ผมเป็นคนเขียนงานขายความคิดมาปีนี้ก็เป็นปีที่ห้าแล้ว เข้าวงการตั้งแต่ปี 48 แล้วก็ยังป้วนเปี้ยนอย่างต่อเนื่องหน้าฉากกฅ็มากหลังฉากก็หลาย

ก็พอจะพูดได้ว่ามีประสบการณ์ในระดับหนึ่ง

หลายคนที่อยากเป็นนักเขียน ก็แวะเวียนมาถามเสมอว่า จะเป็นนักเขียน ต้องปฏิบัติอย่างไร
ผมก็ให้คำตอบไปตามเรื่อง แต่มาทบทวนดูแล้ว ก็ได้คำตอบที่ค่อนข้างเป็นบรรทัดฐานว่า

นักเขียน - ต้องเป็นมากกว่าเขียน

หมายความว่าต้องเป็นนักอย่างอื่นด้วย แต่นักอะไรบ้าง
มาดูกัน

1.นักอ่าน
อันนี้สากลมาก อ่านมากรู้มาก รู้มากก็สะสมมาก อยากระบาย มันเป็นการปลุกแรงบันดาลใจอย่างหนึ่ง รวมถึงเป็นการสะสมสำนวนและคำศัพท์ด้วย จากการศึกษา รวมถึงความถูกต้องของภาษาด้วย แต่สิ่งที่อ่านก็เหมือนสารอาหารที่เราเสพเข้าไป กินของดี ก็ได้ผลดี เสพของเสีย ก็ผิดปกติกับร่างกาย
ฟันธงเลยว่านิยายยุคใหม่ที่มีอิโมชั่นและภาษาวิบัติ เป็นอาหารที่ก่อมะเร็งทางภาษา ใครจะสนับสนุนยังไง ผมขอต่อต้านการใช้สิ่งเหล่านี้ในสิ่งที่เรียกว่า วรรณกรรม

2.นักอยากเขียน
จู่ ๆ เราไม่สามารถเรียกตัวเองว่านักเขียนไม่ได้หรอกครับ ในเมื่อเรายังมีความรู้ไม่มาก ยังมีผลงานที่ปรากฏไม่มาก ยังมีผลงานที่เขียนไม่จบไม่สำเร็จเยอะแยะเต็มไปหมด เราจะเป็นได้แค่นักอยากเขียน แต่การเป็นนักอยากเขียนก็เป็นการปล่อยอิสระทางความคิดนะครับ อยากทำอะไรเมื่อไรก็ได้ สบาย ๆ ไม่มีการเร่งรัด ความสร้างสรรค์มันจะงอกมาพร้อมกับเสรีภาพ แต่ถ้าคุณจะขยับจากนักอยากเขียนไปเป็นนักเขียนล่ะก็ คุณต้องคงความสร้างสรรค์ที่ได้ตอนมีเสรีภาพไว้ และเข้าไปรับกฏระเบียบของการเป็นนักเขียนมืออาชีพมาปฏิบัติได้ ไม่งั้น คุณก็ย่ำกับที่ เหมือนจะเล่นเกมที่มีการพัฒนาอาชีพเป็นอีกระดับ คุณต้องไม่เป็นแค่ผู้เล่นเริ่มต้นตลอดไป หรือโนวิช หากต้องการพัฒนาทักษะกำลังฝีมือ และมีสกิลอาชีพที่สูงขึ้น คุณต้องปรับสเตตัส ซึ่งก็คือกระบวนการทางความคิดและการกระทำใหม่ ให้เข้ากับสาขาอาชีพที่คุณกำลังมุ่งหน้าไป

