อิโมโซไซตี้ d(*-*)/
posted on 22 Oct 2008 21:36 by urza in Gon
กราบสวัสดีครับพ่อแม่พี่น้อง เรื่องราวต่อไปนี้คือการต่อต้านและนำเสนอข้อมูลเชิงลบ
นโยบายของเรา ไม่ชอบปล่อยผ่าน ไม่อ่านกดปิด ไม่คิดอย่าเมนท์ ไม่เห็นด้วยอย่าด่า ให้แจงมาเป็นภาษาคน
ภาษาคน ภาษาคน ภาษาคน!!!!!
อยากเขียนอยากเก่งอยากเก๋า แต่ภาษามันเน่า อย่าใช้ภาษาคน!
อยากจะรวยปั้นงานส่งนอกแต่บรรยายได้กระจอก อย่าใช้ภาษาคน !
ใช้อิโมกันเถอะนะเด็ก ๆ อิโมใส่ฟันเหล็ก อย่าใช้ภาษาคน ! (*+*)
แก่จะตายยังเอาใจเด็ก ๆ ปล่อยนิยายเจ็ดเป็ด ไม่เป็นภาษาคน !
ชั้นเขียนมาตั้งนานละแบบนี้ แถมแฟนก็มากมี ไม่ใช้ภาษาคน
แอบอิจฉาชั้นรู้ไม่ต้องบอก ไม่ต้องมาแขวะชั้นหรอก ชั้นไม่คุยภาษาคน
แนวนี้ไม่ได้เขียนคนเดียวมันมากมายไหลเป็นเยี่ยวไม่เป็นภาษาคน
งานเขียนทุกบรรทัดในต้นฉบับอ่านแล้วปวดขมับ นี่คือภาษาคน!
พอเหอะ...เอาเพลงเขามาเสือมหมด
โอเค เรามาว่ากันเรื่องวงการวรรณกรำ ในปัจจุบันที่กรำแดดกรำฝนอยู่ทนมาหลายยุคหลายสมัยจวบจนถึงยุคบัลลัยวายป่วงในห่วงโซ๋อาหารของงานเขียนเมื่อมันมีมะเร็งก้อนหนึ่งผุดขึ้นมาในวงการ
นั่นก็คือ (*0*)/ นิยาย อีโม ~
เป็นบรรพญาติเทือกไหนกับอีมูผมไม่รู้ แต่ภาวนาให้มันสูญพันธ์ตาม ๆ กันไปเถอะครับ
แรงบันดาลใจของเอนทรี่นี้มาจากการสนทนากับเพื่อนที่ไปทำงานคัดนิยายให้สำนักพิมพ์หนึ่งในเครือร้านหนังสือชื่อเป็นดอกเป็นดวงแล้วเขาบ่นว่าเด็กเดี๋ยวนี้เขียนเป็นแต่นิยายวิบัติ กับนิยายอิโม
มีแต่หน้ายิ้มแสดงอารมณ์ สัญลักษณ์เต็มไปหมด เห็นแล้วอยากเอาลิขวิดป้าย (-*-)
มีนิดหน่อยพอทำเนา ที่ล่อทั้งยวง
ผมก็บอกว่าถ้าชั้นไปคัดนะ งานพวกนี้ลงถังไม่ต้องรอคิวเลย เพราะอแอนตี้มาก แค่นี้ก็คัดง่าย ๆ สินาะ อิโมโผล่โชว์รอยหยักกูตักทิ้งถัง
เขาบอกไม่ได้สิ บางทีสำนักพิมพ์เขาก็ต้องการ \(*0*)/
อ๋อเหรอ (๐_Q)?
งั้นกูว่าวงการนี้มันย่ำสู่ยุคเสื่อมแล้วว่ะครับ ถึงกับลดมาตรฐานเอาใจตลาดกันขนาดนี้ ก็เข้าใจนะว่าในเน็ตไอ้สัญลักษณ์แทนอารมณ์พวกนี้มันนิยมในการแชทและการตอบบอร์ด พอ ๆ กะภาษาแอ๊บแบ๊วนั่นล่ะ
แต่พอมันอยู่ในสื่อสิ่งพิมพ์อ่านเจอแล้วผื่นขึ้นว่ะครับ มันค่อนข้างผิดหูผิดตาระคายโสตโคตรอีเดียดยังไงชอบกล เพราะสิ่งที่วางบนแท่นหนังสือแนะนำ มันเป็นวรรณกรรมก่อมะเร็ง
ก่อมะเร็งยังไง ถ้า สนพ.มาตรฐานต่ำเอาใจอีเด็กแว่นเนิร์ดดิ้นจิ้นวายแถวบอร์ดนิยายเฟก ๆ ตัวย่อ ด.ด. ละก็
งานพวกนี้มันจะทะลักมาสู่วงการเกินห้ามใจ
พอเด็กรุ่นใหม่ ๆ มันมาเห็น ก็จะเข้าใจว่า อ่อ แบบนี้คนนิยม เขียนแบบนี้ได้ตีพิมพ์ เขียนแบบนี้ เบสเซลเลอร์
แม่จ้าว
โลกาวินาศชัด ๆ
งานพวกนี้จะถูกเข้าใจว่าเป็นวรรคทองของวรรณกรรม ไอ้วรรคฮูเรวังก้าลันลาอิโมนี่แหละ
"คุณทำได้ดีมากสเตฟานทวารแจ๊คสัน" d(*0*)
ไม่ต้องมีคำบรรยายใด ๆ ที่ทำให้ลึกซึ้ง ซัดอิโมตัวเดียวแทนการบรรยายประหยัดย่อหน้าไปสามอันตรภาค
มันจะสร้างค่านิยมล่มวงการขึ้นมา ดูเอาเถอะ ถ้าเด็กมันไม่มีใครท้วง ไม่มีใครแยกแยะให้
