เหยียบTeenตัวเอง

posted on 19 Mar 2009 14:31 by urza in Dah

ชี้แจงเอนทรี่ก่อนอ่าน

กราบเรียนสมาชิกเอ็กทีนที่เคารพทุกท่าน
เนื่องจากมีผู้ท้วงติงท่านหนึ่งกล่าวว่า หากข้าพเจ้ามีสติปัญญาติดอยู่ในเสี้ยวกะโหลกบ้าง
ก็พึงใช้วจีไพเราะเสนาะหูในการบอกเล่าเรื่องราว
ตามจริง...ข้าพเจ้าก็สามารถทำได้
ทว่า...

 

กรูว์ไม่ทำ ...

 

เพราะมันไม่ใช่ตัวผมเอง ผมคิดอะไรก็พูดแบบนั้น ปกติพูดยังไงก็พูดแบบนั้น
ไม่ชอบแอ๊บผู้ดีแล้วมาเสียดสีเหน็บ ๆ คนอื่นตามบล็อคว่ะ อยากด่าก็ด่าเลย
โปรดอ่านหัวบล็อคก่อนว่าข้าพเจ้าเขียนแนวไหน

และเนื่องจากหมดโปรโมชั่นทำดีเพื่อมาสเตอร์แชมป์ งดแรงสามเดือนแล้ว
จากนี้บล็อคนี้จะแรงตามใจปากเหมือนเดิม
ผู้อ่านท่านใดที่แสวงหาความสะใจ เชิญติดตามต่อ
ผู้อ่านที่แสวงหาความสุภาพชน เชิญบล็อกอื่น

จึงเรียนมาเพื่อทราบ

 
-----------------------------------------------

เข้าเรื่อง เคยมั้ยที่เราจะพบใครสักคนหนึ่ง
ที่ปรากฏตัวด้วยการต่อว่าตนเองในการแสดงความสามารถ
เช่นวาดรูปมาแล้วก็ด่างานตัวเอง
ว่าทุเรศซากอ้อยโน่นนี่ เชิญด่าได้ตามใจชอบเลยงับ

หรือไม่ก็เหยียบย่ำซ้ำเติมตัวเองต่าง ๆ นานาว่าเลวแบบนั้นแบบนี้
เหมือนจะสำนึกและรู้สึกผิดในเรื่องบางเรื่อง

แต่ผมและอีกหลาย ๆ คนกลับมาองว่า

แม่ง เรียกร้องความสนใจนี่หว่า

เหยียบตีนตัวเองให้ดูน่าสงสาร ขอความเห็นใจจากคนอื่น
ขอบอกเลย ไอ้คนจำพวกนี้

ความนิยมต่ำมาก

เพราะคนนอกจากจะไม่เห็นใจหรือสงสาร
ออกจะสมเพชอนาถจิตและไม่สนใจไปเลย
เพราะเป็นผม ผมก็ทำแบบนั้น

คนเราอย่าทำตัวขี้แพ้ออกนอกหน้าครับ
อย่าไปยอมแพ้อะไรง่าย ๆ อวดได้อวด มั่นใจได้มั่นใจ
แก่ตัวไปก็ไม่รู้จะอวดอะไรแล้ว อย่าเพิ่งรีบถ่อมตัวเลย

 

มีเรื่องเล่าเคสหนึ่ง เป็นเรื่องของชายคนหนึ่งที่ต้องการหางานทำ
เขาก็เอาพอร์ทงานไปเสนอ พร้อมอวดตัวหน่อย ๆ ด้วย
ว่าตัวเองฝีมือดีอ๋องแบบนั้นแบบนี้

คนในบริษัทเกิดอาการหมั่นไส้ก็เลยเก็บซะ
ทว่าเรากลับได้ความเห็นจากเขาว่า

"ถ้าผมเหยียบตัวเอง หรือมัวแต่ถ่อมตัว
ก็ไมไ่ด้งานหรอก เราต้องพรีเซ็นต์ข้อดีของเรา
เพื่อให้เขาเอาไปเป็นตัวเลือกในการตัดสินใจ
คนเราต้องกล้าได้กล้าเสียครับ"

เป็นแนวคิดที่ค่อนข้างดีนะครับ ถึงแม้จะมั่นเกินไปจนเค้าหมั่นไส้
แต่คนเราลองมีความมั่นใจแล้ว บวกความมุ่งมั่นพยายามเต็มที่
โอกาสความสำเร็จมันก็ไม่หนีไปไหนหรอก ถึงจะพึ่งปัจจัยอีกหลายอย่าง
แต่ถ้ามีสองสิ่งคือความมั่นใจและความพยายาม
ผมว่าเป็นพื้นฐานที่ดีในการเดินไปข้างหน้าครับ

