ผมไม่เห็นด้วยกับกิจกรรมรับน้องมาตลอดครับ
ไม่ว่าจะมีเหตุผลดีอย่างไร เช่น ไม่ใช้ความรุนแรง ไม่ใช้คำหยาบคาย
หรือเพื่อให้เกิดความสมัครสมานสามัคคีระหว่างพี่น้องผองเพื่อน

 

แต่บังคับให้ไป โดยใช้คำว่าต้องไปทุกคน

 ....เหตุผลดังกล่าวพังครืนเลยครับ

เพราะ....ไม่มีใครชอบถูกบังคับครับ

 

ผมว่าควรจะปฏิรูปกิจกรรมรับน้อง ให้เป็นกิจกรรม "ต้อนรับนักศึกษาใหม่"
โดยกำหนดเวลาที่แน่นอน และมีช่วงเวลาที่ตายตัว

 

ไม่ใช่อยากมาลากไปสนามเมื่อไรก็มา
อยากให้เข้าห้องเชียร์เมื่อไรก็ลากไป มาเรียกบูมเอากลางคาบเรียน มึงจะบ้าเหรอครับรุ่นพี่

บางโอกาส แม้จะกำหนดเวลาแล้ว
แต่ระยะเวลายืดเยื้อยาวนานกันจนไม่เป็นทำอะไร ใช้เวลานานเป็นเดือน ๆ หรือไม่รู้จักจบจักสิ้น
กินเวลาค่ำมืดดึกดื่น ไม่ต้องทำการบ้านกัน ไม่ต้องทำกิจกรรมอื่นเลย
กลับมาก็หมดแรง ไม่เป็นอันทำอะไรเลย ....

 

ผมว่า การรับน้อง ควรเน้นที่ การสมัครใจและสิทธิส่วนบุคคล
ใครไม่อยากมา ก็ ..."ไสหัวไป"

 

ไม่ต้องไปบังคับเค้า หรือเอาข้อแม้เงื่อนไขประโลมโลกต่าง ๆ เช่นสัมพันธภาพอันดีระหว่างเพื่อนร่วมชั้นและต่างสาขาร่วมถึงรุ่นพี่ ต่าง ๆ นานามาจูงใจ
ไม่ต้องไปเสียเวลาเลย

 

 

ทำกิจกรรมให้น่าเข้าร่วมดีกว่าครับ

.....คนโต ๆ แล้วบอกตรง ๆ เลยนะ

"พวกเราไม่ชอบกิจกรรมปัญญาอ่อนครับ"

ประเภทร้องเพลงปรบมือแปะ ๆ หรือวิ่งไปวิ่งมา แล้วให้มใครมาคอยแกล้งคอยสั่งโน่นนี่ซากอ้อย

"ให้เด็กมัธยมมันทำ"

 

มัน "ไร้สาระ" ครับ บอกตรง ๆ

 

กิจกรรมที่ให้ทำ ควรจะมีเนื้อหาสาระตามสาขาวิชาที่เรียน เช่นให้จับกลุ่มกัน
ทำงานร่วมกันหนึ่งชิ้น โดยมีพี่ ๆ ให้คำแนะนำด้วย

แล้วรุ่นพี่ควรจะผ่านการอบรมหลักสูตร "ละลายความจองหองแบบรุ่นพี่" ด้วย
จะได้ไม่มาวางอำนาจใส่น้อง อะไรไม่ได้ดังใจก็เอะอะโวยวายเอาตัวเองเข้าว่าแล้วอ้างเหตุผลเรื่องความอาวุโสรุ่นพี่รุ่นน้องมิตรภาพและผองเพื่อน อย่ามาอ้าง "ฟังไม่ขึ้น"

จะจัดกิจกรรมรับน้องนะครับ ต้องทบทวนว่า ส่วนไหนเป็นส่วนที่ทำให้ทุกคนแฮปปี้
เป็นความแฮปปี้ที่ "เกิดขึ้นเอง" ไม่ใช่เกิดตามสถานการณ์ที่ใครมาวางหมากไว้ให้
เป็นความประทับใจที่เกิดจากความรู้สึกจริง ๆ

