อันที่จริงเคยเขียนหัวข้อทำนองนี้ไปแล้วสองสามครั้ง
ทำนองฝนตกอกหักรักคุดหงุดหงิดรถติดตื่นสายควายตัดหน้า
 

แต่เพราะเข้าหน้าฝนแล้วอารมณ์โรแมนติกมันกรุ่น ๆ
 
อยากเขียนอะไรหวาน ๆ อีกซักที
แม้จะขัดกับหน้าตาสุดอเวจีนี้ก็ตาม
 
 
วันนี้จะพูดถึงเรื่องการบอกรักของผมครับ
อื่ม....บล็อกผม
 
 
ถ้าไม่เล่าเรื่องผม จะเล่าเรื่องแมวเปอร์เซียหน้าบี้ที่ไหนละเนอะ
 
 
 

แบบว่าชีวิตนี้บอกรักผู้หญิงไปไม่กี่คนเอง
มีทั้งบอกเพื่อสานสัมพันธ์ และบอกระหว่างคบหา
เคยมั้ยจ๊ะที่แอบชอบใครแล้วไม่รู้ว่าจะบอกยังไง

หึหึ ผมก็เคย บางที
เราก็อยากถามตรงๆนะ ว่าเค้ารู้สึกกับเรายังไง
มาดูการบอกรักของผมก่อนดีกว่า.....
 
อายว้อย


รักแรกที่ผมบอกกล่าว นั้น ผมไม่ได้ใช้คำพูด แต่เป็นส่วย
เป็นการจ่ายส่วนจังกอบตามเวลา
ช่วงนั้นเรียนปวช. สอง ทุกวันอังคารจะมีวิชาเบเกอรี่
ซึ่งเป็นวิชาที่ทำเค้กบ่อยมากๆถึงมากที่สุด
ในเมื่อกินจนเบื่อแล้วก็ไม่รู้จะหิ้วไปปาศีรษะสุนัขที่ไหน
 
 
จึงตัดสินใจไปเยี่ยมโรงเรียนเก่าสมัยมัธยมเพื่อหาเหยื่อมาลองยา ซึ่งโรงเรียนมันไกลคอด ๆ
แล้วผมก็มีพาหนะคู่กายหนึ่งเดียวคือจักรยานแพนเธ่อรุ่นเสือหอบ คือปั่นแล้วมึงหอบแน่ๆ เหนื่อย
ผมก็แถกอีแพนเธอเนี่ยไปถึงโรงเรียนเก่า ระยะทางร่วมเจ็ดแปดเก้าสิบกิโล เท่าไรแน่ก็จำไม่ได้
 

ไปถึงก็กี๊ก๊า ๆ ตามประสาแก๊งซ็อคเกอร์เจอเพื่อนเก่า
และแล้วก็เจอสหายสตรี หน้าตาบ้องแบ้ว
ที่แอบมีใจให้สมัยเรียน ตอนนี้เธออยู่ ม.ปลายแล้ว ดูเป็นสาวและน่ารักกว่าเดิมโข โฮ้ย
แต่ผมก็ต้องแอ๊บไว้ตามประสานายเจี๋ยมเจี๊ยม (เป็นตอนนี้เจอมุขเสี่ยวตอกกระหม่อมไปแล้ว)
เธอก็เหลือบมาเห็นกล่องเค้กเจ้ากรรมที่ผมกำลังจะแหกแจกเพื่อนกิน
 

แล้วถามว่า "อุ๊ย เค้กใคร ใครเกิดวันนี้"
ผมบอก "ป่าว เนี่ยทำเอง" ครึๆ
เธอถาม "เหรอ หิ้วมาให้ใครอะเนี่ย"
เข้าทาง
"ให้เธอไง"
 


อ๊ายยยยย อายม้วนต้วนลังกาเกลียวเลยมั้งนั่น
 

หุหุ แต่มาตีความเอาเองงี้แป้กทุกราย
เหมือนผมเนี่ย สุดท้ายผมก็เทียวจ่ายส่วยไม่มีขาด
วันอังคารสีชมพูเมื่อไรเจออีเอ๋อแน่
 