ถ้าอยากเป็นที่ยอมรับ จะมัวมาเฟลจิตตก
เหยียบตัวเองให้จมดินไปวัน ๆ ทำไม
ชื่นชม กับสมเพช มันคนละความหมายอยู่แล้ว

เราแสดงผลงาน เราก็ต้องการทราบข้อดีข้อเสียใช่มะ ต้องการคำชมเพื่อเป็นกำลังใจ จะได้ขับเน้นข้อดีที่ถูกชมนั้นให้โดดเด่นขึ้น (ยกเว้นพวกที่โดนด่าถึงจะปลุกไฟในการทำงานได้ พวกนี้สายมืดจิตตก ไม่ต้องการกำลังใจที่ดี ต้องการคำด่า นับวันจะเยอะขึ้นทุกที ลัทธิมารเหรอวะ ล่าสุดก็มีมาบอก พี่ ด่าหนูที~ ...เอ่อม..อู้บ่ะออกกะเจ้า)

ดังนั้น อย่ามาโชว์โง่ด่าตัวเองประจานตัวเองออกอากาศให้ขายขี้หน้า
มึงยังไม่มั่นใจในตัวเอง แล้วใครจะมั่นใจในตัวมึงครับ

ความมั่นใจก็เหมือนกับแสงสว่างนะครับ ยิ่งเรามั่นใจมาก ๆ เราก็จะยิ่งสว่างเจิดจ้า ยิ่งเด่น ยิ่งอุ่น ยิ่งมีคนมั่นใจในตัวเรา เป็นจิตวิทยาอย่างหนึ่ง

 

แต่อย่าแรงเป็นดวงอาทิตย์จนเ้ผาคนอื่นด้วยการดูถูกละครับ
มั่นใจมาก ๆ แล้วไปเหยียบคนอื่น
ก็โดนสอยร่วงฟ้าได้เหมือนกัน
แค่ไม่ซ้ำเติมตัวเอง ดูถูกตัวเอง ด่าว่าตัวเอง ก็พอแล้วครับ
มันไมไ่ด้ทำให้ดูดีขึ้นหรอกครับ การดูถูกตัวเอง หรือใคร ๆ เนี่ย

แล้วอย่ามาทำย้อนแย้ง
อยากให้คนชื่นชมแต่ชิงด่าตัวเองก่อน
ถุยเหอะ !!

อย่าว่าแต่ไปด่าซ้ำ หน้ามึงกูยังไม่มองด้วยซ้ำ ปล่อยมึงเฟลตายไปคนเดียวเหอะ
โดนเมินเอาง่าย ๆ นะครับ

เพราะการทำแบบนี้มันสร้างความรู้สึกแย่ ๆ กับผู้พบเห็นด้วย

 

 

อีกเรื่องก็เรื่องของหน้าตาครับ อย่างคราวที่แล้วเพิ่งพูดไปว่าคนสวยไม่ผิด
แล้วคนไม่สวยล่ะ ใช่ซี้ย์ ผิดตลอด ชั้นมันไม่สวยนี่ ชั้นมันเมือกอ้วนแว่น

เอ่อม....

มัวแต่ย่ำตัวเองอยู่กับที่แล้วจะสวยขึ้นมั้ย จะดีขึ้นมั้ย
แทนที่จะเอาเวลาไปเปลี่ยนแปลงตัวเอง คิดจะปรับปรุงตัวเองม้ายยย
ไม่สวยก็ทำตัวให้น่ามอง มีคุณค่าเซ่~~

 

"ใช่สิชั้นมันเนิร์ด ใครจะมาสนใจคนอย่างช้านนนนน เํธอจะไปเข้าใจอะร้ายยย"

 

มันน่าย่ำให้ตาบ....
รู้จักมั้ย เปลี่ยนแปลงตัวเองไปในทิศทางที่ดีน่ะ

 

คนเราถ้าลองอยากจะรักใครสักคน มันต้องคิดแล้ว อยากทำตัวเองให้ดูดี
จะมัวมาตรรกะปรัชญาซากอ้อย ว่าถ้าเค้าจะรักเราต้องยอมรับตัวตนของเราให้ได้ทั้งดีและไม่ดี

...มึงก็อยู่บนคานนั่นแหละ รอมันผุตกลงมาตายเองเหอะ
ไม่มีใครมาสอยหรอก

ลองจะรักใครสักคนแล้ว เรื่องตัวตงตัวตน ที่ไม่ดี ก็ต้องทำให้มันดีขึ้น แล้วดีอย่างเนื่องสม่ำเสมอ ไม่ใช่เหี้ยดักดานประจานตัวเองไปวัน ๆ มันต้องงัดข้อดีมาพรีเซนต์แล้ว แบบไปสมัครงานนั่นแหละ
จะมัวมาจมปลักกับความไม่