จับผิดฮอตโพสต์
posted on 27 Jan 2009 14:35 by urza in Lao
บทจะมามันก็มาพลวดพลาดนะครับ ไอ้ไอเดียเขียนบล็อก บทจะเงียบก็เงียบไปเป็นสามวันเจ็ดวัน
วันนี้ผมนั่งอ่านบล็อคครับ
แน่นอนว่าสิ่งที่ผมเลือกจะกวาดตาไปดูคือทำเนียบฮอตโพสต์ที่บรรดานักเขียน
หลายคนปรารถนาจะใช้เป็นบันไดเพิ่มยอดขายของบล็อค บ้างก็ขึ้นไปแบบงง ๆ
กูมาบ่นเรื่องป่วย ๆ ทำไมดันได้ขึ้น เผลอไปสาระตอนไหน
พออ่านปั๊บก็จับประเด็นโดยรวมได้ครับว่า
บล็อคที่ขึ้นฮอตตอนนี้ เป็นไปในทิศทางไหน เขามีการนำเสนอแบบไหน มีการตั้งชื่อในโทนไหนบ้าง
ก็คงจำแนกเป็นข้อ ๆ ไม่เกิน 7 ให้อ่านตามสไตล์ผมล่ะ
1. ตั้งชื่อด้วยตัวเลข
เป็นวิธีการที่สากลสุดซากแฟ้บครับ ผมก็ใช้ และมันก็ได้ผลในการดึงดูดนักอ่านมาหลายทศวรรษแล้วครับ
ด้วยการใช้ตัวเลขกำกับเพื่อจำกัดถึงสิ่งที่จะพูดถึง ทำให้ผู้อ่านรู้ว่า กูต้องอ่านกี่ข้อ
ตัวอย่างเช่น (ขออภัยที่พาดพิง)
6 คำ ที่จะทำให้ Resume ของคุณ ห่วยแตก!!!
10 อันดับ ยี่ห้อซาลาเปาที่ติดคอง่ายที่สุด
10 ป้ายโฆษณาแบบผิดที่ผิดทาง
14 วิธีนอนให้หลับสบาย(ยิ่งขึ้น)
7.5 วิธีที่จะปลุกคนข้อบนให้ตื่นโดยไม่ตื้บคุณ
เป็นต้น
ไอ้ข้อสองกับข้อสุดท้ายนั่นโกหก และไม่ได้ขึ้นฮอตครับ อย่าไปฟังมัน
วิธีการนี้มักใช้ในการนำเสนอวิธีการ การจัดอันดับที่พี่บองเต่าโปรดปรานและเรียกเสียงฮาได้ตลอด
การแนะนำ และการอื่น ๆ อีกมากมาย แต่จุดสังเกตุ มันต้องขึ้นต้นด้วยตัวเลข
ขึ้นต้นด้วยตัวเลข "ผมรู้ คุณก็ใช้"
2.ตั้งชื่อด้วยคำถาม
เป็นการล่อเสือออกจากถ้ำที่ใช้ได้ดีตั้งแต่สมัยเว็บบอร์ดเพิ่งนมแตกพาน เรามักจะเห็นกระทู้ที่มักขึ้นต้นเรื่องไว้ว่า
"คิดอย่างไรกับ....." กับอะไรก็ว่ากันไปตามเรื่อง หรือ ใช้คำถามสั้น ๆ เช่นตัวอย่างต่อไปนี้ (ขออภัยที่พาดพิงอย่างหน้าไม่อายอีกครั้ง)
ใครกล้าเข้าห้องน้ำนี้มั่ง
ก็แค่"เด็กนอก" แล้วไง??!!
ชีวิตบัดซบกว่านี้มีอีกไหม?
