เกิดเป็นคนไทยคงต้องคุ้นเคยกับภาพยนต์สยองขวัญทั้งผีไทยผีเทศ บางทีก็มีราคาแค่สามบาท พิการหัวขาดมั่ง ตกอับขนาดไปเป็นไม้จิ้มฟันมั่ง บางทีก็หมดมุกคิดเรื่องยาว ๆ ไม่ออกก็เป็นผีสั้น ๆ ซอย ๆ เป็นเรื่อง ๆ แล้วเอามายำรวมกัน

ล่าสุดผมดูสี่แพร่ง ทั้งสี่เรื่องได้มาตรฐานหนังผีทุกอย่างครับ หนังพวกนี้มีความเชื่อว่าฉากไหนน่ากลัว และคงความเชื่อนั้นมายุคต่อยุค สมัยต่อสมัย

ยุคนี้มันหมดยุคหมาหอนหลอนดนตรีและเครื่องนอนสตรีซาบรีน่าแล้ว
ไม่มีคุณนายลั่นทมแต่งชุดขาวมาลอยผ่านหน้าต่างในคืนหมาหอน หรืออีปอบวิ่งกู้โลกโดดลงตุ่มอีกแล้ว

มุกที่ใช้ในหนังผียุคนี้เป็นมุกที่ผู้กำกับเชื่อว่า น่ากลัวแน่ ๆ ใครไม่กรี๊ดอมขี้หมามาพ่นหน้าเจ้าของสหมงคลฟิล์มเลย

ผมได้จับผิดและเรียบเรียงมาให้ดังต่อไปนี้

1. ยามคับขันขนหัวลุกเพราะผีหลอก ประตูดันเปิดไม่ออกกรรมจริงหนอ
ผีไทยใช้อำนาจในการล็อกประตูเป็นหลักครับ เอะอะเปิดไม่ออกตลอด ต้องต่อสู้ดิ้นรนกุกกัก ๆ ๆ ๆ ปล้ำกับประตูอยู่นานทั้งผลักทั้งดึง เปิดกลอนก๊อกแก๊ก ๆ ๆ อยู่นั่น

แล้วต้อยามคับขันเท่านั้น ปกติเปิดเข้าออกไม่เป็นไร เพื่อนมาสุมหัวกิ๊วก๊าวเปิดเข้าเปิดออกสบาย
พอผีมาปั๊บ เปิดไม่ออกทันที ตัวเอกต้องทุบประตูกรี๊ดร้องช่วยด้วยยย ช่วยด้วยยย ทั้งเอาไหล่กระแทก ถีบ ๆ ยัน ๆ
ดึงประตูเข้าหาตัวก็ไม่สำเร็จกรี๊ดกร๊ากลากไส้ติ่งกันอยู่นาน

กว่าจะรู้ว่ามันเป็นประตูเลื่อนก็โดนผีจับแดรกไปแล้ว....

2. ผีมาโผล่จัง ๆ ไม่รีรอ  ตกใจตื่น ร้องอ้อ...กูฝันไป
สี่แำพร่งกล้าดีมากครับ มีหนังสองเรื่องกล้าใช้มุกนี้ถึงสองเรื่อง
คือหลอนครับ หลอนเห็นฉากสยองสองหมื่นโยชน์ผีพรึ่บ ๆ ผ่าง !!! มาประจันตรงหน้า
อีกเรื่องก็ผีนอนเลือดไหลนองหมอนจ๊อกกกกก เลยเข้าไปเรียกพลิกตัวออกมา ผ่าง!!! ตาเหลือก

ทั้งสองเรื่องสองตัวละครสองเพศทำไงครับ

...

.....

เยส

 

มันตกใจตื่น ....
ทำหน้าประมาณว่ากูคิดไปเอง...กูหลอนไปเอง มันไม่จริง มันไม่จริง ตั้งสติ ตั้งสิตสิคะลูก

ไอ้แบบเนี่ย สุดท้ายแม่งเจอหลอกจริงทุกราย
ประมาณว่าคิดเงินได้เงินคิดทองได้ทอง คิดว่าโดนผีหลอกก็โดนหลอกสมจิตรเจตนาสาธุ ...เอ๊ะ หรือสมจิตร จงจองหอ

 

3. มองหาผีซ้ายขวาหาไม่เจอ คลายใจเผลอ ปั๊บ ผ่าง ! ผ่าง ! มาจากไหน
มันมีฉากนี้ทุกเรื่อง

ตัวเอกทำหน้าเลิ่กลั่กหลอน ๆ
ห้องมืด ๆ เพลงหวิว ๆ

ตัวเอกมองซ้าย.......

