จากความเดิมตอนที่แล้ว สุมาเอ๋อได้ยกทัพหักศึกเข้าประชิดจูกัดเหลียงแต่ถูกกลศึกจุดไฟเผาช่องตรอกข้าวสารที่เนินหงส์หยก แม้ชะตาคุ้มครองฝนตกลงดับไฟแต่การพ่ายกลศึกง่ายดายนั้นกลับ..ว่อย !!

 

อ่านหงสาจอมราชันย์เยอะไปหน่อย

 

เอาใหม่ เทคสอง

 

จากความเดิมตอนที่แล้วผมได้เอ่ยถึงการไม่ยอมรับคอมเมนท์ โดยอ้างว่าไม่ได้จบมาใน เอนทรี่นี้

ก็พาให้ต่อยอดทอดแยกไปยังอีกกรณีหนึ่ง คือคนที่เมนท์เพื่อโชว์เทพ รอยหยักและก้านสมอง ของตัวเอง
โดยคาดหมายแต่เพียงคำขอบคุณและกระแสตอบรับที่ดีจากคนที่เขาไปเมนท์งานเท่านั้น

จนเกิดคำถามชวนปวดตับว่า "ชีวิตจะแดกแต่หมูยอรึไง"

 

การวิจารณ์ไม่ใช่ว่าใครก็ทำได้นะครับ
การที่จะทำให้คำแนะนำของเราทรงประสิทธิภาพต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่าง
ดังต่อไปนี้

1. วัยวุฒิ
เพื่อนเตือนเพื่อนอาจจะพอได้ในการเตือนกันเรื่องยาเสพติด
แต่ในเรื่องของการแนะนำงานภาพงานศิลป์ ถ้าอายุเท่ากันหรือน้อยกว่าไปติงาน
อัตราการรับฟังไม่เต็มร้อยแน่นอนครับ เพราะเค้าจะมองด้วยความคิดเบสิก เลยว่า

"มึงอายุเท่าไร"

ปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมลูกอมโอเ่ล่ ริจะมาคอมเมนท์กูเหรอ

หรือไม่ก็ "ไอ้นี่อายุเท่ากูนี่หว่า มึงเป็นคราย มาเมนท์งานกู" ...เป็นต้น

ดังนั้นความน่าเชื่อถือกับอายุ แม้จะไม่ใช่เรื่องหลักตายตัวก็จริง
แต่ก็มีผลต่อความน่าเชื่อถือครับ เพราะเกิดนานผ่านเยอะ น่าจะมีคำแนะนำที่กว้างกว่าคนวัยเดียวกันหรืออายุอ่อนกว่าครับ ไม่มีใครอยากให้เด็กมาทำเท่ใส่หรอกครับ ผมยังไม่ยอมให้รุ่นเด็กกว่ามรับน้องผมเลย ตรรกะง่าย ๆ

หรือแม้แต่เพื่อนกันไล่เลี่ย มาทำเทพกว่า ก็หมั่นไส้ และไม่ฟังง่าย ๆ หรอกครับ

 

2. คุณวุฒิ
ผลงานครับ
ค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน จริงมั้ยไม่รู้ แต่ถ้าจะไปคอมเมนท์งานใครเราต้องมีผลงานอันเป็นที่ประจักษ์ให้เค้าเห็นความสามารถเราบ้าง การจะอมพระเดินตัวเปล่าไปพูดติติงโน่นนี่ โดยไม่มีอะไรเป็นภาษีหรือเครดิตให้ตัวเองเลย ใครเค้าจะไปฟังล่ะครับ เค้าจะมองว่าไอ้พวกอวดรู้โชว์เทพกาก ๆ เท่านั้นเอง

ดังนั้นเราต้องสร้างกำแพงภาษีครับ ในความหมายของการสร้างพื้นฐานความน่าเชื่อถือนะ ไม่ใช่เชิงเศรษฐศาสตร์ 

