หนังสือทำมึน
posted on 20 Nov 2008 01:35 by urza in Laoอัพสู้ฟัดกันไปเลยช่วงนี้ ไหน ๆ ก็ทำมาหากินเรื่องนิตยสารหนังสือและงานเขียนแล้ววันนี้มาดูหนังสือทำมือกันดีกว่าครับว่ามันควรจะออกมายังไง ให้ถูกมาตรฐานไอเอสโอและถีบสีข้างคนซื้อให้เคร็ดขัดยอกจนต้องจอดหน้าบูธเรา
กายวิพากษ์หนังสือทำมือ
หนังสือทำมือโดยทั่วไปที่ผมเห็น จะเป็นการ์ตูนซะมากครับ เพราะเจาะตลาดได้มากโดยจะเรียกกันว่าโดจิน
ก็คือการ์ตูนแฟนอาร์ทนั่นแหละ เช่นผมอยากให้เบจิต้ามาตบตีกับไคบะก็เขียนซะ ประมาณว่าตัวลครคนอื่นแต่เนื้อหาตามใจกูอะไรแบบนั้น หรืออาจจะมาแปลงเพศ(ที่เรียกกันว่า c หรือ เชง) เปลี่ยนเพศซะ จากร๊อคแมนก็เป็นร็อคเลดี้ส้นตึกอะไรกันไป
โดจินมีกี่ประเภท
โดจินเท่าที่ผมรู้จักมีหลายประเภทครับ
ถ้าโดจินที่ไม่ได้เอาตัวละครชาวบ้านมาทำใหม่
เขาเรียกว่า โดออริ หรือออริจินัลโดจินชิครับ
ถ้าโดจินประเภทที่ผลไม้หมัก แลกอ้วก ลวกถั่วกัน
เขาเรียก โดวาย หรือ ยาโอย (ยูริ) โดจินชิ
ถ้าโดจินอุบี่ลามกเรท18+ มีฉากผสมพันธ์ปลาดุกรัสเซียทั้งเล่ม เรียกว่า โดH หรือ เฮนไต่โดจินชิ
ไอ้อย่างหลังนี่โอกาสพบเห็นตามงานโดทั่วไปต่ำ ถ้าเจอก็อาจจะโดนโปรซิตรอนแคนน่อนเสยร่องแทว๊วได้
เพราะมันผิดกฏงานและสร้างเสริมภาพลักณ์ในทางเสื่อมครับ เดี๋ยวกลุมดำก็มาแดรกหัวแบบร้านอากิบะหรอก
ส่วนหนังสือทำมือประเภทอื่นก็มีครับ
เช่นนิยาย นิยายผมก็ทำมือนะเออ
หรืออาร์ทเวิร์ค สมุดรวมภาพสวย ๆ พิมพ์ด้วยกระดาษมัน ปกหุ้มแพร แถมลูกสาวคนเขียนอะไรแบบนั้น
ป๊อบอัพนรกแตก หนังสือนี่สร้างสรรค์มาก เกิดออกมามีก๊อซซิล่าเด้งออกมาจากหนังสือ พ่นไฟใส่อุลตร้าแมงย่างแบบมีเดี้ยมแรร์
ป๊อบอัพก็คือการตัดกระดาษให้มันออกมาเป้นสามมิติ
หรือเป็นกระเป๋าเป็นหน้าย่อยอ้อยซากอะไรนั่นแหละครับ
เค้าเรียกป๊อบอัพ
หนังสือทำมือที่ดี
1.สันปกไม่ควรแปะเทปผ้า เทปกาว หรือเทปสีแบบรายงานส่งอาจารย์
หากไม่เย็บสันกาว ก็แหกแม็กตรงกลางไปเลย มีเจ้าหนึ่งทำเนียนมาก คือปกเป็นสีขาว เขาก็เอาเทปสติ๊กเกอร์สีขาวมาแปะ และมันสมูธมาก ๆ ถ้าไม่มือบอนผีกุมารเข้าสิงไปแกะมันออกมา ก็ถือว่างานค่อนข้างคุณภาพ(เนียน) เลย
2.เวลาเรียงหน้าเข้าเล่ม
ควรใช้วิธี 4 หน้าพับ มากกว่าซ้อน ๆ ๆ ๆ กันเป็นตั้งแล้วเจาะกลางพับ
เพราะอะไร เพราะหน้าที่อยู่ตรงกลางมันจะทะลักปกออกมาอะเด้
ลูกพี่ผมสอนเรียงหน้าไว้ว่า กระดาษหนึ่งแผ่นหน้าหลังเวลาปรินท์เนี่ย ดัมมี่มันจะออกมาในลักษณะนี้ครับ