มันได้เกิดปรากฏการงานเขียนระดับจักรวาล อิโมโซไซตี้ สังคมนี้ไร้อักษร
คุยกันด้วยภาษาไอค่อนหมด
( *w*)/ \(*0* )
(+= =)๐ b(-*- )
ทั้งเล่ม ตูต้องมานั่งแกะอักขระไอยคุปต์ยุคมิลเลเนี่ยม แบบนี้ไปเป็นนักโบราณคดีคุ้ยซากผีขยี้โลงศพแถวอียิปต์ดีกว่า ไม่ต้องอ่านแม่งแล้ววรรณเยาวชน
เพื่อนผมเธอก็เล่าต่อว่า เคยซื้อนิยายเทือกนี้มาเล่มหนึ่ง อ่าน ๆ ไปแล้วคลื่นเหียนวิงเวียนศีรษะ รู้สึกระคายเคืองจักษุเป็นที่ยิ่ง (๑_๑)
ประจวบพอดีกับยอดกวีซีไรซ์สายอิโมผู้นี้มีไอดีของเว็บ ด.ด. อยู่จึงได้ตามไปเยี่ยมเยือนและแสดงความคิดเห็น ว่านิยายนั้นพล็อตดี เนื้อหาดี ตัวละครแสดงอารมณ์ได้ค่อนข้างเข้าถึง แต่ติดแค่ที่ว่าอิโมเยอะเกินลดลงหน่อยได้มั้ย
กวีซีไรซ์ตอบมาว่าไงรู้มะท่านผู้อ่าน
เธอกล่าวว่านี่ยังน้อยไปนะคะ คนอ่านบอกว่าควรเพิ่มอีกนิดด้วยซ้ำ เทียบกับนิยายเรื่องอื่นของอิเจ๊นี่เจือจางที่สุดแล้ว
....
......
..........
อึ้งแดก....
ก็คืออย่างว่าครับ มันมีคนเสพจำเพาะ เหมือนอาหารจานเดียวกันคนนึงกินคนหนึ่งไม่กิน คนเราชอบไม่เหมือนกัน
พี่คนหนึ่งท่านบอกว่ามันเป็นรสนิยม จะไปแอนตี้ก็โดนข้อหาหัวโบราณ ไม่แน่บางทีมันอาจจะกลายเป็นวรรณกรรม ประเภทหนึ่งก็ได้ มีการวิจารณ์งานในรูปแบบของชนิดงานนี้ เช่น คำว่ายิ้มแย้ม ควรใช้วงเล็บกลม( )และเครื่องหมาย ^^ นะคะ ไม่ควรใช้หน้า [ ] และดอกจันแทนตำแหน่งลูกตา เพราะให้อารมณ์ที่แตกต่างกันค่ะ
โหย แค่คิดอยู่สยองกรึ๋ยแหล้วววว
คือไอ้การแปลกแยกเชิงสร้างสรรค์ แหวกแนวเชิงพัฒนา มันทำให้เกิดสิ่งใหม่ก็จริง
แต่มันต้องไม่ทำลายรากฐานดี ๆ ที่วางไว้ด้วย วรรณกรรมหลักการเขียนที่ถูกต้องตามรูปแบบที่วางไว้มันก็ไม่เสียหายสักหน่อย
ถ้าขี้เกียจมึงก็ไม่ต้องมาเขียนหรอก กลับบ้านไปเลี้ยงกวางหางานอื่นทำจะเจริญก้าวหน้ากว่า รักจะเขียนคุณต้องใส่ใจ การใช้บทบรรยายที่เข้าถึงมันวัดความสามารถนักเขียนได้ชัดเจนมาก บรรยายยังไงให้คนเขาคิดตามแล้วเห็นภาพ มันค่อนข้างใช้ความสามารถสูงพอสมควร เรียกว่าวัดคุณภาพไปเลย
คุณดันมาใช้วงเล็บเหลี่ยม ๆ กลม ๆ ลูกศรปีกตาแทนสีหน้าอารมณืและการบรรยาย มันไม่มักง่ายไปหน่อยเหรอ
หรือเอาใจตลาดวัยรุ่นที่เขาชอบอะไรแนว ๆ กันแบบนี้
โอว...พระเจ้าถ้วยกล้วยยอดมันทอดราก
ขอคาลาไมด์ด่วนน
อย่างไรก็ตามนะครับ ถ้าผมได้เปิด สนพ. ได้ทำงานกองบก. ได้มีสิทธิ์มีเสียงในวงการนี้ล่ะก็
อีอิโมติค่อนง่อนแง่นนี่ไม่ได้ผุดได้เกิดกันทีเดียว ผมจะฟันให้ร่วงถ่วงทะเลตังเกแล่นทับให้มันหลุดจากวัฏสังสารวงการนิยายไปเลย
ขอต่อต้านสุดหูรูดครับ ถ้าคุณรักในการใช้ภาษาวิบัติและอิโมชั่นไอค่อนในหนังสือล่ะก็ สวดมนต์ภาวนาเช้าเย็นขอพรไว้เถอะครับ
ขออย่าให้ผมได้เป็น บก. สนพ.ไหน
สาธุ
กูเครียด Q(0-0)/




ยังมันส์เหมือนเดิม 5555+
นิยายอีโมนี่มันน่ารำคาญจริงๆ แหล่ะพี่ อ่านแล้วหงุดหงิด
#1 By punchii on 2008-10-22 22:37