ต้องมีผลงาน หรือตัววัดประสบการณ์เชิงนี้มาก ๆ หน่อย เช่นเคยลงผลงาน มีคนสนใจมาขอคำแนะนำ ซึ่งพอแนะนำไปแล้วสามารถใช้การได้ดีจริง อันนี้แหละจะเป็นภาษีให้เรา
หรือไม่ก็เคยผ่านมาก่อนเลยมีวิธีที่แนะนำบอกต่อได้

 

เพระาถ้าเราไม่เคยไปทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย มันก็เกิดความเคลือบแคลงสงสัยครับ
อย่างน้อย ๆ นะ การจะไปแนะนำใคร เราต้องเคยเห็นรูปแบบงานที่มากกว่าเค้ามาก่อน
เคยเห็นอะไรที่มันเป็นรูปเป็นผลมากกว่าจะเป็นกาจำขี้ปากคนอื่นมาพูดต่อครับ

อันนี้เป็นเรื่องของคุณวุฒิ

เมื่อมีวัยวุฒิและคุณวุฒิ หรืออาจจะมีแค่คุณวุฒิคือความเชี่ยวชาญในด้านนั้น ๆ  พอจะแนะนำคนอื่นได้แล้ว
อีกข้อที่ต้องมีคือ

3. ความใจเย็น อดกลั้นอดทน

จริง ๆ ถ้ามีวัยวุฒิ ข้อนี้จะมีเยอะหน่อย เพราะเจอมาเยอะพอจะปรับสภาพอารมณืถูกว่าควรจะตอบรับแบบไหน
เป็นเรื่องสำคัญนะครับ กับการที่ต้องอดทนกับเสียงตอบรับที่ไม่ดี กับความหวังดีของเรา

ใช่ว่าพูดร้อยคำ คนจะขอบคุณร้อยคำเมื่อไร มันก็ต้องมีบ้างที่เค้าอาจจะโต้ตอบข้่าง ๆ  คู ๆ
หรือไม่ก็แชแหมแถไถไป ไม่ยอมรับคำวิจารณ์ของเรา ก็เป็นเรื่องธรรมดา อย่าไปคาดหวังเสียงตอบรับที่ดีเสมอไปครับ ไม่งั้นจะอารมณ์เสียเปล่า ๆ

แล้วถ้ารักจะทำงานวิจารณ์แล้ว
อย่าหวังโชว์เทพอย่างเดียวครับ ต้องมีอีกข้อด้วย

 

4. จิตกุศล
คือการหวังให้คนเกิดการพัฒนาด้วยวิทยาทานของเรา โดยสอนในฐานะผู้ให้และปรารถนาดี ไม่ใช่การสร้างชื่อแก่ตนครับ เพราะคนที่วิจารร์ด้วยความปรารถนาดีหวังจะให้คนเกิดความพัฒนานั้น จะมีการพูดและคำแนะนำที่นุ่มนวลอดทนและเข้าถึงใจผู้รับฟัง ในขณะที่คนวิจารณืในเชิงเอาดีเข้าตัว จะวิจารณ์เชิงที่อวดภูมิความรู้และจู่โจมครับ

สังเกตได้ไม่ยากจากสำนวนสำเนียงเลยครับ คนรักกันจริงเค้าพูดแบบไหน ผ่านกราย ๆ ก็น่าจะเดาออก
แล้วก็ต้องมีความต่อเนื่องสม่ำเสมอด้วยนะครับ อย่าหมดความอดทนง่าย ๆ เมื่อมีคำถามใหม่ ๆ หรือคำถาม ซ้ำ ๆ เดิม ๆ มาให้เราต้องตอบหลาย ๆ รอบจากหลาย ๆ คน

ผู้หวังให้ด้วยเมตตาจะไม่มีทางรำคาญผู้ต้องการคำแนะนำหรอกครับ
นอกจากจะอยากโชว์พาวไปวัน ๆ หมดวาระก็เฉดหัวไปทำอารมณ์เสียอารมณ์บูดใส่