คือหน้าแรกของกระดาษa4 พับครึ่ง หน้าขวาเนี่ย จะเป็น หน้าแรก ส่วนหน้าซ้าย จะเป็นหน้าสี่
พลิกอีกด้านครับ หน้าหลังของแผ่นตะกี้แหละ ข้าซ้าย จะเป็นหน้าสอง ส่วนหน้าขวา จะเป็นหน้าสาม
งงมั้ย ถ้างงมีภาพประกอบ
อะดูรูปแล้วคงเข้าใจแล้วว่า พอพับได้ตามแบบที่ผมพูดแล้ว ก็ให้ซ้อนกันไปเป็นแผ่น ๆ ในลักษณะที่พับครึ่งแล้ว จากนั้นเวลาเอาไปเข้าเล่ม ก็เข้าสันกาวได้ หรือใช้แม็กเย็บตรงริมได้ มันก็สวยอีกแบบ
3. เจียนขอบ
ถ้าจะเย็บกลาง แนะนำให้ตัดด้วย นะละเอียดหน่อย ไม่ใช่ว่าไส้ปลิ้นก็ปล่อยมันทะเล็ดทะลักไม่แต่งไม่เล็มอะไรเลยเฉือนให้มันดูดีมีสกุลหน่อย เพราะงานทำมือก็จริง แต่บ่งบอกความใส่ใจในคุณภาพและจะถูกเทียบราคา
เค้าจะว่าได้ โห นี่เหรอว่า 80 บาท แค่ซีร็อกงานมาซ้อน ๆ กันเย็บกลางแล้ววางขาย ปกยังสาบเครื่องปริ๊นท์อยู่เลย
บางคนก็เผาสดมันวันขายนั่นแหละ
4. ขนาด
มีคนเคยทำโดจิน หรือหนังสือทำมือขนาดเอสี่
แม่เจ้า...ใหญ่ขนาดเอาไปทำกันสาดได้เลย นอนหงายอ่านเปิดขวางหน้านี่ เปิดแต่ละหน้าแม่นึกว่ายกน้ำหนัก อั๊พแอ๊นแด๋ว อั๊บแอ๊นแด๋ว ถามว่าใครกันมันทำออกมา
ผมนี่แหละครับ 55555 (แช่อ้อยเอ๊ยย)
จริง ๆ แล้วคนเขาอยากได้ขนาดครึ่งเอสี่ที่เรียกว่าเอห้ามากกว่า มันจะออกมาแนวพ๊อกเก็ทบุ๊ค หย่อนใส่กระเป๋าพกพาได้สะดวกครับ ทำมาแบบเอสี่สร้างเอกลักษณ์ได้ก็จริง เอาปริมาณและขนาดมาข่มคู่ต่อสู้เรอะ แต่ความน่าซื้อมันจะน้อยลง ฐานลูกค้าไม่ดีโอกาสแบกหืดขึ้นตับกลับบ้านมีสูงมาก
5. ปก
ปกหนังสือต้องมีความยาวกว่าเอสี่ครับ ใช้ลีแกลไปเลยยิ่งดีแล้วเวลาปรินท์ก็กะระยะกันดี ๆ ลองปรินท์สักสามสี่รอบเพื่อเทสต์ระบบเบต้าของมัน ว่าจะกินซ้ายกินขวาเท่าไหน (ฮา) เพราะเราต้องเผื่อความหนาของหนังสือด้วยครับ ใช้กระดาษขนาดเท่าเนื้อหาคลุมหนังสือได้ไม่ทั่วนะครับ เหมือนสาวกระโปรงเหี่ยน
6.การพิมพ์
เดี๋ยวใครเอาไปโรงพิมพ์เสียค่าพิมพ์เยอะ ๆ ถือว่ารวย
แต่หัวใจการทำมือ คือการทำมือครับ
แหงสิ จะพูดให้งงทำไมวะเนี่ย
เข้าโรงพิมพ์มันก็ใช้เครื่องจักรอยู่แล้ว
การทำมือก็ต้องดิ้นรนซีร็อกด้วยตัวเองครับ
หาร้านซีร็อกดี ๆ ซักร้าน แล้วก็สำเนาต้นฉบับออกมา
คอยดูด้วยอย่าให้ดำหมึก อย่าให้มีละอองจุดต่างดำริ้วรอย อย่าให้ภาพแตกลายงา
เลือกร้านคุณภาพหน่อยไม่ใช่ร้านสก๊อยเซ็งจิตทำหน้าปวดตับออกมารับลูกค้า ซีร็อกทิ้ง ๆขว้าง ๆ เรียกหน้าผิด