จนเธอเบื่อ

แต่ผมว่าไม่ใช่
 
ใครๆก็ว่าไม่ได้เบื่อหรอก
เธอรู้สึกไม่ดี ที่อยู่ๆเพื่อนมาชอบแบบนี้
 

อืม บอกรักเพื่อนนี่นะ ถ้าดีก็ดีไป
 
ถ้าสาวเจ้าไปเล่นด้วย
มึงเจอหลบหน้าแน่
ผมโดนมาแล้ว
 
 
เชื่อพี่คนใต้ อย่างแรงเลยนิ
 

ก็เป็นอันแป้กไปกะรักแรก
อันเป็นแรงบรรดาลใจอย่างหนึ่งให้แต่งนิยายหลอกเด็กขายดีจนถึงทุกวันนี้
 
 
 
 

รักที่สอง หลังจากคิดจีบใครจริงๆจังๆขึ้นมาเป็นครั้งแรกแล้วอกหักไปตามระเบียบ ก็เร่มมีความกล้าที่จะรักใครจริงๆจังๆ กล้าที่จะบอกรักคนตรงๆขึ้นมาบ้าง (เพราะกลัวแป้กอีก)

คราวนี้มันเกิดขึ้นในตลาดสด
ตลาดมอร็อคครับ เหอๆ
แหม รักในเกม ใครมั่งจะไม่เค้ย อะโด่ มันต้องมีมั่งละเนอะ

วันนั้นสิบสี่กุมภา
เฮ้อ เหงาว้อย ใครต่อใครเค้ามีคู่จู้ฮุกกรูกันหมด
มีตูมานั่งมองหน้าบาร์ดผู้เป็นเพื่อนในวันแห่งความรักเนี่ย
 
มันชั่งจ๋อยหู่ หนาวดึ๋งยังไงชอบกลช่วงนั้น
แพทแต่งงานเพิ่งเข้าด้วยดิ หวานมันระเบิดระเบ้อ
 

นึกได้ อีบาร์ดคนนี้มันแทคคู่มากะแดนช์อีกคนนี่กว่า
โฮ้ย แดนซ์เป็นหญิงด้วย คะขาน่าฮักขนาดหนัก
 
พูดจาก็สุภาพเรียบร้อยโนเนะอุเคะตาเมะ
ผมก็เลยเริ่มสอบปากคำผู้เป็นเพื่อนของเธอก่อน
 
เพื่อความชัวร์ส่วนบุคคล
ก็ถามว่าเธอเป็นคนยังไง น่ารักมั้ย ทำงานอะไร
ได้ความว่า ก็น่ารักนะ มอไซวินชอบแซว ทำงานกลับดึก  ๆเนี่ยโดนแซวประจำ
 

อืม เข้าแก๊บ
จีบเลย วันแห่งความรักผ่านไปแล้วหนึ่งวัน
 
บอกรักมันวันที่สิบห้านี่แหละ
 

ผมดักรอเธอประมาณสองชั่วโมง ได้มั้ง อีกตอนวอร์เสร็จพอดี
พอเธอร่อนผ่านมาปั๊บผมก็สวมวิญญาณไก่ ซิบจิกเลย

ผมบอกว่ามีอะไรที่สำคัญมากจะคุยด้วย หึหึ เริ่มต้นด้วยความน่าสนใจกระชากความใฝ่รู้
จากนั้นก็พรรณนาโวหารสำนวนกวีเลย
ว่าผมนั้นเหน็บหนาวมานาน จมอยู่ในกาลแห่งความมืดมิด
หัวใจไม่เคยประสบพบความอบอุ่นเลยสักครา ถ้าเป็นไปได้ หากความเมมตายังดำรงอยู่บนโลกใบนี้ อยากให้เธอมาช่วยคลายความอ้างว้างในหัวใจผมสักนิด
 

ได้ผล คารมคมหอกพิฆาตเกรียนก็หวานเป็นเหมือนกัน
 

เธอรับรักผมในวันนั้นเลย
 

ความสัมพันธ์ของเราชื่นบานฮู้หลั่นล้า จนคนรอบข้างหมั่นไส้เป็นแถบ
รักในกิลด์ ฮะฮึ้ย เล่นบาร์ดแม่มเลย
จะได้เต้นคู่กัน ส่วนอีบาร์ดคนเดิมคู่เธอนั้น
 