5. ความเสมอต้นเสมอปลาย
รักษามาตรฐานตัวเองให้ดีครับ เคยว่ารูปแบบไหนไม่ดี อย่าไปพลิกโผกลับลำเฉย ๆ ว่ามันดีขึ้นมาเชียว
เช่นถ้าวิจารณ์นิยายแล้วต่อต้านภาษาวิบัติ หรืออิโมติค่อน แล้วเกิดเผลอปากไปชมว่ามีบ้างก็ดีนะ

เท่ากับเรากลืนน้ำลายผิดคำพูดครับ

แล้วอีกเรื่องก็คือความสม่ำเสมอในการคอมเมนท์ครับ เคยทำ ๆ แล้วเกิดมีคนมาขอคำแนะนำเยอะขึ้น
โบ้ยใบ้บ่ายเบี่ยงเบื่อหน่ายเลิกทำมาซะอย่างนั้น

ไอ้ภาษีที่สร้างมา ตกฮวบเลยนะครับ เค้าจะมองได้ว่า อะไรว้า...ตอนแรกล่ะขยันเมนท์กูจัง หลัง ๆ พอดังแล้วมีภาษีแล้ว เมินกูเหรอ

ก็อันตราย ความเสมอต้นเสมอปลายสำคัญ ทำไว้มากน้อยเท่าไร ให้รักษายอดไว้ครับ ทั้งมาตรฐานและปริมาณงาน

 6. อย่ายัดเยียดความคิด
คือการบีบคั้นด้วยคำพูดหรือการกระทำให้เขาทำตามแบบอย่างของเราเพียงด้านเดียว
ไม่มีการรอมชอมประนีประนอมปรับประยุกต์เลย เช่นสอนเด็กวาดการ์ตูน ก็ให้วาดตามลายเส้นเราแทนที่จะให้เด็กได้วาดในแบบของตนแล้วเราแนะนำจุดที่มันยังไม่ดี หรือต้องปรับปรุง

แบบนี้จะยัดเยียดความคิดกันเกินไปครับ

 

ต้องดูรูปการณ์สภาพแวดล้อมของคนที่เราจะแนะำด้วยว่าเขามีความสามารถในการรับรู้ทักษะของเรามากแค่ไหน
บางคนหัวช้าหัวไวไม่เท่ากันจะให้รู้เหมือนกันหมดคงไม่ได้ ดังนั้นต้องค่อย ๆ ปรับ ๆ  สอน ๆ กันไป

อะไรที่มันเป็นวิชามารนิสัยเสียของเราก็อย่าไปแสดงให้เขาเห็นครับ ไม่งั้นคนสอนเป็นไง ลูกศิษย์ก็เป็นงั้น
แบบนักเขีัยนบ้าตรรกะบางจำพวก แม่งมีลุกสมุนมา แนวความคิดมันแบบเดียวกันเลย

ทำไมคุณทำแบบนั้น ทำไมคุณทำแบบนี้ ที่ผมทราบมามันควรจะเป็นแบบนี้นะครับ

 

อย่าไปยัดเยียดครับ ดู ว่าวิธีการของเขาเป็นอย่างไร แล้วใช้ำคพูดโน้มน้่าวที่ประนีประนอมครับ เช่นแบบนี้ดีกว่ามั้ย ลองดูหน่อยมั้ย ง่ายกว่านะ ละเอียดกว่านะ ค่อย ๆชี้ข้อดีที่เราต้องการแนะนำในวิธีการนั้น ๆ ดีกว่าจะไปชี้นิ้วบอกเขาว่าคุณผิด ผมถูก  แก้ใหม่ ทำตามผม

ไม่ได้ครับ คนเรามีนสารแอนติบอดี้อยู่แ้ล้ว ถ้าเหมือนถูกบังคับบีบเค้น ปฏิกิริยาิต่อต้านจะมาทันที

 

7. วาทะศิลป์
คนขี้อ้อนกับคนขี้โม้
ผมเลือกคนแรกนะครับ เพราะคนขี้อ้อนจะสามารถโน้มน้าวใจ เป็นผู้ขอร้องมากกว่าจะบังคับคุกคามด้วยการอวดโอ้สรรพคุณของตน

