การรับน้องกับสิทธิส่วนบุคคล
posted on 28 Jun 2009 15:24 by urza in Gon
ผมไม่เห็นด้วยกับกิจกรรมรับน้องมาตลอดครับ
ไม่ว่าจะมีเหตุผลดีอย่างไร เช่น ไม่ใช้ความรุนแรง ไม่ใช้คำหยาบคาย
หรือเพื่อให้เกิดความสมัครสมานสามัคคีระหว่างพี่น้องผองเพื่อน
แต่บังคับให้ไป โดยใช้คำว่าต้องไปทุกคน
....เหตุผลดังกล่าวพังครืนเลยครับ
เพราะ....ไม่มีใครชอบถูกบังคับครับ
ผมว่าควรจะปฏิรูปกิจกรรมรับน้อง ให้เป็นกิจกรรม "ต้อนรับนักศึกษาใหม่"
โดยกำหนดเวลาที่แน่นอน และมีช่วงเวลาที่ตายตัว
ไม่ใช่อยากมาลากไปสนามเมื่อไรก็มา
อยากให้เข้าห้องเชียร์เมื่อไรก็ลากไป มาเรียกบูมเอากลางคาบเรียน มึงจะบ้าเหรอครับรุ่นพี่
บางโอกาส แม้จะกำหนดเวลาแล้ว
แต่ระยะเวลายืดเยื้อยาวนานกันจนไม่เป็นทำอะไร ใช้เวลานานเป็นเดือน ๆ หรือไม่รู้จักจบจักสิ้น
กินเวลาค่ำมืดดึกดื่น ไม่ต้องทำการบ้านกัน ไม่ต้องทำกิจกรรมอื่นเลย
กลับมาก็หมดแรง ไม่เป็นอันทำอะไรเลย ....
ผมว่า การรับน้อง ควรเน้นที่ การสมัครใจและสิทธิส่วนบุคคล
ใครไม่อยากมา ก็ ..."ไสหัวไป"
ไม่ต้องไปบังคับเค้า หรือเอาข้อแม้เงื่อนไขประโลมโลกต่าง ๆ เช่นสัมพันธภาพอันดีระหว่างเพื่อนร่วมชั้นและต่างสาขาร่วมถึงรุ่นพี่ ต่าง ๆ นานามาจูงใจ
ไม่ต้องไปเสียเวลาเลย
ทำกิจกรรมให้น่าเข้าร่วมดีกว่าครับ
.....คนโต ๆ แล้วบอกตรง ๆ เลยนะ
"พวกเราไม่ชอบกิจกรรมปัญญาอ่อนครับ"
ประเภทร้องเพลงปรบมือแปะ ๆ หรือวิ่งไปวิ่งมา แล้วให้มใครมาคอยแกล้งคอยสั่งโน่นนี่ซากอ้อย
"ให้เด็กมัธยมมันทำ"
มัน "ไร้สาระ" ครับ บอกตรง ๆ
กิจกรรมที่ให้ทำ ควรจะมีเนื้อหาสาระตามสาขาวิชาที่เรียน เช่นให้จับกลุ่มกัน
ทำงานร่วมกันหนึ่งชิ้น โดยมีพี่ ๆ ให้คำแนะนำด้วย
แล้วรุ่นพี่ควรจะผ่านการอบรมหลักสูตร "ละลายความจองหองแบบรุ่นพี่" ด้วย
จะได้ไม่มาวางอำนาจใส่น้อง อะไรไม่ได้ดังใจก็เอะอะโวยวายเอาตัวเองเข้าว่าแล้วอ้างเหตุผลเรื่องความอาวุโสรุ่นพี่รุ่นน้องมิตรภาพและผองเพื่อน อย่ามาอ้าง "ฟังไม่ขึ้น"
จะจัดกิจกรรมรับน้องนะครับ ต้องทบทวนว่า ส่วนไหนเป็นส่วนที่ทำให้ทุกคนแฮปปี้
เป็นความแฮปปี้ที่ "เกิดขึ้นเอง" ไม่ใช่เกิดตามสถานการณ์ที่ใครมาวางหมากไว้ให้
เป็นความประทับใจที่เกิดจากความรู้สึกจริง ๆ
แล้วใช้ตรงนั้น ในการดึงดูดคนเข้ามา
ผมว่าควรจะใช้หลักการ "มีตติ้ง" เป็นกิจกรรมรับน้องครับ
ทานอาหารร่วมกัน (จากการระดมทุน...แน่นอน ด้วยความเต็มใจ)
แล้วมีกิจกรรมร่วมกัน เช่นให้ถามชื่อคนข้าง ๆ แล้วสลับตำแหน่งไปเรื่อย ๆ
ท้ายกิจกรรมก็มาประมวลรายคนว่าใครรู้จักใครหรือไม่อย่างไรบ้าง ภายในสาขา
มีการพูดคุยพบปะกันด้วยความยิ้มแย้มแจ่มใส
แบบนี้น่าไปกว่าเยอะ... ที่สำคัญ
"ความสมัครใจ"
ใครใคร่มา มา !