แถวนี้ใครใหญ่........อุ้มกูไปเยี่ยวที
อันสุดท้ายก็โกหกเช่นเคย
แน่นอนการใช้คำถาม มันย่อมกระตุ้นให้คนพบเห็นโผล่หน้าเข้าไปตอบอยู่แล้ว
คงไม่มีใครสบถอย่างใจร้ายใจดำหรอกว่า "เรื่องของกรู" หรือ "จะไปรู้กะมึงหราาา" แล้วก็เดินผ่านไป
อย่าง
น้อยก็ต้องเข้าไปอ่านและแอบเมนท์นิดหน่อย เป็นการตอบโจทย์ที่ตั้งไว้ เช่น
แอบชอบนะคะเนี่ย แอบเห็นด้วยนะคะเนี่ย แอบตรงนะคะเนี่ย แอบเบี้ยวนะคะเนี่ย
ตามประสาอะไรกันไป
3. วลีสะกิดตับ
วลีแปลว่ากลุ่มคำที่ยังไม่สมบูรณ์
ไม่ใช่ประโยคเพราะขาดองค์ประกอบอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่นประธาน กริยา
หรือกรรม อะแน้ แอบให้ความรู้นะคะเนี่ย
วลีสะกิดตับคือกลุ่มคำที่นอกจากจะไม่ใช่ประโยคแล้ว
ยังไม่ใช่สิ่งที่จะมองข้ามได้ ไม่งั้นจะเจ็บตับโดยใช่เหตุ
คุณต้องเหลียวกลับไปอ่านด้วยความสงสัย
หรือคลิกเข้าไปเพื่อไขปริศนาที่เจ้าของบล็อคได้วางล่อเอาไว้ประดุจป้ายน้ำผึ้งล่อมด ตัวอย่างเช่น (ขออภัยที่พาดพิง
คงจะเอะใจแล้วว่ามึงจะพาดพิงบ่อยขนาดนี้ ไม่ต้องมาขออภัย
ขอซื้อลิขสิทธิ์ไปเลยดีมั้ย ก็ต้องตอบว่าตอนนี้ช็อต ไม่มีเงินเลย
จึงเรียนเพื่อทราบ) อย่าไปสนใจในวงเล็บ อะเอาใหม่เทคสอง
ตัวอย่างเช่น
ปวดท้องคืนเดียว "5หมื่น"!!!จะจำไปจนตาย ....
ใครปวด อะไรห้าหมื่นวะ เห้ย ทำไมต้องจำ ใครจำ
เป็นวลี ไม่มีประธาน ไม่มีกรรม มีแต่กริยาด้วน ๆ คือปวดท้อง และจะจำไปจนตาย
แต่ทำไมเราอยากอ่านของพี่หมอแมว ทำไมเราอยากคลิกวะ
ก็เพื่อต่อวลีให้เป็นประโยคด้วยตัวเองนั่นแหละครับ ตัวอย่างต่อมา
เห้ย อะไร...บทอะไร บดยาเหรอ แล้วใครบท ทำไมต้อง 20 แล้ว 1-19 ไปไหน
สงสัยมั้ย อ้ะสงสัย เสร็จคุณสะอาดเข้าให้
คุณก็ต้องคลิกเข้าไปดูเพื่อตอบคำถามของตัวเอง ถามเองตอบเองไปเลย ไม่เปลือง
ฮ่า ๆ ๆ ซึ่งตามจริงเขาก็เขียนตามปกติแหละ เขียนมา 19
บทแล้วมันมาฮอตเอาบทที่ 20 ก็เลยโผล่มาแบบงง ๆ
ไม่ได้ตั้งใจจะวลีบีโธเฟ่นอะไรหรอก อะตัวอย่างต่อไป
อะงง งง โผล่มาด้วน ๆ สั้น ๆ เหมือนโดนด่าว่าอายุเกิน 13 แล้วไม่ใช่คน
งง
แล้วทำไง งงแล้วก็คลิก ว่าอะไรวะสัตว์ ๆ พอเข้าไปก็ถึงบางอ้อ โอ้ว
การ์ตูนกระแทกสังคม ไขสันดานชาติมนุษย์ให้อายสัตว์เล่นนั่นเอง
และถ้อยคำอาจจะไม่รุนแรงจนต้องจัดเรตความแรง แต่จัดเรตความเข้าใจ
ต่ำกว่านั้นอาจจะไม่เก็ท
กระนั้นคุณต้องโดนวลี (ซึ่งอันนี้เป็นคำ ๆ เดียว) ดึงดูดเข้าไปอย่างช่วยไม่ได้เพื่อตอบคำถามที่ถามว่า เค้าด่าใครวะ แล้วก็โดนไปหนึ่งคลิก
ผมก็ใช้บ่อยนะมุขนี้ อยู่ ๆ ตั้งชื่อเป็นคำสั้น ๆ มีความหมายแต่ไร้สาเหตุ เช่น เสือก... คนก็เข้ามาอ่าน เห้ยไรวะ ด่าใครวะ ไหน ไหน ใครเสือก อ่าวกูเอง อะไรแบบนั้น ทั้งที่เนื้อความเป็นเสือกในอีกความหมาย ที่แปลว่า ผลักดัน กระทุ้ง หรือแทง เช่น ผมเสือกสมุดเข้าใต้คางเขาทันทีที่เอ่ยปาก แปลว่า ผมยัดสมุดใส่แม่งก่อนมันจะพล่าม (ไม่แปลก็ดูดีอยู่แล้วนะมึงนะ)
อะ ต่อไป !!