ไม่มี....

ตัวเอกมองขวา.....

ไม่มี....

ตัวเอกแหงนมองบน เผื่อจะห้อยลงมาแบบแม่นาก....

เสียใจ....มุกเก่าแล้ว ไม่มี

ตัวเอกก้มต่ำมองใต้เตียง เผื่อออกมาจ๊ะเอ๋....

ไม่มี...

พอตัวเอกถอนหายใจหายกลัวปั๊บ

 

ผ่าง!!!! พ่อมึงตาย ประจันหน้าตรง ๆ

 

 

 ...แล้วเมื่อกี้มึงแอบอยู่ไหน...หลบอยู่หลังกกหูกูเหรอ....ก่อนตายมึงเล่นซ่อนแอบเก่งมากใช่มั้ยเนี่ย
แล้วโผล่มาไม่ใช่แบบหนังตลกนะ ไม่ใช่นั่งเหม่อหลั่นล้าไปทางอื่นไม่รู้ไม่ชี้ ให้ตัวเอกใจดีสู้เสือค่อย ๆ เขยิบตูดหนี

 

มันจะมาแบบตรง ๆ จัง ๆ เต็ม ๆ สยดเต็มท่อน หลอนเต็มอัตรา ไม่มีส่วนลด

ถึงตอนนั้นก็กรี๊ดกันลั่นโรง อ๊าาาาาาาาา
บางคนก็กรี๊ดกลัวจริง บางคนก็กรี๊ดเพราะแฟนแม่งตกใจจิกแขนเลือดสาด

 

4. ผีขี้เล่นมือซนชอบดับไฟ  สว่างเมื่อไร ผ่าง ๆ มึงเจอกู
เวลาผีมาชอบดับไฟ ดับแบบไม่มีเหตุผลอาจจะดับทันที หรือมีดับ ๆ ติด ๆ หยอกเอินเล็กน้อยพองาม
พอดับพรึ่บ

ตัวเอกจะตกอยู่ในความมืด

จะเริ่มระส่ำระสาย เลิ่กลั่ก ทำอะไรไม่ถูก สายตายังไม่คุ้นกับความมืด ต้องทำความรู้จักกันพอสมควร
ยังให้เบอร์ไม่ได้ เอาเมลไปก่อน

พอสายตาจะุ้ชิน ๆ กับความมืดเมื่อไร

ปั๊บ!! แปลบ ๆ ๆ ๆ

ไฟสว่าง ทันที

และมีโปรโมชั่นแถมตามมา

ผ่าง !!

ผีโผล่

มุกนี้สอนให้รู้ว่า ผีก็กลัวความมืด
มืด ๆ ยังไม่กล้าเคลื่อนไหว กลัวชนเหลี่ยมโต๊ะเอวเคล็ด
ต้องพอไฟสว่างก่อนถึงจะพุ่งเข้าหา

 

5.เคาะประตูเหมือนบ้านแม่งไฟไหม้ เปิดออกไป ไม่เจอใครอุ๊ยตายหลอน
มุกนี้ผีในหนังชอบใช้ ผีนอกจอก็ชอบใช้ครับ
หลังจากได้ฟังเรื่องเล่าหลาย ๆ เรื่องแล้ว ผีในโรงพยาบาล ผีใน ม.
ผีในโรงแรม ที่ไหนก็ช่างที่มีประตู

ผีมารยาทดีครับ ชอบเคาะประตู

เคาะแบบโครม ๆ ๆ ๆ ๆ มึงเปิดเดี๋ยวนี้ ไม่เปิดกูจะพังเข้าไปนะอีเมียน้อย อะไรแบบนั้น
ทุบแบบรีบเร่งลนลานบ้านแก๊สหมดนึ่งข้าวเหนยวทิ้งไว้ รีบด่วนเอลิร์ท ๆ

คนที่ฟังด้านในก็จะแตกตื่นตกใจใครเป้นอะไร อากงไอเป็นเลือดเหรอ พอเปิดออกไป

คว้างงงง....

ฟิ้ว~....

ไม่มีใครอยู่

มีแมงสาบเล่นโรลเลอร์เบลดผ่านหน้าไปหนึ่งตัว  พรืดดดดด

ตัวเอกที่เปิดก็จะงง...

แล้วทุกคนจะคิดเป็นสากลเลยว่า