ไม่มีข้อผูกมัดใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะบางคนพอบอก ไม่มาไม่ผ่านกิจกรรม
บางคนมาเพราะกลัว มาเพราะจำใจ บางคนก็แอนตี้ ไม่มาเลย แบบผมเป็นต้น
ผมไม่ชอบให้ใครมาขู่ครับ เพระาผมจะลองดีทันที ถ้ามีเงื่อนไขมาบีบกันแบบนี้
ไม่ผ่านกูก็ไม่แคร์ ไปซ่อมเอาก็ได้ หรือไม่ก็ไม่เรียนมันซะเลย กูไม่แคร์อยู่แล้ว
ดังนั้น ทำกิจกรรมให้มันน่าไปครับ
ไม่ใช่ไม่ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงคิดว่าดีอยู่แล้ว พอคนไม่ไปกันก็มาแสดงความไม่พอใจ
เด็กโดด ต้องดูด้วย เพราะอะไรถึงโดด...
บางคนมีภาระหน้าที่ต้องทำ
บางคนไม่ประทับใจกับรุ่นพี่ที่มาแสดงอำนาจ
บางคนซิ่วมา ไม่อยากให้ใครมาตะโกนสั่ง
บางคนกลัว
ต้องแก้ปัญหาให้ถูกจุดครับ สร้างความเข้าใจกับรุ่นน้อง
มองเค้าแบบเพื่อน ไม่ใช่การแสดงอำนาจ ชี้แจงก็ชี้แจงด้วยความไม่พอใจ
อนึ่ง ที่มหาวิทยาลัยของผมใช้กฏเหล็กว่า "ใครอยากไป ก็ไป"
ไม่มีการบังคับ ไม่มีการเอาเงื่อนไขข้อแม้ เค้าเคารพสิทธิส่วนบุคคล
ใครมาร่วม แต่มีธุรจะกลับก่อน "เชิญ" พรุ่งนี้เจอกัน
ใครไม่สามารถใช้เสียงแหกปากบูมได้ ชี้แจงมา เราจะให้ทำอย่างอื่นแทน
ใครไม่อยากร่วม (เช่นผม) ชี้แจงได้ มีกิจกรรมต้องทำ เขียนใบลาแจ้งมา
ผมเป็นคนแรกที่ขอไม่ร่วมกิจกรรม แต่จะสนับสนุนเงินทุนแทน เพื่อให้กิจกรรมลุล่วง
ทางคณะโอเค ไม่มีใครว่า เพราะคนที่เต็มใจเข้าร่วมมีอีกเยอะ เค้าไม่มาบังคับคนไม่กี่คนหรอก
เป็นสังคมมแบบฟรี ๆ สบาย ๆ ครับ
เพราะมันมีกฏแห่งกรรมที่ว่า ถ้ากิจกรรมคนเข้าร่วมน้อย....คณะก็จะไม่มีผลงานของรุ่นนั้นไปโดยปริยาย
เป็นกฏธรรมชาติ ลีดไม่สว่ง บูมไม่ส่ง กองเชียร์ไม่ส่ง ผลงานคณะ = 0
รุ่นนั้นก็ปิ๋วไป...ใครช่วยไม่ได้ เสือกไม่ไปกันเอง ก็ว่ากันไปตามกฏธรรมชาติ ไม่ต้องให้หมาแมวที่ไหนมาข่มขู่ว่าจะไม่ได้รุ่น ไม่ได้เข็ม ไม่ได้โน่นนี่ บลา ๆ แบล่บ ๆ...