4. How to
ฮาวทู ที่ไม่จำเป็นต้องตั้งชื่อว่าฮาวทูเสมอไป งงมั้ย
ก็เหมือนกับ KFC ไง ถ้าไม่เข้าไปเสพ ก็จะไม่รู้
ว่ามันคือไก่ทอดไม่มีกระดูกชุบแป้งทอดจิ้มซอสพริกและมะเขือเทศแต่ราคาแพงพอจะซื้อไก่ได้โลครึ่ง อะไรแบบนั้น
วิธีการนี้ก็เหมือนกัน บางคนก็ซื่อสัตย์ต่อหน้าที่การงานบอกตรง ๆ เลยว่าเป็น How to อะไร บางคนก็ลูกล่อลูกชนมีลูกเล่นนิดหน่อยในการใช้ภาษาตั้งชื่อเอนทรี่ ไม่บอกว่าฮาวทูนะจ๊ะทิงนองนอย แต่มันคือฮาวทู อะมาดูตัวอย่างทั้งแบบโต้ง ๆ และแบบแอบ ๆ (ไม่ขออภัยที่พาดพิงละนะ มีอะไรคุยกับทนายผม)
How to แอบเท่เป็น "เด็กนอก" อยู่บ้าน
How to: 剪纸 ตัดกระดาษแบบหมวยตี๋
รับมือเพื่อนร่วมงาน 5 ประเภทแบบอั๊กมานิแอ่ก
กินอะไรที่สิงคโปร์ให้สิ้นคิดแบบสร้างสรรค์ (อันนี้มีขัดแย้งกันเอง สิ้นคิดแต่สร้างสรรค์)
ส่วนตัวแล้วเขียนฮาวทูไว้เยอะเหมือนกัน แต่ไม่ค่อยเป็นที่นิยมเพราะมันไร้สาระ
วิธี
นี้จะเป็นที่จดจำและง่ายต่อการเลือกช็อปของบล็อกเกอร์ทั้งหลาย
เพราะคุณจะไม่ต้องไปค้นหาคำตอบอะไรเลยถ้าคุณไม่อยากรู้
คุณสามารถเลือกได้ทันทีไม่โดนหลอกให้คลิกเข้าไป
ดังนั้นคนเขียนบล็อกฮาวทูจะได้รับยอดเข้าชมที่สัตย์จริง
เพราะคนอ่านเข้ามาเพราะอยากอ่าน ไม่ได้โดนหลอกล่อลวงเข้ามา
หรือเข้ามาเพราะโดนดัก....อะไรแบบนั้น
และเป็นความฉลาดของเจ้าของบล็อกด้วย ที่จะเขียนอย่งไร ให้คนอ่านยแล้วไม่รำพึงว่า "ไม่เห็นจะอยากรู้กะมึงเลย" ดังนั้นก็เป็นสิ่งที่ต้องศึกษาต่อไปว่า "ฮาวทูอย่างไรให้คนอยากอ่าน" อุ....โอ้ว ฮาวทูการเขียนฮาวทูมีสิทธิ์กำเนิดในบล็อคผมนะเนี่ย...
