เรื่องลี้ลับสยองขวัญสั่นประสาทลาดกระบัง
posted on 25 Jul 2008 16:42 by urza in Lao
กาลครั้งหนึ่งเร็ว ๆ นี้
ข้าพเจ้าได้มีโอกาสตกร่องปล่องชิ้นมาเป็นทหาร
และจับพลัดจับผลูบุญเก่าทำมาดีเลยได้ทำอยู่ฝ่ายธุรการของกองพัน
และในคืนแรกที่เข้าเวร ข้าพเจ้าก็พบกับมัน .....................................................
มุเฮี้ยว
(ตั้งชื่อตามอารมณ์คนเรียก เรียกเมี้ยว ๆ มันไม่เร้าใจ เลยแยกอันตรภาค ออกมาเป็น มุ+เฮี้ยว=เมี้ยว)
และรู้สึกว่ามันเป็นแมวที่หน้าตาตอแหลที่สุด ...ดูมันหลิ่วตาเมินข้าพเจ้า นิสัยมันเอาแน่เอานอนไม่ได้
บทจะมาก็มา อ้อนออดออเซาะฉอเลาะน่าเอ็นดู เบื่อ ๆ บทจะลุกก็กระโดดดีดหางฟาดหน้าเดินตูดลอยหายเข้าไปในความมืด เล่นด้วยกันอยู่ดี ๆ เกิดอารมณ์ศิลป์ระเบิดติสแตกแหกมือข้าพเจ้าเลือดซิบก็มีมาแล้ว
สงสัยเกิดอารมณ์ฟิกัสโซ่ ...อยากเห็นเลือด
และจะทำตัวน่ารักที่สุดตอนหิว....
![]()
มุเฮี้ยวหิวแร้นล่ะตะเอง ไสหัวไปหาข้าวปลามายาไส้เค้าโหน่ยสิงิ
แต่ข้าพเจ้ารักแมว ดังนั้นจึงรักมันด้วย ถือว่ามันได้รับผลพลอยได้จากการเป็นแมว
ไอ้มุเฮี้ยวแมวกองพันเพศหญิง หน้าตาดีลายเหมือนวัวนม
และตอนนี้กำลังตกมัน เอ้ย ตกลูกมาหมาด ๆ มันจึงกลายเป็น "แมวนม"
ไม่เหมือนนมแมวหรือแม่นม มันคือ แมวนม...
มันมีบุตรชายสองตัวถ้วน ซึ่งน่าสงสัย แกได้แมวตัวผู้คืนละตั้งหลายตัว มีผู้ชายมาหาถึงบ้านคืนนึงไม่ซ้ำหน้า จีบกันต่อหน้าต่อตาเวรยาม ไม่อายฟ้าดิน (ยังสงสัยว่าแมวอะไรแร้ดแรด... )
แต่แปลกใจทำไมเสปิร์มเข้าเส้นแค่สองตัว เองวะ
แต่เรื่องราวพิศดารลึกลึบซ่อนเงื่อนนั้นจะเริ่มขึ้นต่อจากนี้
_____________________________________________________
กาลครั้งหนึ่งต่อจากเมื่อกี้นี้ ไอ้มุเฮี้ยวมันก็ได้พาบุตรหลาน ที่เหลือเพียงตัวเดียว (อีกตัวจ่าเอาไปช่วยเลี้ยงแล้ว)
ขึ้นมากบดานที่สายงานของข้าพเจ้า ณ จุดนี้
![]()
เรียกกันว่า ตู้พิศวง
(สงสัยจะมุดไปโผล่นาเนียร์ได้)
และบริเวณซ่องสุมกำลังพลของมันแม่ลูกก็คือ บริเวณซอกตู้นั่นเอง