3.นักกีฬา
เกี่ยวอะไรกับนักกีฬา หนูจะเขียนนิยายหนูต้องเล่นกีฬาด้วยเหรอ
ไม่ใช่ประเด็นนั้นครับ แต่ให้มองว่านักกีฬา กว่าจะแข่งแต่ละที่ได้ เขาต้องซุ่มซ้อมเป็นเวลาหลายเดือน ทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพิ่มสถิติและเวลาขึ้นเรื่อย ๆ เพิ่มความยาของระดับขึ้นเรื่อย ๆ และไม่หยุดกับที่เมื่อบรรลุเป้าหมาย เขาต้องไปต่อเรื่อย ๆ และฝึกฝนอยู่ประจำ
รวมถึงการรู้แพ้รู้ชนะในเกมกีฬาด้วย เรียกว่าน้ำใจนักกีฬาครับ ไม่อาฆาตจองเวร หรือผูกใจเจ็บเมื่อเราผิดพลาดแล้วคนอื่นติติง สำคัญมากนะข้อนี้

 

4.นักเล่า นักพูด
ในการเขียนงาน จะนำเสนอเรื่องให้น่าสนใจเราต้องลำดับเรื่องเป็น มีลูกเล่นลีลาวาทะที่เป็นเอกลักษณ์ เหมือนกับวิธีการพูดของแต่ละคน ก็มีถ้อยคำสำนวนที่แตกต่างกันไป มีการเกาะเกี่ยวเชื่อมโยงของเนื้อหาที่ต้องการนำเสนอและการปิดจบที่มีความหมาย
ที่สำคัญ ต้องมีเรื่องที่จะเล่าเสมอ ยิ่งคุยสนุก เราก็ยิ่งเขียนสนุก ไม่ถึงกับต้องถูกหลักนักพูดอะไร เพราะการพูดกับการเขียนมาค่อนข้างมีกลิ่นที่ต่างกัน แต่ความต่างนี้แค่เส้นบาง ๆ
การพูดค่อนข้างที่จะง่ายกว่า เพราะเราสามารถแสดงออกด้วยน้ำเสียงและสีหน้าได้ ซึ่งเป็นตัวเสริมให้การเล่าและพูดมีน้ำหนักมากขึ้น
แต่ในการเขียนไม่สามารถสื่อถึงอารมณ์และความรู้สึกได้จากน้ำเสียงและสีหน้า ดังนั้น การเขียนนั้นต้องอาศัยความสามารถที่จะใช้บทบรรยายในการทำหน้าที่แทนน้ำเสียงและสีหน้า บทบรรยายที่ดีคือบทบรรยายที่อ่านแล้วเห็นภาพครับ อ่านแล้วผู้อ่านจินตนาการตามได้ ไม่ยืดเยื้อด้วยทำนองเสนาะหรือโวหาร และไม่รวบรัดตัดความจนเกินงาม มันต้องมีลูกเล่นเรื่อยเฉื่อยบ้าง

5.นักดนตรี นักร้อง
นักร้องที่ดีต้องมีความจำและประสาทหูที่ดีในการรับฟัง แต่ที่สำคัญคือท่วงทำนองครับ
ในการเขียน ท่วงทำนองของสำนวนและถ้อยคำ เป็นสิ่งที่สำคัญ จังหวะการเล่า การนำเสนอ เราต้องฉลาดพอที่จะเลือกและลำดับ ว่าตรงไหนเป็นท่อนอินโทร ตรงไหนเป็นเนื้อหาสาระ ตรงไหนเป็นท่อนฮุค หรือคลแม็กของเพลง เราต้องสามารถกำหนดได้
รวมถึง เราต้องมีความสุนทรีย์และสุขภาพจิตที่ดีด้วย
การฟังเพลงขณะเขียนก็ช่วยปลุกอารมณ์และแรงบันดาลใจได้มากพอสมควรเลยครับบร

6.นักคิด
นักเขียนต้องตีประเด็นแตก อธิบายเนื้อหาสาระได้ และวิเคราะห์เป็น
สามารถจำแนกแจกแจงและเลือกสิ่งที่สำคัญมากน้อยในเนื้อหาสาระ สามารถแงะสิ่งที่ผู้เขียนฝังหรือหมกไว้ในสิ่งธรรมดา เพราะบางที มันอาจแอบสะท้อนสังคม หรือสิ่งที่เป็นอยู่ด้วย ในความสนุกและความฟุ้งเฟ้อของจินตนาการ รวมถึงการคิดและต่อยอดในสิ่งที่มีมาได้อย่างสร้างสรรค์ สามารถปลุกจินตนาการจากสิ่งเดิม และคิดค้นสิ่งใหม่ด้วย
ดังนั้น การเป็นนักเขียนต้องเป็นนักคิดและบริหารความคิดเป็น
การปล่อยให้สมองว่าง ๆ ล่องลอยทำให้สมองพร้อมทำงานเท่านั้น
แต่การใช้สมองขบคิดนั้นทำให้เกิดผลงาน

