ชี้แจงเอนทรี่ก่อนอ่าน
 เอนทรี่นี้อุดมไปด้วยคำพูดหยาบหยาม มึงมาพาโวย ถ่อยสถุลย์ถ่มถุย  เต็มไปด้วยทัศนคติแง่ลบ บัดซบซากอ้อย...
โปรดปรึกษาทนายก่อนอ่าน เผื่ออ่านแล้วจะขาดใจตาย
จะได้เขียน
พินัยกรรมมอบสมบัติให้หมาให้แมวที่บ้านทัน

 

ช่วงก่อนได้สนทนากับเพื่่อนสาวคนหนึ่ง
(เพื่อนกูเยอะ แล้วแฟนล่ะ แฟนนนนน)
ได้มีโอกาสคุยกันถึงเรื่อง การมองคนที่หน้าตา

 

คือผมมักจะเห็นนิยามอมตะอันหนึ่งที่มีมาตั้งแต่จำความได้ว่า
"คนเรามองที่ใจครับ ไม่ใช่หน้าตา"

ก็เลยเกิดข้อโต้แย้งว่า
กูมองหน้าตาก่อนเป็นอันดับแรก เค้าเรียกเฟิร์สอะไรสักอย่างนี่แหละที่แปลว่าความประทับใจเมื่อแรกเจอ
(เสือกจะอินเตอร์แต่จำศัพท์ไม่ได้ สมเพชมั้ยละเนี่ย)

เพราะเมื่อเจอแล้วจะพิจาณากันว่า
ผมเผ้าดูดีจัดการเรียบร้อยมั้ย ใบหน้าเกลี้ยงเกลาขาวเนียน
ไม่มีสิวมากมาย ไม่มีขี้ตาขี้มูก
มาแบบนี้ ...หน้าเงือกแค่ไหนก็ให้อภัยได้ว่ะ

ถ้ามองที่ใจเหรอ แหม่คนดีมาก ๆ รักสัตว์ รักเด็ก ใจบุญสุนทาน คุยสนุก
แต่ระหว่างท่ทำกิจกรรมเหล่านี้ไปด้่วยก็เรอไปหาวไป แคะขี้มูกแบ่งนกกิน
เกาหัวเพิ้ง ๆ รังแคกระจาย พูดไปเกาตูดไป
หัวเราะเอิ๊กอ๊ากกลางร้านอาหารไม่อายดินฟ้าอากาศ
ที่มันกำลังลั่นครืนครางด้วยสุรเสียงกัมปนาทของหล่อน

แต่เป็นคนดีนะ เห็นแบบนี้เค้าก็เป็นคนดีนะตัวเอง
อย่ามองคนที่หน้าตาสิ มองที่ใจ ให้เค้าเป็นแม่ของลูกของตัวเองนะคริ๊

 

เอิ่ม...

ขอคิดดูก่อนสักสองสามปีแสง ระหว่างที่คิดอย่ามาให้เห็นนะ เดี๋ยวคิดไม่ออก...

ผมว่ามันมองที่ใจอย่างเดียวไม่ได้แล้วครับ
มันต้องมองที่ปัจจัยหลายอย่างรวม ๆ กันดังต่อไปนี้

 

 

1. ความพึงใจส่วนบุคคล
อันนี้เป็นเฟิร์สอะไรสักอย่างของผม ที่แปลว่าประเด็นเอก  ของตัวผมเอง
(อีกแล้ว...ไม่รู้ศัพท์แต่อยากอินเตอร์อีกแล้ว...)

สาเหตุที่ความพึงใจเป็นเหตุผลหลักใหญ่ใจความของผมก็คือ
มันเป็นสิ่งที่จะสานต่อความตั้งใจได้ต่อไปโดยสะดวกใจ ไม่กระอักกระอ่วน

สมมติคุยกับสาวคนหนึ่ง ที่ไม่เคยเจอหน้าเลย
คุยกันมากว่าสิบปีแล้ว ไม่เคยเห็นหน้า คุยได้ยังไงวะ...
ได้สนิทสนมชอบพอ ได้เปิดใจเล่าความกันมาเยอะแล้ว

แต่พอเจอหน้าปั๊บ.... สารภาพเลยว่า.... ไม่เคยเจอผู้หญิงที่หน้าเหมือนผู้ชายแบบนี้มากก่อน...