ก็ละไว้ในฐานที่ยังงง ๆ แต่ปลง ๆ ที่จะพูดถึง อะข้อห้าาาา
5. เชิญชวน
อันนี้เข้าใจว่าเจ้าของบล็อคเจตนาบริสุทธิ์ใจมาก
ชวนเข้ามาอ่านเอาซะอย่างนั้นเลย เปิดเผยจริงใจยิ่งกว่าฮาวทูข้อบนอีก
คือกูชวนมึงมาทำไอ้เนี่ยอะ สนใจไหม ก็อีกเช่นกัน
ผู้อ่านจะสามารถรู้ได้เลยว่าคนเขียนจะชวนเราไปทำอะไรที่ไหนยังไง
อาจจะแนะนำการท่องเที่ยว แนะนำวิธีคิด สอนแบบคุยกันดี ๆ
หรือการรณรงค์อะไรต่าง ๆ นานา ตัวอย่างเช่น
ให้เกียรติสตรีหน่อยดีไหมคะกะเทย (ถ้าจะร่วมรณรงค์ลดปริมาณชะนีในวงสนทนาและเปลี่ยนมาเรียกดี ๆ ก็ดีนะ )
ปุโถ่ว! เอาของเก่ากลับมาใช้ใหม่สิ อันนี้ก็เป็นการแนะนำเชิงเชิญชวน
ปั่นจักรยานชมกรุงรัตนโกสินทร์กันไหม?
♫ มาถอยหลังลงคลองกันเถอะ!! (เกมส์) (โห...ชวนแบบแอ๊บสแตรก เป็นนามธรรมเปรียบเปรย)
วิธีการนี้ผมไม่เคยใช้ แต่ต่อไปคงจะเริ่มหันมใช้บ้าง เช่น มาจิกกัดชาวบ้านกันเถอะ เพราะเริ่มรู้สึกว่าตัวเองหางด้วนละ ปากม้าอยู่คนเดียวเริ่มหาพวก ฮ่า ๆ ๆ ข้อหก !!!
6. เป็นวจีตรรกะ
ตรรกะก็คือความคิดใช่มะ วจีก็คือคำพูดดี ๆ วจีตรรกะก็คือคำพูดดี ๆ ที่ทำให้เกิดแนวคิดความคิดวิธีคิด
พออ่านปั๊บเราจะรับรู้ได้ด้วยต่อมวิสด้อมอักเสบเลยว่า โอ้วแม่จอร์จ โคตรตรรกะเลยไอ้บ้าเอ้ยยยย
เป็น
คำพูด คำคม หรือคำโบว์แดงแสลงไตอะไรทำนองนั้น อ่านแล้วมันฉึก มันเฮือก
มันอุ๊แม่เจ้า มันโอ๊ะ รสชาตินี้มัน!! จนคุณต้องคลิก..
ตามบัญชาของผู้เขียน ฮ่า ๆ ๆ แบไหนมั่ง ไปดูกัน
จงอย่าอายที่จะ"ขาย(งาน)" (ผมชื่นชมคนนี้นะ เขาเป็นนักเขียนการ์ตูนไทย ที่ไม่มีนิสัยของนักเขียนการ์ตูนไทย งงมั้ย งงต่อไป)
ยามตับขย่มม้ามฉันใด เครียดแล้วจึงปวดท้องฉันนั้น เหมือนจะเป็นภาษิตจีน....
โลกร้อน แฟชั่น ซากอ้อย (คำหลังดูจะมีแรงดึงดูดผมที่สุด)
อ่านแล้วมัน....
ตรรกะว่ะ โอ้ว มันอ่านแล้วคิดตาม มันอ่านแล้ว โอ้ว ตรรกะ แม่จ้าว
ถึงเจตนาผู้เขียนจะไม่ใช่ แต่มันชวนให้คิดแบบนั้นครับ อ่านแล้ว
อยากจะเสียพรมจารีของลิงค์ ให้มันเปลี่ยนจากสีน้ำเงินสดแรด ๆ
เป็นสีม่วงเล่น ๆ
พอคลิกเข้าไปปั๊บ อ่านปุ๊บ โอ้ว...