คนขี้โม้จะใช้คำพูดที่นกความดีทั้งสิ่งที่ตนรู้มา ผลลัพภ์ที่ดีเลิศจากสิ่งที่ตนประสบมา

คนขี้อ้อนจะรู้จักพูดครับ จะรู้จักโน้มน้าวไปยังสิ่งที่ตนต้องการให้เป็นได้ 

เปรียบง่าย ๆ ไม้แข็งไม้อ่อนนั่นเอง

วาทศิลป์หรือศิลปะการพูดที่ใช้สื่อความนั้น พูดปากเปล่ากับทางเว็บบอร์ดหรือผ่านอักษรนั้นแตดต่างกัน การพูดปากเปล่าเราจะใช้นำเสียงช่วยได้ แต่อักษรต้องใช้สำนวนล้วน ๆ ดังนั้นการเลือกใช้คำที่มันแสดงอารมณ์ด้านลบเกินไปจัดเป็นความฉลาดทางวาทะศิลป์อย่างหนึ่งครับ

ถ้าพูดทื่อ ด้วยข้อความที่สั่งสอน จะดูแข็งกร้าว
แต่ถ้าเป็นคำพูดที่อ่อนโยน แสดงความรักความเอ็นดู จะดูน่าเข้าหาและน่ารับฟังมากกว่า
และสิ่งที่ขับพวกนี้ให้เด่นคือปริมาณจองทิฐิในสันดานของแต่ละคน

บางคนมีเยอะก็จะบอกว่าผมพูดตรง ๆ เงี้ยะ ตอแหลไม่เป็น ดำว่าดำ ขาวว่าขาว ชอบก็ชม ไม่ชอบก็ด่า
คนก็จะมาดำ ๆ ขาว ๆ ใส่เราเหมือนกัน มึงไม่ชอบกูกูก็ไม่ชอบมึง สัตว์ อย่ามาเห่าแถวนี้ไม่แดกไสหัวไป

ก็โล้งเล้งกันไป

บางคนปรับทิฐิเป็นยอมเชลียร์ตอแหลหน่อย ก็อาจจะได้ผลดี แต่จะดูไม่จริงใจเท่าไร แม่งตอแหลตอหลดตีสองหน้าปากอย่างใจอย่างคบไม่ได้ว่ะ

ก็ไม่ดีอีก

ดังนั้นปรับให้สมดุลย์แล้วใช้คำพูดอย่างฉลาดสุขุมครับในการแนะนำ

 

---------------------------

นักวิจารณืที่ดีไม่ใช่คนที่ด่าได้เจ็บใจตรงจุดและเถียงไม่ได้นะครับ
แต่คือคนที่วิจารณ์แล้วทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีครับ

 

ฝากกันไว้แค่นี้ รักจะเมนท์ อย่าเห็นแก่ได้ครับ

 

เลิฟยอล~

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

วันนี้เขียนดีมาก ได้ประโยชน์หลายสถาน
สมควรเอาดาวดองในไหเล่นซะ
Hot! Hot! Hot!

#1 By Dearcool on 2009-06-12 22:13

เอาดาวไป! Hot!

#2 By blade on 2009-06-12 22:23

ไม่ถึงกับต้องเก่งด้านนี้ ก็วิจารณ์ได้นะ
เพราะคนเหล่านี้จะมีความเห็ฯต่างๆ ออกไป
บางสิ่งที่เรามองไม่เห็น แต่พวกเขามองเห็นก็มีเยอะ

แต่พวกที่ชอบวิจารณ์ยกตนข่มท่าน
แค่สำนวนก็รู้แล้ว ...เนอะ ..

บางจำพวกก็ลอกผลงานชาวบ้านมา
ยังเสนอหน้ามาสอน มาวิจารณ์ชาวบ้านซะอีก

หึๆ ....Hot! Hot! Hot!