ถ้าคนรู้สถานการณ์รู้หน้าที่ ก็เกิดความอยากจะไปเอง มีความมุ่งมั่นอยากจะสร้างผลงานเอง
ไม่จำเป็นต้องมีใครมากะเกณฑ์บังคับเลยครับ
อย่าทำให้เค้าเกิดความรู้สึกว่า กิจกรรมนี้มันไร้ประโยชน์
ให้เค้าเห็นถึงความสำคัญ
อนึ่ง...รุ่นพี่บ้าพลัง
อย่าเอามา
ให้รุ่นพี่ที่เค้าอธิบายให้เข้าถึงใจมา ที่คณะผมนี่รุ่นพี่จะให้อาจารย์มาชี้แจงช่วย
เพราะรุ่นพี่พูดไม่เคลียร์ พูดได้ไม่ถึงใจ เพราะบางตัวแม่งก็ยังไม่เข้าใจจุดประสงค์หลักของการรับน้องเลยครับ
เห็นเค้าทำกันต่อ ๆ มา ก็เลยรักษาไป แบบเมา ๆ งง ๆใส่ถ่านสองก้อนก็เป็นรุ่นพี่คุมกิจกรรมได้เลย
พอมีอาจารย์มาชี้แจงว่า "กิจกรรมมีความสำคัญในเรื่องของนักศึกษาใหม่
เป็นผลงานของแต่ละคณะที่ต้องใช้นักศึกษาทุกคนเป็นหัวเรี่ยวหัวแรง และปีหนึ่งมีจำนวนมาก
จึงต้องขอความร่วมมือในการเข้าร่วม
เรามีกิจกรรมประกวด เชียร์ลีดเดอร์ กิจกรรมบูมและแปลอักษร ร่วมถึงกิจกรรมประกวดกองเชียร์
โดยรวมเรียกว่ากีฬาน้องใหม่
ดังนั้นที่พวกเราต้องมาซ้อมกันทุกเย็น อาจรบกวนเวลาไปบ้าง
แต่อยากให้นึกถึงกีฬาสี ที่ทุกคนจะสละเวลามาทำร่วมกัน"
ถ้าอธิบายแบบนี้ อย่างน้อย ผมก็เจียดเวลาไปร่วมได้ครับ เพราะอาจารย์ชี้แจงได้ถึงใจมาก
ทำให้รุ่นน้องมองว่าตัวเองมีความสำคัญกับกิจกรรม
"ไม่ใช่ทาส" ที่ถูกบังคับไปร่วมโดยไม่รู้หัวรู้หางอะไรเลย
เมื่อเข้าใจดังนั้น ผมจึงไปร่วมบูมมาแล้่วสองสามครั้ง แต่ด้วยความที่ต้องใช้เสียงในการทำงาน
จึงไม่สามารถเข้าร่วมได้อย่างสม่ำเสมอ จึงขอถอนตัวออกมาเพื่อจะไม่เป็นภาระเพื่อนคนอื่น
ที่เริ่มจะซ้อมจริงจังและกำหนดตำแหน่งแล้ว...ทางรุ่นพี่ก็อนุญาต ไม่ว่ากระไร
ผมไม่ได้เกลียดกิจกรรมนะครับ
ผมเป็นนักกิจกรรมคนหนึ่งเลย
แต่ผมเกลียดวิธีการของรุ่นพี่ที่ผมประสบมาครับ
ดังนั้น ใครจะมาอ้างเพื่อน อ้างพี่ อ้างนี่อ้างนั่น มาว่าเราเห็นแก่ตัวสังคมแคบ
มีผลต่อการทำงาน แบล่บ ๆ ๆ ๆ ๆ
ผมจะแอนตี้ทันที
ยิ่งมีอาจารย์อีกท่านพูดว่า คุณไม่รับน้องเกิดไปสมัครเค้าถามว่าเคยรับน้องมั้ย คุณจะตอบยังไง
ขออนุญาตถามกลับครับ
บริษัทไหนครับอาจารย์ ผมจะได้ไม่ไปสมัคร เพราะแม่งหัวเก่าแน่ ๆ
บริษัทเค้าแคร์แค่ว่า คุณทำงานได้มั้ย แมวสีอะไรจับหนูได้ก็พอ เค้าไม่แคร์หรอกว่าคุณจบสถาบันไหนหรือผ่านกิจกรรมของทางมหาลัยมมากน้อยแค่ไหน ไม่ต้องมาทำกุศโลบายเลยครับ ผมไม่ใช่เด็ก ม.หกนะครับอาจารย์
สังคมมันคนละอย่างกันครับอาจารย์
ดังนั้น หาวิธีจูงใจให้มันมีหลักการตลาดมากกว่านี้หน่อยครับ
ตัวอย่างนะครับ
เมื่อวานผมไปกิจกรรมชมรมมา
เค้าบอกว่าจะมีรับน้องและปฐมนิเทศชมรม โดยกิจกรรมปฐมนิเ?ส จะเชิญวิทยากรที่ใีความรู้ในด้านการจัดรายการมาให้คำแนะนำ มาพูดคุยแลกเปลี่ยนเทคนิคกัน ตอนค่ำมีกินเลี้ยง เราจะได้รู้จักกันมากขึ้น
แถมกำชับว่า
ใครไม่อยากมา ก็ ไม่เป็นไร...ไม่เปลือง....
ถามว่าต้องบังคับมั้ย ?
