ภาษาไทยวันละคำวันนี้เสนอคำว่า กุศโลบาย

ซึ่งเป็นคำสมาสจากคำสองคำ คือคำว่า กุศล และ อุบาย

กุศล คือการทำดี

อุบาย คือการชักนำให้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ หรือ หลอกให้ทำนั่นเอง

 

กุศโลบายจึงแปลว่า หลอกให้ทำดี

คนเก่าคนแก่สมัยโบราณมักมีคำสอนที่เป็นกุศโลบาย

เช่น คะลำของอิสาน หรือ ข้อขึด ของคนเหนือ ที่เป็นการแนะนำให้ทำ และไม่ทำ ในหลาย ๆ สิ่ง ยกตัวอย่าง เรื่องผีป่า ผีดอยที่ต้องให้ความเคารพ เข้าป่าอย่าส่งเสียงดัง อย่าหักไม้เด็ดหญ้า อย่ากินน้ำในหนองในบึงโดยไม่ขอสมา

 

หรือการเขวี้ยงฟันที่ถอนขึ้นบนหลังคา การไม่เผาเส้นผม

 

สิ่งเหล่านี้ล้วนมีเหตุผลรองรับทั้งสิ้น ไม่ใช่ความเชื่องมงายทั่วไป

 

และเมื่อกุศโลบายเหล่านี้ มีคนไม่เชื่อ ก็จะมีการใช้ความเชื่ออื่นนั้นมาปฏิบัติชักนำ ให้เกิดผลอย่างเดียวกัน

 

กุศโลบาย หากปฏิบัติสืบต่อกันมา ก็จะเกิดเป็นประเพณีและวัฒนธรรม

 

มาถึงเรื่องบั้งไฟพญานาคบ้าง

ผมก็พูดได้ไม่เต็มปากหรอกว่าเป็นกุศโลบายอะไรของใครมั้ย

เพราะมีการพิสูจน์มาหลายต่อหลายครั้งแล้ว

 

มีนักวิทยาศาสตร์มาสำรวจ ทดลอง ดำลงไปขุดดิน วิเคราะห์วิจัย แต่ก็ได้ผลไม่ถึง 100 % ว่าเกิดจากสาเหตุใด

อาจจะเป็นก๊าซในธรรมชาติ ที่หมักหมมในโคลน ผสมปนเปกันจนเกิดปรากฏการณ์ดวงไฟ

 

บ้างก็ว่าเป็นกระสุนส่องวิถีที่ฝั่งลาวยิงขึ้นฟ้า แต่เมื่อจับได้ บั้งไฟก็ยังอยู่

 

แต่ไม่ว่ามันจะเป็นอะไร คนก็เชื่อว่ามันเป็นบั้งไฟจากพญานาคที่พ่นขึ้นมาในคืนออกพรรษา

 

และไม่ว่ามันจะเป็นอะไร บั้งไฟ ทำให้เกิดการทำบุญ

 

ถามว่า ถ้ายังเชื่อแบบนี้ต่อไป มันมีอะไรเสียหายมั้ย ?

 

ก็ไม่มี

 

ออกจะเกิดผลดีด้วยซ้ำที่ผู้คนมาทำบุญเพราะมีศรัทธา จะด้วยเหตุจูงใจใด ๆ ก็ตาม

 

ดังนั้น ไม่จำเป็นต้องการพิสูจน์

พิสูจน์ไปหาหลักฐานได้ เราได้อะไร

ก็แค่รู้ แต่เป็นการทำลายศรัทธาและช่องทางในการกระทำความดี

 

สู้ไม่รู้ต่อไป ให้มันเป็นปริศนาแบบนั้น

แต่ก่อให้เกิดกุศล จะดีกว่ามั้ย

 

ปล่อยให้มันเป็นกุศโลบายต่อไป เป็นสิ่งที่ปล่ยให้เป็นไปในรูปแบบของมันต่อไป และพึงรักษาไว้ต่อ ๆ ไป

 

แต่มีคนบอกว่า หากสภาพของโลกเปลี่ยนแปลงไป เหตุการณ์เหล่านี้ก็จะไม่เกิดขึ้นอีก ก็คงน่าเสียดายนะ ถ้ากุศโลบายประการใหญ่นี้ กำลังจะลดน้อยหดหายไป

 

 

 

ทำชั่วมันทำง่าย ทำดีมันทำยาก ต้องมีเครื่องชี้นำชักจูงใจให้คนทำดี

 

 

 

วันนี้มีสาระแฮะ...ผดผื่นขึ้น...

 พอดีฟังจ่าแล้วรีบมาจด ชอบมากเลยเอามาเขียน

ทำดีกันเยอะ ๆ นะทุกคน ถึงผมจะไม่เชื่อเรื่องบุญเรื่องบาป นรกสวรรค์อะไร

แต่ผมเชื่อในเหตุผลของกุศโลบายที่เจือแฝงในความเชื่อเหล่านั้น เพราะมันล้วนมุ่งเน้นให้เกิดผลดี

 

ปัญญารักษาครับ

Comment

Comment:

Tweet

อ่านเพลินเลย
เหมือนเคยได้ยินนะ
ทำชั่วมันทำง่าย ทำดีมันทำยาก ต้องมีเครื่องชี้นำชักจูงใจให้คนทำดี
หรือ
ที่เขาว่า
ความดี-น่าเบื่อ
ความเลว-ความรื่นเริง
เราเชื่อนะว่าพญานาคมีจริง ตอนนี้มีข่าวว่าจะทำการสำรวจดูอะ เราตื่นเต้นมากเลย กลัวว่าจะไม่ใช่พญานาค แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ถ้ามันเป็นกุศโลบายให้คนหันมาทำดีเนี่ย มันก็ดีเนอะdouble wink

#22 By kanalove on 2008-10-28 12:33

ผมชอบบทความนี้ครับ confused smile

#21 By Eddy on 2008-10-17 00:38

คิดว่า.. ปล่อยให้เป็นศรัทธาแล้วนักท่องเที่ยวเข้ามาเยอะดี

#20 By toma on 2008-10-16 22:27

ความเชื่อ ความศรัทธา ในสิ่งที่ดี ชีวิตก็จะดีตามครับbig smile Hot!