#3 By Animuz De Remembrance on 2009-06-12 22:27


ลุงซู้ดหยอ---ด

ยังไงๆการเม้นต์ก็คือการตอบรับเนาะ
สำนวนการพูดสำคัญมากทีเดียวเชียว

Hot!

#4 By ALLVALENTINE on 2009-06-12 22:50

เค้าเลือกแมวขี้อ้อนอ่ะ ><

#5 By Milana (มิลานะ) on 2009-06-12 23:28

ไม่ได้ยอนะ แต่ที่เขียนเอนทรี่นี้ดีจริงๆ Hot!

#6 By yuuii on 2009-06-12 23:34

แบบพวกโชว์กาก ที่โรงเรียนหนูมีด้วยล่ะ!!
(ได้ข่าวว่าเคยบ่นให้ฟังไปแล้ว....งั้นข้าม)

เอาดาวไปก่อนHot! Hot!

การยัดเยียดความคิดเป็นการกดดันให้ไม่มั่นใจในตัวเองแบบสุดๆเลยค่ะ เพราะว่ามีเพื่อนคนนึงเนี่ย ทำงานสีน้ำไม่เก่ง เพื่อนอีกคนเดินมาเห็นบอกเลย เฮ้ยเน่าว่ะ บลาๆๆๆๆ ไมทำไม่ทำอย่างโน้นนี้ ทำใหม่ไปดิไป!!
ไอ้เพื่อนที่ถูกติแบบนี้หมดกำลังใจเลย สุดท้ายก็มานั่งคุยกะหนูว่าทำไงดี ทำใหม่ไมีทัน ก็เลยแก้งานให้เพื่อนคนนั้น ในแนวคิดของเพื่อนคนนั้นน่ะนะ...

ไม่ได้สวยมาก แต่ก็ดีกว่าทำใหม่ ฮา~~ (ไหนบอกจะไม่บ่นไง= =")

#7 By bloommifild on 2009-06-12 23:39

เอ๋อกินยาลืมเขย่าขวดหรือเปล่าจ๊ะ
อ๊ะล้อเล่น

โดยส่วนตัวขอสิ่งเดียวคือจิตกุศลในคำวิจารณ์

#8 By ~fs writer~ on 2009-06-13 03:31

ใช่ บางคนไร้กาละเทศะและวิธีการพูดจริงๆ -_-;

#9 By Hayashi Kisara on 2009-06-13 04:39

Hot! Hot!

ถูกใจ

เอนทรี่นี้ได้สาระประโยชน์มากๆๆbig smile
Hot!

แปะดาวแด่เอนทรี่ย์เขียนดีbig smile

#11 By B-rz on 2009-06-13 09:26

ขาดหน้าตาไปนะ confused smile

#12 By ซูเนะโอะ on 2009-06-13 14:52

Hot! น่าให้สรรพเกรียนมาอ่าน

#13 By on 2009-06-13 16:11

กระทู้ดีมีสาระอีกหนึ่ง Hot!

#14 By punchii on 2009-06-13 17:35

Hot! ดุเด็ดเผ็ดมันส์

#15 By eeddy(อี๊ด) on 2009-06-13 20:19

Hot!

#16 By ไอ้แป้น : i-phan on 2009-06-14 00:03

อันนี้ค่อนข้างเป็นประเด็นที่เคยเถียงกันมานาน(ฮา)

ขอทีละข้อเลยละกัน
1. วัยวุฒิ

สำหรับเมชั่วโมงบินเป็นเรื่องสำคัญกว่าอายุจริงๆ น่ะ

สมมติเมเขียนฟิคมาสองปี แต่มีน้องคนนึงเขียนมาสี่ห้าปี อันนี้ก็ยินดีรับคำวิจารณ์โดยไม่อคตินะ

แต่ถ้ามีใครสักคนที่เพิ่งเขียนฟิคมาเมื่อไม่กี่เดือนก่อน แล้วมาตินู่นตินี่ (ขึ้นอยู่กับว่าติเพื่อก่อด้วยรึเปล่า) มันก็ต้องเคืองเป็นธรรมดา (แล้วก็ค่อนข้างเป็นเรื่องปกติอยู่ที่คนโดนติจะไปขุดคุ้ยผลงานเก่าๆ ของคนวิจารณ์มานั่งอ่านน่ะนะ)