 
จะไปไหนก็ไป หมดประโยชน์แล้ว (อ่าว อีเลว)
 
 
ล้อเล่น แหม
 
 

มันแสบสันตอนมีตติ้งนี่สิคุณเอ๊ย
 

ผมกะลังหวานๆยิ่งกว่านมข้นหวานตราหมีสี่ตัวเลย
ทำใจไว้แล้วไม่ว่าจะสูงต่ำดำขาวแค่ไหน
 
รักก็คือรัก และจะคบจนแก่เลยให้ตายสิ
 
 
นานๆมีแฟนกะเค้าที
 

ตอนแรกเธอไม่ยอมมา มาก็สาย
มาแล้วยังให้รออีก มาถึงแล้วบอกให้ออกไปรับไม่กล้าเข้ามา

พอตูออกไปรับเท่านั้นแหละคุณเอ๊ยย ยังจำความรู้สึกนั้นได้ดี
สูงยาวเข่าดี ผมงี้สลวยด้วยแพนทีน

แต่เป็นผู้ชาย...เอ่อ...มีเจ๊เป็นแฟนคงปลอดภัยในชีวิตมากมาย
เธอปกป้องผมได้แน่ๆ ดูจากความกำยำแล้ว ตูยังอายเลย
 

อืม...ผ่านไปแล้วกะรักที่สอง เหอๆ
 
 

จะว่าเสียใจก็ไม่เชิง มันงงๆมากกว่า ตูเป็นใครที่นี่ที่ไหนอะไรประมาณนั้น
แหม่ แต่มีคนรักเราก็ดีแล้วละเนอะ ดีกว่ามีคนเกลียด
อย่าไปสนใจเลย สนวิธีบอกรักดีกว่า
 
 
วิธีที่สองนี่ผมใช้ภาษากวี ซึ่ง ใช้ได้กะบางคนเท่านั้น
บางคนได้ยินแล้วคลื่นเหียนหากระโถนกันใหญ่
 
ก็ต้องดูด้วยว่าเธอเป็นคนโรแมนติกมั้ย หรือโรมันแคทอริค
ไม่งั้นสารภาพบาปกันกระจาย
 
 
 
 
...........
เอา รักที่สามเลย
รักนี้เป็นรักสืบเนื่องจากรักที่สอง
ก่อนที่จะบอกรักสาวกำยำนั้น ผมเฟลกับคนมีคู่มาก่อน
แล้วพอผมเลิกกะสาวแดนเซอร์ คนมีคู่ก็เลิกกะแฟนเค้าพอดี
ก็เลยมานั่งทำใจ กะเจ๊เค้า อกหักมาทั้งคู่ ไม่ประสบผลสำเร็จในความรัก คุยกันปรับทุกข์กัน จนเกิดความเข้าใจในกันและกัน
 

สุดท้าย ผมก็พลั้งปาก แต่ก็จงใจให้มันพลั้ง ว่า งั้นเรามาลองคบกันมั้ย บางที เราสองคน อาจจะไปด้วยกันได้ดีกว่าที่ผ่านมาก็ได้
 

ไม่สำเร็จ...เธอปฏิเสธ
 

หึหึ มีหรือผมจะยอม ไม่เป็นแฟน เป็นเพื่อนก็ได้เว้ย จากนั้น คนที่ผมคุยมากที่สุด โทรหาบ่อยที่สุด คิดถึงมากที่สุด และรักมากที่สุด ก็เป็นเธอจนได้
ผมบอกรักเธอทุกวัน ทั้งก่อนนอน ตอนเช้า ทุกเวลาที่ออนเอม ออนเกม เราอยู่ด้วยกันเสมอ มีอะไรก็คุยกันตลอด ไม่เคยปิดบังหรือโกหก
เป็นรักที่ผมภูมิใจมาก แม้เราจะไม่เคยเจอกันตัวเป็นๆ แต่ได้ยินเสียง เห็นหน้า และมั่นใจว่า เธอไม่ใช่ของเก๊แน่นอน
 