กระนั้นก็ดี เมื่อเรามีความพึงใจในส่วนอื่นแล้ว ความสัมพันธ์นั้นก็ไม่ควรสะบั้นลง
ดังนั้นถ้ามีความพึงใจส่วนบุคคลเป็นตัวตั้งแล้ว จะใจหรือหนังหน้าก็จะถูกเหตุผลอื่นมาถ่วงดุลย์การค้า

แต่บางทีความพึงใจนั้นก็ไม่สามารถมาเป็นบรรทัดฐานอะไรได้
เกิดเราชอบผู้หญิงคนนี้จากการพูดคุย
แต่เราไม่ชอบเพศเดียวกันล่ะ...(คือหมายความว่า มันมีอะไร ๆ เหมือน ๆ มึงน่ะล่ะ)

ส่วนตัวผม ถ้าถามความพึงใจส่วนบุคคลละก็
มันเผ่นไปหมอชิตนานแล้ว...

ที่ยังขาดสติยืนอยู่่นี่เป็นซากไร้วิญญาณ

ส่วนตัวคงช็อคที่โดนหลอก คือถ้ามึงบอกกันแต่แรกกูก็ทำใจได้หรอก
อย่างลูกพี่ผมที่ทำงานด้วยตอนนี้ก็เป็นสาวประเภทสอง แต่หน้าตาโอเคมาก
ชอบเอารูปตอนหนุ่ม ๆ มาให้ดู พอดูตอนนี้ เอ่อ...เจ๊ครับ
ผมเชื่อแล้วว่าเวลาเปลี่ยนคนเปลี่ยน ไว้อยากสวยมั่งจะมาปรึกษา

 ดังนั้นในแง่ของความพึงใจ ไม่สามารถบังคับตายตัวได้
แต่สลายอคติได้ หรือจะทวีเป็นสองเท่าทำแดมเมจ200%ก็แล้วแต่บุคคล...

ดังนั้นแล้ว เพื่อเป็นการสนับสนุนกับญัตติ ผมว่า หน้าตาเป็นปัจจัยสำคัญที่เราพอจะให้อภัยได้
คนสวยไม่ผิด เคยได้ยินมั้ย ไม่เคยก็เคยซะ เี๋ดี๋ยวจะบันทึกเสียงมากรอกหูให้

 

 

2. ความฉลาดทางอารมณ์
แค่ใจไม่พอ มองที่ใจไม่พอ ต้องมองที่สมองด้วยครับ
และความฉลาดทางปัญญาเดี๋ยวนี้เอามาวัดไม่ได้แล้ว
เนิร์ดวิชาการหลีกหนีสังคมมันเต็มไปทั่วพาราณศรีแล้ว
จะหานางในดวงใจดังรจนาเสี่ยงมาลัยก็มีสิทธิ์เจอพวกสมองด๊อกเตอร์แต่เอ๋อแดรกซากอ้อยได้

ดังนั้นการที่เป็นผู้หญิงที่รู้จักควบคุมอารมณ์ มีความอดทนแบบปล่อยวาง
ไม่ใช่จำทนเก็บกดคับเคล้นแล้วมาบิ๊กแบ๊งอิมอแพคกันในสองนาทีให้หลัง
  อันนี้มึงกระซิบบอกกูแต่แรกก็ได้ กูไม่ดื้อหรอก

ผู้หญิงที่หัวเราะง่าย ไม่นิ่งจนเกินไป ไม่มาทำหน้าเหงื่อตกจมูกบานใส่กันในเอ็มเอสเอ็นเวลาเจอมุขควาย
อันนี้แหละ เสป๊ก

ไม่งี่เง่ากับเรื่องไม่เป็นเรื่องจนเกินพอดีประเภท วีนทุกอย่าง
มีปัญหากับแฟนทุกเทศกาล งอนสามวัดแปดวัดเพราะวาเลนไทน์ไม่ได้ไปไหนกับแฟน...

ดังนั้นความฉลาดทางอารมณ์เป็นปัจจัยต่อมาของสิ่งที่ควรจะมอง นอกจากใจ

ถึงกระนั้นก็ดี ถ้าเป็นคนสวย เราก็