7.นักเรียนนายร้อย
จะเป็นนักเขียน ระเบียบวินัยและการตรงต่อเวลาต้องดีเยี่ยมประหนึ่งนักเรียนนายร้อย รักษาความสม่ำเสมอและต่อเนื่องของผลงาน หากผลงานออกเป็นรายสัปดาห์ คุฅณต้องมีงานป้อนทุกสัปดาห์ หากเป็นนักเขียนรายสะดวก สิ่งที่เคยมี เคยเขียน ต้องไม่ขาด ไม่ว่างเว้น ส่งงานต้องตรงเวลานัดเป็นนัด ไม่เบี้ยว มีระเบียบ เลื่อนได้ แต่ถึงกำหนด ต้องมีส่ง ไม่ใช่อยากมา ก็มา อยากส่ง ก็ส่ง ทำตัวเป็นศิลปิน อารมณ์ไม่คงเส้นคงวา ติสต์แตกฅ
ถือดีอวดตัวว่าเขาจะง้อเรา แบบนี้ คุณพลาดแน่ ๆ

 

7 ข้อกับ 7 นัก
ผมว่าสามารถครอบคลุมถึงสิ่งจำเป็นที่นักเขียนพึงมีได้มากพอแล้วล่ะครับ
ถ้าคุณสามารถเป็นนักเหล่านี้ได้ หนทางการเป็นนักเขียนมือาชีพ ไม่ใช่เรื่องยากเลยครับ

Comment

Comment:

Tweet

ต้องกลายร่างเป็นนักสู้ ให้ได้แล้วเรา
ฮึด  Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#45 By tpoey-lulla on 2012-06-23 00:11

Hot! Hot! Hot!  
เป็นแค่นักอยากเขียนเฉยๆค่าาาbig smile

#44 By iamtabo on 2012-05-14 10:15

อย่างนี้ต้องให้ดาว
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#43 By »мαч« on 2010-05-08 18:49

ข้อ1 กับ 2 มีเต็มๆ
ที่เหมือนมีอย่างลุครึ่งข้อเอง
ฮา แอบหลอนฉากหลังเล็กน้อย)

สวัสดีค่ะ เออร์ซ่าซัง

(YPrInCeSsIlLuSiOn)
ยอดเยี่ยมกระเทียมเจียว อยากเป็นนักเขียนเหมือนกันครับ
ตอนนี้ไร้สาระบ่อยๆ เพราะไม่มีความรู้อะไรมาก sad smile confused smile

#40 By Shuu Exteen on 2008-10-19 03:07

ฟันธงเลยว่านิยายยุคใหม่ที่มีอิโมชั่นและภาษาวิบัติ เป็นอาหารที่ก่อมะเร็งทางภาษา ใครจะสนับสนุนยังไง ผมขอต่อต้านการใช้สิ่งเหล่านี้ในสิ่งที่เรียกว่า วรรณกรรม
^
^
AGREE
Hot! Hot! Hot!

#39 By Bloodstones on 2008-10-18 23:37

แล้วฉันจะเป็นนักอะไรดีนะ เดี๋ยวก็จะออกผลงานอยู่แล้ว

#38 By I [is am are] ก๋อง on 2008-10-18 23:31

Hot!