ไม่จำเป็น....เพราะใคร ๆ ก็อยากไป
เพราะเค้าได้ประโยชน์ครับได้สังสรรค์ครับ ได้ทำความรู้จักกันแบบไม่ต้องมีใครมาสร้างสถานการณ์ครับ
ถามว่าวิชาการ กับงานรื่นเริง
อันไหนจูงใจกว่ากัน
แล้วถ้ามันมาด้วยกันล่ะ....ผมว่ามันเวิร์คนะ ใครไม่ได้ลงทะเบียนตอนเช้าจะมาเนียนกิน ก็น่าเกลียดใช่มะ
หน้าด้านไปแล้ว....ใครไม่มาก็ไม่ต้องมาแต่แรกเลย ไม่ว่ากัน ไม่มีขู่ไล่ออก ไม่มีเงื่อนไขข้อแม้
กติกามีแค่ว่า มารับความรู้และประโยชน์นะ ตอนค่ำเรามาสนุกกัน
แค่นั้นแหละ...แบบนี้ก็สนิทกันในหมู่คณะได้ รุ่นพี่ที่ชมรมก็มีกิจกรรมกับน้อง ได้รู้จักมักจี่กัน แถมเผื่อเหลือไปถึงเพื่อนร่วมชมรมที่อยู่คณะอื่นด้วย....ผิดกับรับน้องที่คณะ รู้จักกันแคบ ๆ เครียด ๆ รุ่นพี่บ้าพลัง ขี้โอ่ จองหอง
ถ้าให้เลือกกิจกรรมรับน้อง กับกิจกรรมชมรม
ไม่ต้องแวะคิดเลยครับ....ผมเลือกอันหลังอยู่แล้ว
เพราะแรงจูงใจดีกว่าครับ
ดังนั้นนะครับ ทำกิจกรรมรับน้องให้มันมีสาระประโยชน์ที่เห็นผลจริงต่อการเรียนและการใช้ชีวิต
ไม่ใช่มาอ้างเหตุผลที่ขาดน้ำหนักอย่างมิตรภาพและความกว้างความแคบของสังคม
สังคมผมโคตรกว้างโดยไม่ต้องรับน้องครับ จริง ๆ ผมไปเรียนเอาวุฒิอย่างเดียวเลยก็ได้ เพราะผมมีสังคมการทำงานและหน้าที่การงานรองรับอยู่แล้ว
แต่พอดี กศน แถวบ้านไม่มีป.ตรีสาขาวารสารศาสตร์ครับ เลยต้องไปเรียนมหาลัยปกติ
ทำกิจกรรม ให้มันน่าพิศวาสครับ
ทำให้ผู้ร่วมกิจกรรม รู้สึกว่าตัวเองสำคัญครับ
ทำให้กิจกรรม เกิดสาระประโยชน์เห็นผลได้จริงครับ
ทำให้เค้ารู้สึกอิสระ สามารถตัดสินใจได้เองว่าจะร่วมหรือไม่ครับ
การรับน้องจะน่าไปขึ้นเยอะครับ
-----------------------------------
เพิ่มเติมนะครับ
ขอบคุณทุกความเห็นที่มาเล่าประสบการณ์ดี ๆ จากการรับน้องนะครับ
ขอแสดงความยินดีด้วยที่คุณแฮปปี้กับกิจกรรม
ขอยืนยันให้คุณปฏิบัติกับรุ่นต่อไปแบบเดียวกับที่ทำให้คุณแฮปปี้ครับ
ทำให้เค้ารู้สึกดีแบบคุณ ในรูปแบบที่สมัครใจและไม่บังคับ หรือถ้าบังคับ ก็ขอให้ทุกคนยินดีที่จะถูกบังคับแบบที่คุณประสบนะครับ
แต่ใครถ้าปฏิบัติด้วยความซากอ้อยไร้สาระเช่นที่ผมได้กล่าวถึง
ก็ไปชั่งตวงเอาเองว่าจริงไม่จริงยังไงนะ
ผมเคยอ่านเรื่องเด็กไปบ่นเรื่องไม่อยากไปรับน้อง
แล้วมีรุ่นพี่คนนึงมาบอกว่า "ไม่รับน้องก็ไม่ใช่น้องกู"
ผมอ่านแล้วปรี๊ดมาก
คิดว่ากูแคร์มึงเหรอครับ โอเค มึงเป็นตัวเหี้ยอะไรไม่รู้ล่ะ
กูไม่จำเป็นต้องไปทำตามคำสั่งมึง
โคตรมีเหตุผลสมเป็นรุ่นพี่จริง ๆ เลย



เห็นด้วยกับเอนทรี่นี้ค่ะ ทำไมต้องมาบังคับกันด้วยในเมื่อไม่อยากทำ
หรือว่าอย่างน้อยน่าจะเป็นกิจกรรมที่สร้างสรรค์กว่านี้ไม่ใช่ว่ารุ่นพี่จะสั่งๆ อย่างเดียว
#1 By namnampai on 2009-06-28 16:10