2. คุณวุฒิ[/b
]
วิจารณ์ได้ไม่จำเป็นต้องวาดได้เน้อ open-mounthed smile

มันก็เหมือนกับพวกวิจารณ์นิยายนั่นล่ะ อ่านเป็น แต่ไม่จำเป็นต้องเขียนได้สักหน่อย ? คนที่วิจารณ์งานศิลป์อาจจะเป็นคนที่คลุกคลีกับเรื่องนี้มาก ดูมาก เห็นมาก บางทียังวิจารณ์เก่งกว่าำพวกวาดภาพเทพๆ ซะอีกนะ

[b]3. ความใจเย็น อดกลั้นอดทน
4. จิตกุศล


อันนี้ไม่รู้แฮะ เพราะส่วนใหญ่คิดว่าคนวิจารณ์เค้าก็วิจารณ์เพื่อให้เราพัฒนาผลงานอยู่แล้ว


5. ความเสมอต้นเสมอปลาย

อันนี้ตอนอ่านหัวข้อค่อนข้างไม่เห็นด้วย แต่พอเห็นตัวอย่างก็เข้าใจ confused smile อันนี้เห็นด้วย เรื่องไหนที่ไม่ดีอยู่แล้วก็อย่าไปพลิกโผมันให้ดีขึ้นมา (แต่สำหรับแนวอื่นๆ พัฒนามั่งก็ดีนะ อย่าย่ำอยู่กับที่)



6. อย่ายัดเยียดความคิด

อันนี้เป็นเฉพาะเมคนเดียวรึเปล่าไม่แน่ใจ แต่ถ้ามีใครมายัดเยียดอะไรให้ แบบ"บังคับ" "ต้องทำแบบนี้" "ต้องทำแบบนั้น" ถึงมันจะเป็นเรื่องดีจริงๆ เมก็จะแอนตี้เกลียดมันไปในทันทีเลยล่ะ 555+



7. วาทะศิลป์

คนวิจารณ์เก่ง ต้องมีวาทะศิลป์เยี่ยม = =b
อันนี้ก็ขึ้นกับประสบการณ์ ถ้าัรักจะวิจารณ์ก็ต้องลับฝีปากตัวเองให้โน้มน้าวคนอื่นได้ด้วย cry



จบแล้ว...ล่ะมั้ง


เม้นต์ยาวจนน่าก๊อปคอมเม้นต์ตัวเองไปแปะเอนทรี่ย์ปลูกต้นไม้จริงๆ กร๊ากกกกกกกกกกกก

#17 By melody in the world of the tale on 2009-06-14 00:26

เข้าใจถึงความรุสึกตอนที่เป้นรุ่นน้องเลยค่ะ TwT หัวอกคนจะเป็นยังไงก็ดูได้จากตรงนี้นี่แหล่ะ...

Hot! Hot! Hot!

#18 By IchigO15 on 2009-06-14 05:36


big smile ..Hot!

#19 By Kiss The Rain on 2009-06-14 10:29

555+ อ้อ..เห็นด้วยกับสองท่อนประโยคสุดท้ายนั่นแหละค่ะ เกี่ยวกับ 'นักวิจารณ์ที่ดี' น่ะHot!

#20 By อีฟ on 2009-06-14 10:56

Hot! Hot! Hot!
พูดได้ดี คิดยิ่งดีกว่า
Hot! Hot! Hot!

#21 By POstLOdd on 2009-06-14 11:22

เอาดาวไปเลยค่ะพี่เอ๋อซ่าHot! Hot!

#22 By MaSaKi on 2009-06-14 14:29

เพิ่งเจอข้อ 6 เมื่อกี้เองค่ะ
เอาไปเลย
ชอบมากค่ะ บทความแบบนี้ double wink
Hot! Hot! Hot!

#23 By Muk~เหมียว on 2009-06-14 21:23