ชอบมากครับ เป็นนักเขียนเองก็ต้องควบอะไรไปอีกหลายๆอย่างbig smile
ขอบคุณมากครับbig smile

ไม่มีข้อ7sad smile

Hot!
ฉันชอบจุดยืนของเธอนะ ที่ไม่ผลิตงานมลภาวะออกมาให้กับวงการนิยาย สิ่งที่เธอเขียนในบล็อกหน้านี้ ก็ค่อนข้างตรงกับสิ่งที่ฉันคิดอยู่เหมือนกันแหละ


เพราะเคยซื้อนิยายรักวัยรุ่นมา แล้วไม่รู้เดี๋ยวนี้เป็นมาตรฐานใหม่ไปแล้วหรือเปล่าว่านิยายรักวัยรุ่นต้องบรรยายด้วย emoticon แบบว่าฉันอ่านแล้วรำคาญว่ะ แทบอยากเอาลิควิดมานั่งลบออกเลย จะเป็นนักเขียนแต่บรรยายด้วยถ้อยคำสวยๆ ยังไม่เป็น แบบนี้มันใช้ได้ที่ไหน


ตอนนี้บริจาคนิยายขาย emoticon ไปหมดแล้ว...

#35 By [ PJ ] (58.9.11.174) on 2008-10-18 01:40

ขอบคุณค่ะ

#34 By Princessgirl414 (125.25.157.198) on 2008-10-17 23:14

แอบชะงักตอนอ่าน 55+ มีทั้งมีและไม่มีเลยในแต่งละข้อ = =" สงสัยต้องพิจารณาตัวเองอย่างด่วนที่สุดแฮะ

ชอบจังครับ ^ ^ ให้ดาว 3ดวงเลย~!
Hot! Hot! Hot!

#32 By movivin on 2008-10-17 17:03

เขียนการ์ตูนก็ใช้หลักไม่ต่างกันเท่าไหร่

#31 By blade on 2008-10-17 16:34

นักเขียนต้องถ่ายรูปเองได้ด้วย





(บริษัทไม่มีเงินจ้างช่างภาพ)

ขำ ๆ น่ะ

#30 By dimoroc on 2008-10-17 15:07

กว่าจะได้งานเขียนมาซัก 1 ชิ้น ต้องกลั่นกรองจากประสบการณ์โดยการเป็นนักxxx เยอะขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย wink

มีประโยชน์สำหรับคนที่คิดจะเป็นนักเขียนมากครับ big smile

#29 By Googigg on 2008-10-17 11:16

Hot! Hot! Hot!

เอาไปเลย 3 ดาว หึหึ ในที่สุดก็ Hot!

จริงๆ แล้ว ทุกวันนี้ไม่อยากจะเรียกตัวเองว่าเป็นนักเขียนสักเท่าไหร่นัก เพราะไม่รักที่จะเขียนงานเพื่อการขายอ่ะ ชอบที่จะเขียนแล้วมีคนอ่าน แล้วคนอ่านพึงพอใจเสียมากกว่า

7 นักที่ว่ามานี่... นักเขียนอาชีพมาเองเลยจริงๆ

#28 By Rabbiz! on 2008-10-17 11:13

Hot! Hot! Hot!
เยี่ยมมากเลยค่ะ
แต่ทำยากนะเนี่ย surprised smile

#27 By poonnada on 2008-10-17 11:09

ได้ใจความที่ชัดเจนมากครับ Hot!

#26 By Eddy on 2008-10-17 10:09

ยากเหมือนกันนะ
big smile

#25 By LungDeng on 2008-10-17 09:35

ยากจัง

#24 By bellbell on 2008-10-17 08:33

เป็นให้ได้ทั้งเจ็ดอย่างนี่ ไม่ง่ายเลยนะคะ wink

เป็นนักขัตฤกษ์ (เห็นในแท็ก) ดีกว่า หยุดตลอด confused smile
Hot! Hot! Hot! พี่เอ๋อมีสาระ

ตอนนี้ยังไงผมก็เป็นแค่ข้อ1sad smile

#22 By B-rz on 2008-10-17 00:52

เรายังไม่มีสักข้อเลย
เฉียบคมเหลือรับประทานจริงๆdouble wink

#20 By Kenessar on 2008-10-17 00:08

big smile


นัก.... embarrassed

#19 By caffeineaddict on 2008-10-16 23:39

ต้องเป็นนักเสนอด้วย ไล่หาสำนักพิมพ์

#18 By on 2008-10-16 23:33

เอ... คงเป็นได้แค่อย่างละนิดอย่างละหน่อยล่ะค่ะ big smile

#17 By มุก on 2008-10-16 22:14

ขาดข้อ 7 ไป เลิกเป็นนักเขียนไปกว่า 9 ใน 10 แล้วว้อย

ปล. ตรูก็ขาด

กั่กๆๆๆ
เอาดาวไป Hot! Hot! Hot!