นอกจากนี้ผมยังมีฐานข้อมูลจากคนรอบข้างเธอหมดแล้ว
โฮ้ย ความรักครั้งนี้ผมประทับใจจนแก่เลยให้ตาย

แต่ทว่า

รักในเกม มันก็แค่นามธรรม ผมไม่ต่างจากหนังสือเล่มหนึ่งที่ตอบโต้ได้
แต่สัมผัสไม่ได้ สุดท้าย เธอก็เลือกคนที่สัมผัสจับต้องได้ ไม่ใช่ผม
 
 
 
 

แล้วผมก็พลาดในวันที่เราพบกัน และเสียเธอไป
เอาเหอะ อย่าไปพูดถึงมัน เพราะรักนี้ผมจะเก็บไว้ในใจตลอดไป
ไม่มีวันลืม ผู้หญิงคนนี้ผมรักที่สุด และไม่เคยแปรความรู้สึกนั้นไปสักเวลา
 
 


รักที่สี่
ห้วงเวลาแห่งความสับสน ก้ำกึ่งและเลวร้าย
ไม่กี่เดือนหลังผมเฟลเหลวแหลกกับรักที่สำคัญที่สุด อยู่ๆก็มีคนโทรหาผม
เป็นผู้หญิงเสียด้วยสิ...
 

คิดยังไงถึงโทรมานะ
เฮ้อ...ผมไม่อยู่ในอารมณ์จะจ๋าสักเท่าไร
 
แต่ก็ไม่ใช่คนด้านมืด ด้วยความอัธยาศัยดีผมก็คุยกับเธอด้วยดี
และขอเมล ไปเพื่อสะดวกต่อการคุยในโอกาสต่อไป
 

ไม่รู้ผมคิดยังไง อาจเป็นเพราะล้มเหลว เวิ้งว้าง ขาดที่พึ่ง
 
หรือเพราะผมยังไม่พร้อมที่จะสูญเสีย
 
 

ผมขอคบกับเธอผู้มาใหม่นี้ในไม่กี่วัน ทั้งๆที่ยังลังเลอยู่
ผมบอกรักเหมือนคนที่สามแหละ ว่าลองมาคบกันดูมะ
ชวนง่ายๆเหมือนชวนไปกินข้าว
 

เธอตกลง - -
 

แต่นั่นเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่หลวงของผม
ที่ผมยังไม่ลืมคนเก่า แต่ก็ขอคบกับคนใหม่ซะแล้ว
 
มันเกิดการเปรียบเทียบ การเทียบเคียง รสนิยม
ความแตกต่าง ทัศนะคติ สุดท้ายก็ทะเลาะกัน
 
พอผมถูกงอนบ่อยขึ้นผมก็รู้สึกไม่ดี
 

สุดท้าย ผมก็บอกเลิกไป ด้วยเหตุผลที่ว่า
ยังไม่พร้อมจะมีรักใหม่ ยังไม่พร้อมจะใส่ใจดูแลใคร
เพราะสภาพจิตใจมันตกต่ำ มันไม่สุขใจ มันไม่ชื่นบาน
 

มันไม่ใช่
 

อะไรที่มันไม่ใช่ มันก็ไม่ใช่ล่ะครับ และก็คงไม่ใช่ตลอดไป
เฮ้อ รักนี้เฟลที่สุด เห็นใจฝ่ายตรงข้ามที่สุด
และทำใจลำบากที่สุด เพราะไม่สามารถทำอะไรได้เลย
ยื้อไปตายเปล่า เจ็บร้ายดีกว่าบาดลึก อักเสบล่ะแย่เลย


หมดแล้วกับการบอกรัก
 


สถานะผมตอนนี้เหรอ
โสดสนิทศิษย์ส่ายหน้า
 

อืม ความจริง ผมก็มีรักปัจจุบันเหมือนกันนะตอนนี้
มันเป็นความรักที่คลุมเคลือ แต่ผมก็เลือกที่จะรักมัน
 

เธอเป็นผู้หญิงน่ารักมากมายคนหนึ่ง ที่ผมเห็นแล้วควักหัวใจปาให้ได้เลย
แต่เธอมีแฟนแล้ว
 

