ผมเขียนนิยายมาสามปีแล้ว นับว่านานนะ แต่ก็ยังไม่มากพอ ผลงานที่ผ่านมาก็มีแค่ไม่กี่เรื่อง แล้วที่จบเป็นชิ้นเป็นอันก็มีแค่เรื่องเดี่ยว ถามว่าตัวเองเก่งมั้ย เคยมีคนพูดแบบนั้นแต่ผมว่าผมไม่ได้เก่งกาจอะไร แค่มีความเป็นตัวตนสูงเลยขับให้สำนวนของผมนั้นเป็นที่น่าสนใจ นอกเหนือจากนั้นก็ไม่ได้ดีเด่อะไร
หยิ่ง...ผมนี่โคตรหยิ่งและถือดีมากๆเลยขอบอก แต่ไม่ใช่เพราะผลงานของผมหรอก แต่เป็นเพราะนิสัยส่วนตัวมากกว่าที่ไม่ชอบการเซ้าซี้น่ารำคาญ และเป็นคนไม่ง้อใคร ด้วยความเป็นนักเขียน คนที่ติดตามผลงานเราก็มี ที่ต้องการพูดคุยสนทนาแลกเปลี่ยแยกได้ความรู้จากเรา แต่เข้ามาไม่ถูกวิธี และไม่เกิดความประทับในแรกเริ่ม นั่นจะทำให้ผมติดภาพและค่อนข้างปฏิบัติด้วยไม่ดีเท่าไร อันนี้เป็นสันดานส่วนตัว ไม่เข้าใครออกใคร ไม่เป็นที่ยอมรับ แต่ ไม่สนใจ เหอะๆ
นี่อาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผู้ติดตามผลงานผมนั้นหายหน้าหายตา มีท่าทีแปลกไปและไม่ค่อยรุ่งเรืองแบบยุคต้นๆที่ทำงานเขียน แต่แคร์มั้ย ไม่แคร์
ผมประกาศจุดยืนที่ชัดเจนไว้ตั้งแต่ต้น ว่า ผมทำงานนี้ เพราะผมอยากทำ ไม่ได้ทำเพราะใครอยากให้ทำ หรืออยากทำให้ใคร เพราะฉะนั้น การเอาอกเอาใจดูแลประหนึ่งลูกค้าคือพระเจ้านั้นไม่มีสำหรับผม คนที่เข้าหาผมผมไม่ได้มองเค้าว่าเป็นแฟนนิยาย แต่เป็นบุคคลคนหนึ่งที่ไม่มีความพิเศษใดๆเลยตั้งแต่ต้น แต่ต้องสร้างความพิเศษนั้นกับผม ไม่ใช่ถือยี่ห้อว่ากูซื้อนิยายมึงอ่านนะ มึงต้องดีกับกู ฝันไปเหอะครับ ต่อให้คุณบริจาคเงินให้ผมทำทุนเป็นแสน แต่นิสัยแย่ คุณก็จะได้ความรู้สึกแย่ๆกลับไป
นี่คือสิ่งที่ผมยึดเป็นอัตตาตนถือมั่นมาตลอด
อีกอย่างที่ทำให้ดูว่าสถานะของผมซบเซาไปจากวงการพอดูคือหนึ่ง งานเขียนของผมตลาดแคบและการประชาสัมพันธ์ต่ำ อีกทั้งไม่มีเรื่องใหม่มาป้อนผู้บริโภค ดังนั้นเมื่อความต่อเนื่องสัมพันธ์ไม่มี ใครมันจะมานั่งรอ
อีกประการหนึ่งคือ การปฏิสัมพันธ์ของผมกับคนใหม่ๆ ต่ำมาก ผมไม่เคยเยี่ยมบล็อกหรือมายไอดีคนอื่นๆเลย เพิ่งมาฟิตซ่าบ้าเอาช่วงนี้แหละ แต่ทำเพราะอยากทำ อยากคุย อยากมีเพื่อน ไม่ได้ทำเรียกคะแนนอะไร
ทั้งหมดที่พูดนี่พอจะเข้าใจหรือยังว่าผมเอาแต่ใจตัวเองขนาดไหน รับทราบไว้ก็ดีนะครับ จะได้ไม่มีรีเควสมากมายจากผม เป็นเรื่องยากที่จะฝืนทำอะไรที่ใจไม่ต้องการ ผมเป็นคนแบบนั้น
รำพึงเสร็จแล้ว ต่ออีกเรื่อง
