

#3 By ซูเนะโอะ on 2007-04-21 23:54

เหอๆ จะไปเป็นทหารละเหรอเธอ - -*
งืมมม ลืมไปเลยว่าเธอทำบล็อกทีนี่อ่ะนะ
พอดีเห็นเธอเขียน link ไว้ในหนังสือ RO News
เอ่อ... เมื่อก่อนเราเคยเข้ามาเม้นให้หรือป่าวหว่า
(จำได้เรื่องดาบเดี่ยวผ้าคลุมแดงไรนั่นอ่ะ)

อย่าไปซีเรียสเลย เธอก็ยังเป็นเธอเสมอ
ยังไงก็ดูแลตัวเองด้วยละกันนะ

คิดถึง *

#2 By ploy* (58.9.2.20) on 2007-04-18 20:47

แวะมาเยี่ยมค่ะ
+++
เรารู้ตัวเราก็พอค่ะ ไม่ต้องสนใจใคร
เราวิ่งตามความฝันของเรา