Just do it
posted on 26 Jan 2009 08:04 by urza in Lao
เมื่อคืนผมรู้สึกว่าตัวเองหมดมุก หัวตัน ๆ ที่จะคิดถึงเรื่องต่าง ๆ
ก็เลยเลือกที่จะปล่อยหัวให้ว่างไม่บีบคั้นตัวเองให้มาเค้นกบาลเขียนอะไร
แล้งปล่อยมุกตลกที่จำขี้ปากคนอื่นมาเล่าขัดดอกไปก่อน
แต่ตอนนี้มันกลับตื่นเพราะบทความระบายของน้องคนหนึ่ง
ซึ่งพูดว่าเค้าหมดไฟ และขี้เกียจ ทำให้ทิ้งหลาย ๆ อย่างที่ตั้งใจทำไว้
พออ่านปั๊บผมก็เมนท์ไปสั้น ๆ ว่า Just do it
พอพิมพ์คำนี้ไป มันเหมือนความทรงจำตีกลับเข้าสู่สมองของเราเอง
หลาย ๆ เหตุการณ์ที่เราใช้คำนี้ฟาดฟันมาตลอด และบางครั้งก็ก่อปัญหา
เคยมีคนถามว่า ทำไมคุณถึงมีความสามารถที่จะไปขุดไปคุ้ยเรื่องอะไรก็ช่างมาเขียนเป็นเรื่องเป็นราวได้ขนาดนี้
ผมก็ตอบไปตามทฤษฏีว่า ก็มาจากการอ่านมากฟังมากดูมาก และเป็นนักหลาย ๆ นักที่พล่าม ๆ กันในเอนทรี่ก่อน ๆ
แต่ตามจริงแล้ว ผมใช้หลักการเดียวมาตลอด นั่นก็คือ JUST DO IT
ซึ่งก็คือการลงมือปฏิบัติทันทีที่ต้องกาีร ไม่มีการวางแผนระยะเวลานาน ๆ ชั่งตวงหยั่งวัดคำนวณอะไรให้มากมาย
ผมอยากเขียน ผมคิดได้ ผมเห็นด้วย ผมก็เขียนทันทีโดยไม่รีรอ ไม่ผ่านการไตร่ตรอง
ผมอยากจะทำอะไร ผมมีความอยาก เกิดแรงบันดาลใจ เกิดไอเดีย ผมก็ลงมือทำโดยไม่ต้องคิดหน้าระแวงหลังเช่นกัน
จนบางครั้งการบุ่มบ่ามทำอะไรโดยพละการ ไม่ผ่านการระมัดระวังอย่างไตร่ตรอง ก็ก่อปัญหาที่ติดตามมาเช่นกัน
จนผมต้องทะเลาะกับคนอื่น ๆ บ่อยครั้ง และคนที่ผมมักทะเลาะได้ ก็คือพวกที่ลังเลที่จะทำ หรือใจเย็นที่จะปฏิบัติ มัวแต่คาดคะเนผลที่จะตามมาโดยไม่คิดจะลองก่อน หรือพวกที่มีแต่หลักการ มีแต่ทฤษฏีสวยงาม ไม่มีการลงมือปฏิบัิติเลย
พอมีปัญหาปากเสียงแบบนี้ มีคนประเมินว่าผมเป็น "นักปฏิบัติ" ในขณะที่อีกขั้วนั้นเป็น "นักคิด"
ตลอดประวัติศาสตร์ของมนุษย์ทั้งคู่เป็นอะไรที่สวนทางกันมาตลอดในด้านการจัดการเรื่องต่าง ๆ
นักคิดจะเริ่มต้นด้วยการวางแปลน วางแผน การคำนึงถึงผลดีและผลเสีย ทรัพยากรและการลงทุนในด้านต่าง ๆ โดยรอบคอบ เพื่อการปฏิบัติที่ประสบความสำเร็จเพียงครั้งเดียว
ในขณะที่นักปฏิบัติเริ่มต้นด้วยการลงมือทำ หากจะต่อเรือสักลำเขาก็จะมุ่งหน้าไปตัดไม้มาจำนวนหนึ่ง
ลงมือถากเปลือกและเลื่อยมันเป็นแผ่น แล้วจึงค่อยวางโครง หากไม้ไม่พอ เขาก็จะกลับไปเริ่มต้นตัดไม้ใหม่
งานเขาเหมือนจะไปได้เร็วกว่าพวกที่มัวแต่คิด แต่ก็ต้องลงแรงไปเยอะเหมือนกัน เพราะไม่ได้ผ่านการวางแผน
แต่เขาก็พร้อมที่จะลองผิดลองถูกอยู่เสมอโดยไม่กังวลถึงปัญหาที่จะเกิดตามมา
แม้วิธีการของทั้งสองคนจะต่างกัน กระนั้นก็เป็นเรื่องจริง ที่ทั้งคู่ ต้องทำงานร่วมกัน เพราะทั้งคู่เกิดมาเพื่อสนับสนุนกันและกัน
หากนักปฏิบัติเลือกที่จะรอสักหน่อย รอการวางแผนและการจัดแจงตั้งแต่ต้นจนจบของนักคิด
เขาก็จะต่อเรือที่สมบูรณ์แบบได้โดยไม่ต้องทำงานซ้ำซ้อน
ในขณะเดียวกัน หากนักคิดไม่ได้เอาแต่พูดหรือติว่าถึงปัญหา ลงมืออธิบายและบอกผลดีผลลัพภ์ของแผนการของเขาโดยไม่อมพะนำ ก็คงไม่ถูกปฏิเสธความคิดและวิธีการที่สมบูรณ์แบบของเขา ซึ่งไม่ช้า เรือที่ทั้งคู่สร้างร่วมกัน ก็สามารถออกทะเลได้ในเวลาอันสั้นและไร้ข้อตำหนิ
ย้อนกลับมาดูตัวเอง
การที่เราไม่มีการคำนวณ หรือวางแผนอย่างถ้วนถี่ ไม่คิดหน้าคิดหลัง
จริงอยู่มันทำให้เกิดผลงานเป็นรูปธรรมในเวลาอันสั้น เป็นการนำร่องที่จะสามารถเที่ยวไปบอกมครต่อใครว่าเนี่ย
ผมทำได้แล้วนะ แค่ลงมือทำเอง
แต่ความผิดพลาดที่เหมือนรอยรั่วมันก็มีเยอะเช่นกัน เพราะเรายังไม่มีประสบการณ์ ยังไม่มีความรู้หรือยังไม่ได้รับทราบถึงปัญหาข้อแก้ไขที่เราต้องเรียนรู้ก่อนจะลงมือ แม้เราจะลองผิดลองถูกได้ แต่ในบางสถานการณ์ เราพลาดไม่ได้ ต้องอาศัยความรอบคอบและความเฉลียวมากกว่านั้น
ดังนั้นไอ้คำว่า Just do it
ไม่ได้หมายความว่าให้เราลงมือทำโดยไม่คิดให้ถี่ถ้วน
แต่หมายความว่า ให้เราเริ่มลงมือทำอย่างเป็นขั้นตอน และไม่ผลัดวันประกันพรุ่ง
ซึ่งหมายความต้องมีความลงตัวของการเป็นนักคิด และนักปฏิบัติที่สมดุลย์
ไม่มีอย่างใดอย่างหนึ่งจนเกินไป
ไม่ทำโดยไม่คิด และไม่เอาแต่คิดโดยไม่ทำ
ถ้าคุณยังลังเลที่จะให้ดาวผมล่ะก็...
Just do it ครับ
ฮา...



#1 By Elma on 2009-01-26 08:36