ส่วนต้นฉบับก็ปรินท์เอาครับ เอาให้เนียบ เส้นนี่คมบาดนิ้วด้วนได้เลยยิ่งดี
โดจินที่มียอดขายทลายภพ
และสร้างปรากฏกายเอลนิโนโดจนิที่สุดคือ โดจินร๊อคแมนครับ เรื่อง หินโคตร ๆ
ของคุโรสตูดิโอ
สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็นผมสัมผัสด้วยตัวเองมาแล้วจะ ๆ เลย วันนั้นไปเปิดบูธเมือก ๆ แดง ๆ ขายการ์ตูนเอสี่อยู่ที่ MBK งานยังไม่เริ่มเลย คนมาออหน้าประตูยังกะมารอผู้คุมปล่อยนักโทษ
พอประตูห้างเปิดเท่านั้นเองล่ะมันกรูกันเข้ามายังกะควายไบซันตื่นปะทัด
วิ่งมาโครม ๆ ๆ ๆ แล้วมาจอดกระหอบหระหืดที่บูธหินโคตร ๆ
วันนั้นผมถึงได้ประจักษ์ว่าทำไมกูซื้อไม่เคยทันเลย เจ้ดตู้
แค่งานไม่เริ่มไอ้พวกคนค้าขายด้วยกันก็เข้าคิวยาวเป็นห่างว่าวงูอนาคอนด้าแล้ว
นับว่าเป็นหนังสือทำมือที่ประสบความสำเร็จจริง ๆ ครับกับคุโรสตูดิโอ ขอชื่นชมและหมั่นไส้ด้วยความอิจฉาไว้ ณ ที่นี้ด้วย พวกคุณทำได้ ไปบอลโลกกันเมื่อไรจะตามไปเชียร์
เรื่องเล่า - หนังสือทำมือเสื่อมสัดสะบัดช่อ
มี ไม่ใช่ไม่มี ไอ้พวกหากินง่าย ๆ เหมือนควายเคี้ยวเอื้องน่ะมี
ยิ่งสมัยงานโดบูมใหม่ ๆ ล่ะเจอบ่อยมาก ๆ เรื่องคุณภาพแย่ ๆ งานข่มขู่ให้คนไปโดดตึก
ลายเส้นยกเคร็ดมาก ๆ (กรุณาอย่าผวน เดี๋ยวหยาบสกุล) ตั้งราคาฆ่าประชาชนยิ่งกว่าแก๊สน้ำตา
แน่นอน ไม่มีใครซื้อหรอก จอดมองสามวิแล้วรีบชิ่งออกมากันหมด กลัวเผลอถุยน้ำลายใส่หน้าคนขาย
ผมเคยได้ยิน มีคนนึง
มันก็แน่นอนละว่าขายไม่ออก ทำสินค้าดูถูกผู้บริโภคซะขนาดนั้น บางเป็นลอลิเอะสลิมตั้งราคาเท่ากับหนังสือคุณภาพ
มันหาทางออกด้วยการเอาไปแลกกับชาวบ้านครับ มายืน ๆ อ่าน ๆ แล้วบอกเนี่ยแลกกันมั้ย ราคาเท่ากันเลย
แล้วมันก็วางแหมะแล้วเชิดหนังสือชาวบ้านไปซะงั้น
เผอิญชาวบ้านคนนั้นคืออาจารย์แสม่ว ณ หงส์หยกครับ
แต่พอดีไปตัดอ้อย เอ้ย ไปเยี่ยว ไปกินข้าวห รือไปกินเยี่ยว(ทำสองอย่างพร้อมกัน) ก็ไม่รู้ ปล่อยเพื่อนเฝ้าบูธ เพื่อนก็มึน ๆ งง ๆ ยอมให้แลกไป เมื่อคุณแสม่วกลับมารู้เรื่องเข้าแทบกรี๊ดเป็นภาษาโบฮีเมี่ยน โดนเอาซากเกลือมาแลกกับยาหม่องน้ำรสแป๊ะก๊วยผสมถั่งเช่าซะแล้ว
แต่เล่นกับใครก็ได้ อย่ามาเล่นกับแสม่วครับ แสม่วจัดการขอเอสี่เพื่อนมายี่สิบแผ่น
วาดการ์ตูนซากอ้อยเสื่อม ๆ มึน ๆ ไม่รู้เรื่องและไม่ฮา ไม่มีตะกวดชะมดอีเห็นอะไรทั้งนั้น
แต่สามารถเรียกได้ว่าการ์ตูน วาดปกเย็บเล่มเสร็จปั๊บ ตั้งราคา 80 บาท