#16 By Temp on 2008-10-16 21:08

เป็นคำแนะนำที่ดีค่ะ
เดี๋ยวจะลองนำไปใช้บ้างนะค่ะbig smile Hot!

#15 By ~memay~ on 2008-10-16 20:51

นำเสนอได้น่าสนใจมากค่ะHot!

#14 By ~aMe~ on 2008-10-16 20:36

ยังทำได้ไม่ครบเลยsad smile
Hot! ยกดาวให้เลยค่ะ >.<

#12 By Lily Pixel on 2008-10-16 19:17

...ยังคงยากที่มีแค่ 7 ข้อ แล้วผลงานจะเข้าถึงระดับวรรณกรรม....confused smile

...สั่งสม/สะสมประสบการณ์ ...ในทุกด้าน

#11 By สิบสาม on 2008-10-16 19:14

ต้องเป็นนักพัฒนาด้วยค่ะ
ถ้าเขียนไปไม่พัฒนา ก็ไม่น่าอ่าน ชิมิคะsurprised smile

#10 By มายเดียร์ on 2008-10-16 19:07

Hot!
จริงๆต้องเพิ่มไปอีกอย่าง ( แต่มันไม่ได้ขึ้นต้นด้วยคำว่านัก ) คือเป็น "สื่อ" ด้วย

ดังนั้นในการจะเผยแพร่อะไรออกไปก็ต้องมีจรรยาบรรณของสื่อ ไม่ใช่เขียนตามใจอยากอย่างเดียวด้วย เราว่านะ - 3-"

อย่างพวกนิยายยุคใหม่ภาษาแชทตัวอีโมปลิวว่อนนั่นเราถือว่าขาดจรรยาบรรณหน่อยๆ ( ถึงเราจะไม่รู้ว่าจรรยาบรรณของสื่อมันควรมีอะไรบ้างก็เหอะ ก๊ากกก ) เพราะเขียนตามใจอยาก ไม่ใช้คำให้ถูกกาลเทศะ ไม่นึกถึงว่าเด็กมันจะเอาไปเลียนแบบ น่ะ

#9 By Jelphyr on 2008-10-16 17:43

แอบเครียดมาตั้งแต่นักกีฬาล่ะ
(แอบพิจารณาตัวเองด่วน)

#8 By ลูกคนโตเอง on 2008-10-16 17:37

Hot!

ตอนนี้เป็นได้แค่นักอยากเขียนครับ

#7 By KIA:เคียโกะ on 2008-10-16 16:09

นานแล้วที่ไม่ได้อ่านอะไรขนาดนี้ ~


พูดไม่ออกบอกไม่ถูกเลยพี่ นัทอึ้ง

#6 By nuttycrispy on 2008-10-16 14:58

โดนใจมากครับ แม้บางข้อผมอาจจะยังทำได้ไม่ดีนักก็เถอะ

ว่าแต่ คุณเอ๋อ ทำไอ้นี่ Hot! ตกแน่ะ confused smile

#5 By Buffo on 2008-10-16 14:48

ขอให้ดาวไปเลย

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

เจ๋งมากพี่open-mounthed smile

#4 By @arrow@ & Puu on 2008-10-16 13:11

ยอดเยี่ยม

ขอบคุณสำหรับข้อแนะนำครับ

Hot! Hot! Hot!

#3 By StillGoing on 2008-10-16 11:55

จ่อขึ้นฮอตเลยนะเนี่ย เขียนได้ดีมาก

เดี๋ยวไปเรียกยัยเบลอหัวนมชิโนบุมาอ่าน

แบบนี้ต้องให้ ดาวHot! มยุรี
ไม่มีข้อ 7 ฮ่าๆ
ว่าจะผันตัวเป็นนักเขียนบทละครแทนแล้วฮับ

#1 By Kwanrapee on 2008-10-16 08:56