ในเวลากลางวันมันมักจะมากบดานอยู่ตรงนี้กะลูกมัน และกลางคืนจะออกมาหลั่นล้ากัน
แต่พึงทราบไว้อย่างหนึ่งว่า ลูกของมุเฮี้ยว นั้นกลัวคนมาก ๆ กลัวมากถึงมากที่สุด ไม่ได้กลัวแค่มนุษย์ผู้ชายและใจง่ายกับมนุษย์ผู้หญิงเหมือนคุณชายโมโม่ของเพื่อนสาวข้าพเจ้านะ
มันกลัวโดยเท่าเทียม ดังนั้นแล้ว ถ้าทำอะไรตึงตังหรือมีแนวโน้มจะเข้าไปทัช สัมผัสมันละก็
มันจะหาที่กำบังทันที
(โฉมหน้าคนร้าย)
ซึ่งโดยปกติแล้ว มันจะมุดตามซอกตู้นี่แหละ แต่แล้ววันหนึ่งมันก็เงียบหายไป
ข้าพเจ้าก็คิดว่าแม่มันคงคาบไปไว้ที่อื่นแล้ว เนื่องจากทนทานพลังกลิ่นตีนของเพื่อนร่วมงานข้าพเจ้าที่มักมาถอดรองเท้าไว้แถว ๆ นั้น ไม่ได้
แต่แล้วดึกสงัด เมื่อมุเฮี้ยวครวญครางอะฮั๊งค์ ๆ เรียกบุตรอย่างเย้ายวนนั้น
ก็ดันมีเสียงลึกลับออกมาจากซอกตู้
มิ้ว ....ฮะมิ้ว.... มุฮิ้ว
แล้วแต่จะแปลความ เอาเป็นความมันมีเสียงของลูกแมว
ข้าพเจ้าก็เกิดความประหลาดใจ ก็มันคาบไปแล้วนี่ แล้วจะมีอะไรมาร้องแถวนี้อีก
เลยลุกไปดูซอกตู้
ไม่มี.....
ไหนลองมุมบนซิ อาจจะมีการหักเหของแสงทำให้แมวล่องหนได้ชั่วขณะ
แปลกใจจริง ๆ สงสัยระคนงงงวย
ทำไมได้ยินแต่เสียง เอ๊ะ หรือเราจะหูแว่ว แว่วเสียงมิ้ว ๆ บทแห่งการหลบซ่อน ภาคแห่งแมวล่องหน
ผมก็เลยไม่สใจเพราะเสียงก็เงียบไปแล้ว
พอคล้อยหลังแป๊บเดียว....
สิ่งที่ผมเห็นก็คือ
แม่เจ้า โผล่มาจากไหน มึงวิ่งเข้าไปอยู่ในซอกตู้ชัด ๆ น่าจะขด ๆ อยู่ในนั้นดิ แล้วเมื่อกี้ไปดูทำไมไม่มีวะ
หรือมึงไปโผล่นาเนียร์แล้ว ไปช่วยอัสลานปราบแม่มดขาวกู้โลกบรรพตระกูลมึง.....
ไม่น่าใช่ ไม่งั้นคงโดนต้นสนตีหน้าหงายกลับมาบ้าง....
จากประสบการณ์แรคนาร็อคกว่าสามปี กิลด์วอร์นับครั้งไม่ถ้วน สิ่งที่จะทำให้รอดพ้นจากสตอมกัสก็คือ
สกิลมุด
หรือไอ้แมวนี่มันมีคลิปมุด...
ไม่ใช่แน่ ๆ ....มันต้องมีสกิลมุดส่วนตัวแหงม ๆ มันคือนินจา (ธีพดูกระจอกไป) ใช่แล้ว แกมีสกิลมุด แน่ ๆ พอข้าพเจ้าชะโงกไป มันนึกว่าสตอมกัส เลยมุด แฟ้บบ ลงดินไป
โอว ใช่แล้ว จากนี้ไปข้าขอตั้งชื่อแกว่า
นินแจว แมวมุดดิน....