คนมีแฟนแล้ว เป็นอะไรที่ต้องห้ามมากสำหรับผม
ผมไม่ต้องการให้ใครมาแบ่งความรักไปจากคนที่เรารัก
 
 
 
แน่นอน ในทางกลับกัน ผมก็ไม่มีทางแบ่งความรักมาจากคนอื่นหรอก
หลักการง่ายๆใจเขาใจเราละน้า
 
อีกอย่างผมคิดว่ามันบาป และเป็นสิ่งที่ในหัวใจผมต่อต้านรุนแรง
แต่เธอน่ารัก เราจะทำยังไงให้เราสุขหัวใจได้น้อ
 

ผมใช้ความเป็นเพื่อน บำบัดสิ่งที่ใจเรียกร้องครับ
ไม่มาก ไม่น้อย ไม่เกินไป พอดีๆ แล้วก็ยาวนาน

มีครั้งหนึ่งที่ผมบอกเธอไปว่า คนเราน่ะ สามารถแสดงความรักได้
โดยไม่ต้องเป็นแฟนกัน สามารถแสดงความห่วงใยได้
โดยไม่ต้องเป็นสามีภรรยากัน และมันจะยาวนานยิ่งกว่าสัมพันธ์ใดๆในโลก
 

เธอเห็นด้วย
 
 

และผมก็คงความสัมพันธ์ที่แสนดีเช่นนั้นเรื่อยมา
อืม โรมันแคธอริคดีจริงๆ
ผมสามารถบอกรักเธอได้โดยไม่ขวยเขิน
แสดงความห่วงใยเธอได้โดยไม่ขัดข้อง
และได้รับการตอบรับในแบบเดียวกัน
 

กิ๊กเหรอ.... ไม่ใช่อะ
 
 

เป็นเพื่อนนี่แหละ เพื่อนเพียวๆ
เพื่อนที่ค่อนข้างจะพิเศษนิดหนึ่ง

แค่นี้ ชีวิตผมก็โสดแบบมีความสุขแล้ว มีเพื่อนที่น่ารัก
และเรารู้สึกดีมากๆกับเค้า
มันไม่เรียกร้องเกินกำลังเรา มันไม่สร้างความลำบากใจกับเรา
และไม่กดดันกันและกัน ต่างเข้าใจในกันและกัน
ผมชอบแบบนี้จริงๆ ให้ตายสิ


จบละว้อย 
เธอจะรู้มั้ยน้อ ว่าเราแอบชอบอยู่ 

Comment

Comment:

Tweet

เม้นท์ไม่ถูก
แต่ชอบ entry นี้สุดแล้ว

#5 By ซูเนะโอะ on 2007-05-20 21:24

โห ขอขนมจีบด้วยนะพี่ไนท์

#4 By Gathering Urza on 2007-05-20 18:42

เอาใจช่วยให้ความรัก น้อยนิด แต่มหาศาลตลอดไป

ซึ้งมากๆ เลยครับ เอาไปนึ่งซาลาเปาได้เลย

ซึ้งมากครับ =[]=

คำพูดมันทะล้วงทะลวงจิต
ให้ย้อนคิดถึง"รัก"ของตัวเอง
แตสุดท้ายมันก็เป็นเพลงน้ำเน่าต่อไป

(คำถาม // GEW มันเกี่ยวอะไรกับความรักแรก = =?)

ผมเข้าใจรักที่สองดี เพราะเพื่อนฝูงเจอมาบ่อย

(หลังจากนั้นก็จะอยู่ในสภาพเหวอกันไปสามวันสามคืน)

#2 By samta on 2007-05-20 11:46

แหม บอกรักใครคะเนี่ย

หึหึ คิกคิก ฮิๆ อิ๊ๆ

รักนะ เด็กโง่วววว รักนะ ดุ๊บๆ รักนะ วอลอู๊

"รัก" 1 คำ พันความหมาย หลายมุมมอง

นิยามมากมายแทนความหมายของคำว่า "รัก" แต่ตัวเรานั้น จะได้พบนิยามไหน?

รักเพื่อนแสนดีคนนี้จ๊ะ เราคงเฮฮากันไปได้ยันแก่ 555

#1 By Milana (มิลานะ) on 2007-05-20 02:31