เท่าราคาของไอ้ส้นตึกนั่นเลย แล้วก็เดินส่ายต่อมหมวกไตอาด ๆ ไปที่บูธมัน พร้อมวางโดเผาสดตดไม่ทันหายเหม็น ดังแหมะ
แล้วเอ่ยยด้วยเสียงกร้านโลกว่า "โดนายเจ๋งว่ะ แลกโดเราป่าว"
มันชายตามองโดนรกเผาสดตดซากแฟ้บนั่นครู่หนึ่งแล้วก็โวยวายขึ้นมาครับ หาว่าคุณแสม่วกวนตีน
เห้ยไอ้ตะกวดปวดท้องเบา น้องสาวป้ามึงสิ เอาเศษกระดาษซากตู้อะไรมาเปรียบกับงานกูเนี่ย
โวยวายได้สามคำครึ่งคุณแสม่วย้อนเข้าให้ ทีมึงล่ะ เอากระดาษแช่แฟ้บอะไรมาแลกกะโดกรูครับ
งานก็เหี้ยคุณภาพก็เห่ย คนขายหน้าตายังกะปลาบูสำลักแฟ้บอีก มึงยังกล้าเอามาแลกกะโดจินตลกซุปเปอร์สตาร์แบบกูได้เลย
ด่ามันจนหน้าซีดหน้าจืดเป็นต้มเต้าหู้เกลือหมดอยู่สามสิบนาทีก็ได้โดจินคืนมาครับ
สมน้ำหน้า ไอ้คนแบบนี้มันก็ต้องโดนแบบนั้นแหละครับ
หนังสือทำมือไม่ได้จำกัดแค่โดจินนะครับ จะนิทานนิยายนิธิสมุทรโคจรอะไรก็ได้ ทำออกมาแล้วมีฐานคนซื้อ มีคนอ่าน หรือทำอ่านเองก็ทั้งนั้น อย่างที่บอก รวมเล่มไม่ใช่เรื่องยากเลย อยากจะทำเมื่อไรก็ได้ ศึกษาเข้าใจไม่นานก็ทำได้ครับ สนุกดีด้วย
ผมมีความสุขกับการทำหนังสือนะ นี่ถ้ามีทุนสักก้อนก็คงทำอีก แล้วก็เก็บประสบการณ์ไปเรื่อย ว่าแบบไหน ๆ ถึงจะมีคนซื้อ
แต่ส่วนตัวแล้วผมไม่ชอบทำโดจิน ผมถนัดออริมากกว่า คือเขียนงานตามโจทย์กันแล้วก็เอามารวม ๆ กันขาย ภายใต้หัวข้อที่กำหนดครับ
ปีหน้าก็คงจะคลอดออกมาอีกเล่ม เป็นผลงานของคนวังแดงบอร์ดในสังกัดผมนี่แหละ
การขาย
ฐานลูกค้า
สำหรับมือใหม่ จะขายของควรเช็คตลาดกันนิดนึงนะครับ ไม่ใช่ไปหวังโดดบ่อตายเอาดาบหน้า
อย่างน้อยก็ใช้การประชาสัมพันธ์ให้เกิดประโยชน์นิดนึง มีคอนทงคอนแทคอะไรในลิสต์เอ็มเอสเอ็นก็โพทนาสารภีตอแหรตอหรดเชลียร์เชียร์คนซื้อเข้าไป มีบงมีบล็อคเนี่ย ใช้ให้คุ้ม โปรโมทบล๊อคด้วยการเปิดซิงตามคำแนะนำผมด้วยก็ดี (สงสัยเปิดซิงคืออะไรหาอ่านได้ในเอนทรี่ที่นี่)
เมื่อเรามั่นใจว่า เหนาะครึ่งนึงคืนทุนได้แน่ ๆ หรือให้ดีเอาซัก 60 เปอร์เซ็นของหนังสือ จะทำให้เราไปขายอย่างมาดมั่น เพราะอย่างน้อยก็ได้ทุนคืนละว้า แล้วค่อยไปหาลูกค้าดาบหน้า
พอขายไปสักพักเราอาจจะมีลูกค้าประจำ ก็อย่าลืมที่จะประชาสัมพันธ์ต่อลูกค้าในงานด้วยก็ดีนะครับ ว่าคราวหน้าพบกันที่งานไหน คิดถึงนะคนดี ห่วงใยเสมอ อยากเจอเธออีก อะไรก็ว่ากันไป ให้เค้าจำเราได้ เทคนิคการขายมันสอนกันไม่ได้ ไม่เข้าใครออกใคร บางคนฟรีเซ็นแทบอ้วออกมาเป็นสายแร่ทองคำ ก็ไม่มีคนซื้อ บางคนทำหน้าปวดเครื่องในนั่งขายเหมือนอยากกลับบ้าน พ่อแม่บังคับมาทำมาหากิน ก็ยังขายได้ อันนี้ขึ้นอยู่กับสินค้าด้วย แต่ให้ดี ค้าขายด้วยความสนุกมีความสุขเถอะครับ มันสร้างรอยยิ้มให้โลกได้ ถึงแม้คุณจะต้องแบกว่าที่ปลวกกลับบ้านก็เหอะ