งานเขียนของผมมันแนวไหน บอกเลยว่าเป็นแนวตามใจฉัน ที่ผ่านมานอกจากผลงานหลักแล้วผมยังเขียนพ่วงเรื่องสั้นนิดๆหน่อยๆนั่นๆนี่ๆบ้าง ขึ้นสวยจบเลวชาติ หักมุม หรือยกพวกเรื่องใกล้ตัวไม่สำคัญมาดูให้สลักสำคัญ เคยเขียนมาสามชิ้น เรื่องมดตอมแก้วผม เรื่องของน้ำตาลและเกลือ แล้วก็เร่องนาฬิกากับถ่านไฟฉาย ซึ่งแต่ละเรื่องนั้นตั้งชื่อแหกตาไว้ทั้งนั้น เช่น มหาบรรพต ความเหมือนที่แตกต่าง และการเดินทางที่มีเธอเคียงข้าง
แต่ละเรื่องคนเดาไม่ออกเลยว่าแนวไหน แล้วค่อยมาเฉลยทีหลัง แต่น่าเสียดายเป็นที่ยิ่งว่าผมไม่ได้เก็บงานไว้ พิมพ์สดลงบอร์ดแล้วบอณ์ดล่มก็กระจุยไป
งานอีกแนวหนึ่ง คืองานเขียนนิยายสดเสียดสี งานประเภทนี้ทำประจำในบอร์ด ส่วนใหญ่จะแต่งด่าเกรียน ด่าตัวเอง ด่าพฤติกรรมตัวเอง สอนแง่คิดที่ใช้สอนตัวเองและผู้อื่น เรียกว่าเสียดสีมันทั้งบรรพตระกูลนั่นแหละ ด้วยการยกชื่อคน สถานที่และเหตุการณ์จริงมาแปลเป็นเหตุการณ์ใหม่ที่มีความใกล้เคียงของเดิมแล้วใส่ลูกเล่นเข้าไป เจตนาคือเสียดสีทั้งหมดทั้งมวล ซึ่ง ออกมาแล้วเป็นที่น่าพอใจ แต่ยังขาดความสละสลวยของการเป็นวรรณกรรมอยู่ จัดว่าเป็นการเขียนเอามันให้อ่านกันขำๆ ซึ่งก็ไม่ได้นำไปตีแผ่อะไรมากมาย แต่ชิ้นนี้เก็บไว้แล้ว ชอบ เหอๆ ก่อนหน้านี้ก็เคยเขียนมาก่อน หยิบเกรียนในบอร์ดมาเป็นตัวร้ายแล้วแต่งกระจาย แนวแฟนตาซี ก็สนุกไปอีกแบบ แต่ไม่ได้เก็บไว้
งานอีกชิ้นที่ห่างหายไม่ได้ทำมานานแล้วคือการแต่งกลอน กลอนเป็นเรื่องเป็นราวนี่ผมไม่ค่อยมีหัวจะทำเท่าไร หัวมันตื้อ แต่ถ้ากลอนเฉพาะกิจจิกกัดเป็นรายคนนี่แต่งเมื่อไรก็ได้ สดสดเลยไม่ต้องเกลา ที่ผ่านมานั้นมีบ้างที่ให้ช่วยแต่ง ซึ่งก็รับไว้ไม่ขัด เพราะต้องการฝึก แต่คิดว่าไม่ได้ทำนานๆมันติดขัด ใช้เวลานานกว่าจะเอื้อนออกมาได้สักบาทหนึ่ง ต่อไปจะพ่นเป็นกลอนให้มากกว่าเดิม
งานชิ้นสุดท้ายที่ชอบมากคือ เพลงแปลง หยิบเพลงชาวบ้านมาป่นบรรลัยใช้สนองตัณหาที่ถนัดนักล่ะผม จากที่ผ่านมาสองเอนทรี่นั้นก็บอกได้ดีว่าช่วงนี้ผมเจอปัญหาอะไรเป็นการส่วนตัว อาจจะมีศัพท์เทคนิคบางคำที่ไม่เข้าใจก็ปล่อยผ่านไปเถอะ กรั่ก แต่บอกๆตรง ชอบแปลงเพลงมาก เพลงไหนมากรอกหูจนรำคาญพ่อจับแปลงหมด ด่าไปทั่วแหละครับ ตั้งแต่เด็กเกรียนยันรัฐบาล ฮ่าๆ เมื่อคืนฝันเห็นอะไรเป็นซี่ๆกรงๆ เอิ๊กๆ
เรื่องจะบ่นก็หมดละ ขอบคุณที่อ่าน เดียวซัดอีกเอนทรี่นึงดีกว่า