#18 By iQ180 on 2008-10-16 18:12

เห็นด้วยครับ

#17 By mekabeam on 2008-10-16 12:53

ถ้าเชื่อแล้วมีความสุข..ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน
เป็นการสืบทอดประเพณีที่ดีงาม
ก็เชื่อต่อไปเถอะค่ะ..ไม่ต้องไปหาที่มาที่ไปหลอกเนอะbig smile

#16 By nudee on 2008-10-16 11:50

เซื่อในสิ่งที่เฮ็ด เฮ็ดในสิ่งที่เซื่อconfused smile

#15 By on 2008-10-16 00:31

ชอบท่อนสรุปฟ่ะ

ทำชั่วมันทำง่าย ทำดีมันทำยาก ต้องมีเครื่องชี้นำชักจูงใจให้คนทำดี

โดนๆ

เอาดราก้อนบอลไป ขอพรเผื่อตรูด้วย Hot! Hot! Hot!

#14 By Temp on 2008-10-15 23:49

คนเราบอกตรงๆไม่ชอบ
ชอบลูกเล่น 555+

Hot! Hot! Hot!

#13 By bentie~ on 2008-10-15 22:51

เห็นด้วยค๊าบsurprised smile
Hot!
มีสาระ confused smile

#11 By nidting on 2008-10-15 21:22

big smile

#10 By caffeineaddict on 2008-10-15 20:02

ปล่อยให้เป็น Inconvinient Truth ดีกว่าเนอะ..ไม่งั้นจังหวัดเสียรายได้แย่ - -';

#9 By Shuu Exteen on 2008-10-15 20:01

ยังไม่เคยไปดูเลยนะ
แค่เห็นจำนวนคนที่ไปเฝ้าก็...เอ่อ ไม่ไปดีกว่า
- -''

เคยคิดเล่นๆว่ามันคงเกิดจากมีเทนกับไฮโดรคาร์บอนตัวอื่นๆ ผสมกำมะถัน(กำมันถันนี่คิดได้ไงไม่รู้ 55+) เพราะมันเบา แถมติดไฟได้เร็ว ก็เคยได้ยินว่ามันคงเกิดจากซากสิ่งมีชีวิต ที่หมักๆกันอยู่ แล้วพอรวมตัวกันจนมีขนาดพอก็คงจะลอยขึ้นสู่ผิวน้ำ(และอากาศ) จุดเดือดที่ต่ำอยู่แล้วทำให้เผาไหม้ได้เอง แต่ก็คาใจว่าทำไมมันตรงกะวันออกพรรษาพอดี้๊พอดี

ปล่อยให้เป็นปริศนาต่อไปดีกว่าเนอะ ^^'

#8 By HeDw!g on 2008-10-15 19:05

เอนมรี่มีสาระดีค่ะพี่ ให้ข้อคิดดี

แต่ตรง tags นี่แบบว่าsad smile

#7 By Punch.emasiri on 2008-10-15 18:59

Hot!

#6 By พงคุง on 2008-10-15 18:46

เคยแต่ดูในหนัง ไม่รู้ชาตินี้จะมีโอกาสได้ดูของจริงกับเค้ารึเปล่า คนเยอะแล้วกลัว กลัวฉี่บ่อย แล้วไม่รู้จะออกมายังไง คนเป็นหมื่นเป็นแสน555 แต่ต้องไปสักวัน เหตุผลฉันมันเพี้ยนไปหน่อย

#5 By rosesabell on 2008-10-15 18:42

คนเราไม่มีอะไรไม่อยากรู้แม้ว่าจะต้องมาเสียใจภายหลังนะ

แต่ผมสนับสนุนความคิดพี่เอ๋อนะ วันนี้มีสาระsad smile
ปล.ถ้าผื่นขึ้นเดี๋ยวส่งคาลาไมด์ไปให้

#4 By B-rz on 2008-10-15 16:10

ความเชื่อกับเหตุผล บางทีมันก็เป็นคนละเรื่องกัน

เราเชื่อแบบนี้ เราเชื่อแล้วก่อเกิดแต่สิ่งที่ดี มันก็ไม่จำเป็นต้องหาเหตุผล

ทำดีเพราะมีความเชื่อ เชื่อในสิ่งที่เราคิดว่ามันดี

สุดท้ายแล้วก็คือการคิดดี ทำดีนั่นเอง

ความเชื่อไม่ใช่ทางวิทยาศาสตร์

และความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ก็ทำลายความเชื่อไม่ได้

ปล. เม้นก่อนหน้านั้นลบทิ้งด้วยนะเอ๋อ ปุ่มเอนเต้อมันค้าง ตอนกดไปไม่ทันมอง
มนุษย์เรามันอยากรู้ทุกเรื่องแหละ
แต่รู้ว่าทำดีดันไม่ทำsad smile Hot!

#1 By ไทป์โปรตอน on 2008-10-15 08:46