ของแถม
เป็นการสร้างความประทับใจอย่างหนึ่งและเป็นการส่งเสริมการขายครับ กับของเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่พ่วงเข้าไป
เช่นพวงกุญแจ สติ๊กเกอร์ เข็มกลัด แถม ๆ ไปเหอะครับ
แต่ถ้ามั่นใจในชิ้นงานว่าไม่แถมก็ขายได้ จะไม่แถมก็ช่างหัวไหล่คุณ ไม่ใช่วิธีการตายตัวนะครับ
ต้นทุนต่อเล่มก็ราคาไม่สูงครับ แถมเราเอาไปชาร์จราคาได้ด้วย อย่างต่ำสุดนี่เล่มละ 40 ครับ บางเท่ากระดาษห่อข้าวมันไก่ พลิกแปดทีหมดเล่ม
สูงสุดก็ราคาเฉียดสองสามร้อย จะซื้อไปประดับสวนหรือไงไม่ทราบ
การตั้งราคา
ราคางานพวกนี้นะครับ กำหนดได้ตามใจฉันเลย
เป็นการฝึกความฉลาดในการตั้งราคาด้วย แพงไปเทียบคุณภาพงานไม่สมเหตุสมผล คนก็ไม่ซื้อ แบกไปถมน้ำท่วมที่บ้านได้เลย
ราคาถูกเกินก็ดรอปเครดิตตัวเอง
ตั้งราคาให้พอดีครับ โดจิน 120 หน้าราคา60-80บาทกำลังดีนะเออ*
ข้อนี้ถูกโต้แย้งมาด้วยความเคารพ ผมจึงไม่แก้ต่าง แต่ให้ฟังเหตุผลของเขาดังต่อไปนี้ เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ผู้อ่านที่ผ่านไปมา เดี๋ยวมันขึ้นฮอตโพสต์แล้วหลงเชื่อไปอย่างผิด ๆ ตามความเข้าใจผิด ๆ ของเจ้าของบล๊อค
"เรื่องอื่นๆก็เห็นด้วยหรอกนะ แต่เฮ้ย ขอเถียงเรื่องการตั้งราคา
บ้าแล้วคุณ 120 หน้า 60-80 บาทเนี่ย บ้านไม่รวย ไม่คิดทำเพื่อการกุศลก็อย่าเลยเหอะราคานี้
120 หน้า ต่อให้ตัดต้นทุนต้นฉบับ ( กระดาษเป็นรีมๆ ค่าหมึก ค่าไฟ ค่ากิน ค่าฝีมือ ค่าลงแรงทำ ค่าปรินท์อีกด้วยก็ได้เอ้า ) ไป เหลือแต่ทุนซีรอกซ์ขาวดำล้วนๆ .... ตีให้ 30 บาทเอ้า ( 120/4 ได้เอสี่ 30 แผ่น ซีรอกซ์หน้าหลังแผ่นละบาท ) ถ้าขาย 60-80 บาทกำไรต่อเล่มเท่ากับ 30-50 บาท ..... แล้วค่าปกหนังสืออีกล่ะ
สมมติว่าเจ๋งจริงขายออกหมดตัก ต้องหักค่าบูธอีกเท่าไร ค่าเดินทางเท่าไร อุปกรณ์เย็บเล่มเท่าไร สินทรัพย์สิ้นเปลืองเท่าไร ( แม๊กเจ๊งบ้างแน่ๆในความหนาขนาดนี้ ฟันธง ) แล้วกว่าจะได้ 120 หน้า ใช้เวลาเท่าไร ถ้าวาดหลายคนก็ต้องหารอีก วาดคนเดียวฟาดกำไรเหนาะๆจริงอยู่แล้วใช้เวลากี่เดือนกว่าจะวาดเสร็จ ...... แล้วถ้ามันขายไม่หมดล่ะ?