(นินจา+แมว)
ความเชื่ออยู่ได้อย่างงมงายไปสองสามวัน ผมเริ่มเชื่อละว่าแมวตัวนี้เล่นของล่องหนหายตัว
แต่แล้ว
ความจริงเพียงหนึ่งเดียวของคินดะอิชิก็เฉลยโดยไม่ต้องเอาชื่อพ่อผัวคุณแม่มาเป็นเดิมพัน
เพราะผมลองสุ่มชะโงกไปดูในรู... มันก็ยังอยู่ตรงนั้น
จ้องหน้าตาแป๋ว ขุ่ฟ่อ ๆ เหมือนพ่อเป็นงูเห่า (นังมุเฮี้ยว อย่าบอกนะว่าแก....ไม่งั้นคงต้องเป็นแมวเห่า)
ผมสงสัยว่ามันจะเล่นกลยังไง จึงเคาะขอบตู้ให้ตกใจ ผลปรากฏว่า โอ้วแม่เจ้า สะเป้วบะเกิ้วเห้ว @#$%
ตู้แม่งมีรูปตรงมุม.... ท่าทางจะลึกด้วย เพราะลองเปิดฝาตู้ซ้ายสุด ได้ยินเสียงกุกกัก ๆ ๆ
แสดงว่าไอ้นินแจวมันวิ่งมาจนสุดรูตู้เลยทีเดียว
จะกลัวอะไรนักหนา.... "โตขึ้นผมอยากเป็นอย่างพี่โมโม่ฮับ"
เรอะ !!.... ใจง่ายกะสาว ๆ เนี่ยนะ....
อะดูอีกรูป เบลอ ๆ หน่อย AGI มันเยอะ
เรื่องมันก็เป็นด้วยประการฉะนี้...
จากนี้ไปคงไม่มีรูปแม่ลูกคู่นี้มาให้ดูแล้ว เป็นที่น่าเสียดายที่มันทั้งคู่ต้องจากกองพันนี้ไปอย่างน่าเศร้า
ทำไมนะรึ
ก็เพราะวันที่ 28 กค.
ทางกรมเขาจะมาตรวจเยี่ยมน่ะ...
ผู้พันคงไม่ปลื้มถ้าต้อนรับคณะแล้วมีแมวอยู่ในกองบังคับการกองพัน
ท่านสั่งให้กำจัด....
ด้วยการ....
..
...
....
....
......
T^T
...
.
.
...
ให้กูเอากลับไปเลี้ยงที่บ้าน
กร๊ากกกกก
คุณ ถูกแหกตา
พูดสิครับว่าคุณถูกแหกตา
ครับ อย่างที่บอก ข้าพเจ้าจะเอาแม่ลูกไปเลี้ยงที่บ้าน ฉีดวัคซีนกำจัดหมัด ซื้อข้าวปลาอาหารเม็ดให้กิน
จะได้หายอด ๆ อยาก ๆซะที ส่วนอีนังฮะเมี้ยวก็เอาไปทำหมันซะ จะไปแรดที่ไหนก็ไม่มีทายาทอสูรอีก
เดี๋ยวจะมาหลอกหลอนมุดหายเข้าไปหลังตู้เย็นให้หลอนเล่นอีก
เอาเป็นว่าผมจะเลี้ยงแมวจริง ๆ จัง ๆละ ถึงแม่จะคัดค้านก็เหอะ
ช่วงสามเดือนที่ยังไม่ปลดนี่ก็ฝากเลี้ยงหน่อยละกัน จะได้ไม่เหงานะอยุ่คนเดียว
เดี๋ยวจะซื้อวิสกัสไว้ถุงหญ้าย หญ่าย
พอปลดแล้วจะกลับไปดูแล
ผมคิดว่า ผมควรต้องรับผิดชฃอบชีวิตใครบ้างแล้ว จะได้โตเป็นผู้ใหญ่เสียที
ส่วนตุลาคมนี้ เตรียมผมกับงานบุญมหากุศลได้เลยครับ
สู้เพื่อแมว !
edit @ 25 Jul 2008 19:38:47 by G-Urza:ไปแข่ง CF บอร์ดตูม้าย
edit @ 25 Jul 2008 19:44:00 by G-Urza:ไปแข่ง CF บอร์ดตูม้าย






แมวแถวบ้านก็เยอะเหมือนกันค่ะ
ชอบมาออกลูกในบ้าน เซงจิงจัง ทำข้าวของพังหมด - -;;
เลี้ยงไม่ไหว เยอะเกิ๊น
#1 By ฉันคือรั้ว on 2008-07-25 19:38