ไม่ตรรกะนี่หว่า...
มันไม่แอ๊บสแตรกขนาดนั้น(แหงล่ะ มึงคิดไปเองนี่หว่า)
แต่กระนั้นเนื้อหาหลักใหญ่ใจความก็ยังชี้ชวนให้เราอ่านจนจบนะครับ บางเรื่องก็สอนแง่คิดดี ๆ บางเรื่องก็ให้ความรู้ บางเรื่องก็แอบด่าเป็นนัย ให้ตีความแบบะปราชญ์ ๆ เอิ๊ก ๆ
ผมชอบนะครับ ตั้งหัวเอนทรี่แบบนี้ ไม่ก็แอคติ้งเว่อร์ ๆ ไปเลยเช่น "เงาสะท้อนของแสงจันทร์แห่งความโหยหาในตาของเขา" โอ้ว โคตรตรรกะเลย ฮ่า ๆ ๆ
7. ภาษาอังกฤษ
อันนี้ส่วนตัวคิดว่า นี่ก็เป็นกลยุทธ์อย่างหนึ่งท่ใช้กับคนที่แปลไม่ออก หรือแปลออกแล้ว ก็นังไม่รู้ว่าจะสื่ออะไร
หนึ่งคลิกก็ถวายให้เขาอีกเช่นกันเพื่อหาสัจธรรมแห่งความจริงที่แอบอิงอยู่ในซอกหลืบของบล็อคนั้น
หนึึ่งโชะ แลกกับคำตอบของคำถามที่ว่า "มันแปลว่าไรวะ"
คือจริง ๆ แล้วคนตั้งคิดไงไม่รู้นะ ถ้าไม่จริงเลยผมก็ขออภัยด้วย แต่นี่เป็นความคิดส่วนตัว ว่าบางทีคนเขียนอาจจะประทับใจในประโยคนั้น หรือจำกัดความได้ดีในคำนั้น ๆ หรือประโยคนั้น ๆ ก็ตั้ง ๆ ไปแบบนั้น แต่เราอีกแล้วครับ เราทั้งหมดเลย ที่ไปสงสัย
เมื่อสงสัยปั๊บ แน่นอน หนึ่งโชะ ถ้าเนื้อหาโดน เอาไปเลย ดาวแดงแซงขึ้นฮอตขึ้นแท่นคล้องเหรียญสวยงาม
ตัวอย่างบล็อคที่ขึ้นฮอต มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษ
ส่วนใหญ่จะเป็นชื่องาน นิทรรศการณ์ คอสอบรม ผลิตภัณฑ์ สินค้า ความหมายของคำนั้น ๆ อะไรแบบนั้น
แต่
แน่นอนสิ่งที่ทำให้มันเป็นธีมเดียวกัน คือมันเป็นภาษาอังกฤษษษษ
ซึ่งทำให้เราจับผิดเอามาได้ว่า เออ เทรนด์นี้กำลังนิยม
เอนทรี่ที่แล้วของผมก็เลยตามกระแสไปอย่างไม่มีข้อแม้ วะฮ่า ๆ ๆ
ก็หมดละครับ เอาแค่ 7 ละกันเนาะ เพื่อคงคอนเสปต์ไม่เกินเจ็ด หึหึ
เรียน
ให้ทราบอีกที เอนทรี่นี่เขียนขึ้นจากการตั้งข้อสังเกตส่วนตัว
ไม่มีีเจตนาลบหลู่ดูแคลนบล็อคของผู้เขียนผู้อ่านท่านใดท่านหนึ่งนะครับ
หากมีคำพูดใดพลั่งพลาดกราดเกรี้ยวไปผมก็....
ขอให้คุยกับทนายผม และขอยกความผิดทั้งหมดให้กับคอมเมนท์ที่หนึ่งของเอนทรี่นี้ครับ
สวัสดี!!! ข้อแปด !! (ไม่มีเว้ยย อย่ามาชิ่งกลบเกลื่อนด้วยการข้ามข้อ)



)
มาสเตอร์แชมป์
#1 By ไม่มี © on 2009-01-27 14:39