อย่าลืมว่านี่ไม่นับค่าต้นทุนต้นฉบับแล้วนะ ถ้าคิดด้วยมันจะเหลือกี่บาทกัน...
เหลือกลับไปฉลองกับเพื่อนได้มื้อนึงก็มหัศจรรย์แล้ว.....( แต่ส่วนตัวคิดว่าเข้าเนื้อแหงๆ ) ซึ่งมันไม่คุ้ม กับที่ทำงานมาทั้งเดือนนะว่ามั้ย?
ในฐานะคนซื้อขายถูกมาก็ชอบหรอก แต่ถ้าต้องขายเอง 120 หน้าส่วนตัวคงไม่ขายราคาเท่านี้แน่ๆ - -" อดตายก่อน
อาจจะฟังดูแย่ว่าทำไมต้องคิดเล็กคิดน้อยเรื่องเงินขนาดนี้
แต่ถ้าไม่มีเงินไว้ซื้อของกินกับทำต้นทุนเล่มต่อๆไป มันก็คงไม่มีนักเขียนเช่นกัน "
ไม่ประสงค์เอ่ยนาม แต่ใบ้ว่าเป็นคอมเมนท์ด้านล่าง ต้องขอบคุณที่ให้ความกระจ่าง นะครับ *-*
ถ้าเรื่องโดนใจเตะม้ามโอตาคุยิ่งขายดีถล่มทลาย เดี๋ยวนี้เทรนด์สาวน้อยอิ๊อ๊างกะลังมา ให้รีบจับกระแส
ภาษี
การมีภาษีอย่างที่บอกครับ เราจะมีฐานลูกค้าส่วนหนึ่ง และมีสิ่งที่รับประกันคุณภาพงาน
และเราก็ต้องรักษามาตรฐานงานของเราไว้นะคัรบ
ขายใหม่ ๆ อาจจะไม่มีภาษีอะไร เราต้องสร้างสมกันในงานนั่นแหละครับ
หรือทางอื่นก็ได้ เช่นผ่านเว็บบอร์ด ผ่านเครือข่ายนิตยสารอะไรแบบนั้น
เป็นการสร้างชื่อในระดับหนึ่ง พอมาขายก็ขายง่ายกว่าตอนโนเนม
อ่านถึงตรงนี้ก็คงทราบแล้วนะครับว่าทำน่ะไม่ยาก แต่การขายให้ได้ก็ไม่ง่ายเช่นกัน
ขอให้ความความขัยนหมั่นเพียรและตั้งใจเถอะครับ จะทำอะไรก็สำเร็จได้ทั้งนั้น
ถ้าเราไม่ท้อและพร้อใจเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ ก็ต้องมีสักวันที่เราประสบความสำเร็จ
แน่นอน เราต้องเริ่มต้นเสียก่อน ถึงจะมีความสำเร็จ ถ้ามัวแต่นั่งวาดนิ้วในอากาศ
ไม่ลงมือขุดหลักปักเสาสักที วิมานของเราก็ไม่มีทางเกิดขึ้นหรอกครับ
ขอให้สนุกกับหนังสือทำมือครับ ~



เอาดาวเลยเรื่องดีๆ แบบนี้

#1 By Sharpen_Thought on 2008-11-20 02:45