 

แล้วใช้ตรงนั้น ในการดึงดูดคนเข้ามา
ผมว่าควรจะใช้หลักการ "มีตติ้ง" เป็นกิจกรรมรับน้องครับ

ทานอาหารร่วมกัน (จากการระดมทุน...แน่นอน ด้วยความเต็มใจ)
แล้วมีกิจกรรมร่วมกัน เช่นให้ถามชื่อคนข้าง ๆ แล้วสลับตำแหน่งไปเรื่อย ๆ
ท้ายกิจกรรมก็มาประมวลรายคนว่าใครรู้จักใครหรือไม่อย่างไรบ้าง ภายในสาขา
มีการพูดคุยพบปะกันด้วยความยิ้มแย้มแจ่มใส

 

แบบนี้น่าไปกว่าเยอะ... ที่สำคัญ

 

"ความสมัครใจ"

 

ใครใคร่มา มา !

 

ไม่มีข้อผูกมัดใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะบางคนพอบอก ไม่มาไม่ผ่านกิจกรรม
บางคนมาเพราะกลัว มาเพราะจำใจ บางคนก็แอนตี้ ไม่มาเลย แบบผมเป็นต้น

ผมไม่ชอบให้ใครมาขู่ครับ เพระาผมจะลองดีทันที ถ้ามีเงื่อนไขมาบีบกันแบบนี้

ไม่ผ่านกูก็ไม่แคร์ ไปซ่อมเอาก็ได้ หรือไม่ก็ไม่เรียนมันซะเลย กูไม่แคร์อยู่แล้ว

 

ดังนั้น ทำกิจกรรมให้มันน่าไปครับ
ไม่ใช่ไม่ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงคิดว่าดีอยู่แล้ว พอคนไม่ไปกันก็มาแสดงความไม่พอใจ

เด็กโดด ต้องดูด้วย เพราะอะไรถึงโดด...


บางคนมีภาระหน้าที่ต้องทำ
บางคนไม่ประทับใจกับรุ่นพี่ที่มาแสดงอำนาจ
บางคนซิ่วมา ไม่อยากให้ใครมาตะโกนสั่ง
บางคนกลัว

 

ต้องแก้ปัญหาให้ถูกจุดครับ สร้างความเข้าใจกับรุ่นน้อง
มองเค้าแบบเพื่อน ไม่ใช่การแสดงอำนาจ ชี้แจงก็ชี้แจงด้วยความไม่พอใจ

 

อนึ่ง ที่มหาวิทยาลัยของผมใช้กฏเหล็กว่า "ใครอยากไป ก็ไป"
ไม่มีการบังคับ ไม่มีการเอาเงื่อนไขข้อแม้ เค้าเคารพสิทธิส่วนบุคคล

ใครมาร่วม แต่มีธุรจะกลับก่อน "เชิญ" พรุ่งนี้เจอกัน

ใครไม่สามารถใช้เสียงแหกปากบูมได้ ชี้แจงมา เราจะให้ทำอย่างอื่นแทน

ใครไม่อยากร่วม (เช่นผม) ชี้แจงได้  มีกิจกรรมต้องทำ เขียนใบลาแจ้งมา
ผมเป็นคนแรกที่ขอไม่ร่วมกิจกรรม แต่จะสนับสนุนเงินทุนแทน เพื่อให้กิจกรรมลุล่วง

ทางคณะโอเค ไม่มีใครว่า เพราะคนที่เต็มใจเข้าร่วมมีอีกเยอะ เค้าไม่มาบังคับคนไม่กี่คนหรอก

 

เป็นสังคมมแบบฟรี ๆ สบาย ๆ ครับ

 

เพราะมันมีกฏแห่งกรรมที่ว่า ถ้ากิจกรรมคนเข้าร่วมน้อย....คณะก็จะไม่มีผลงานของรุ่นนั้นไปโดยปริยาย
เป็นกฏธรรมชาติ ลีดไม่สว่ง บูมไม่ส่ง กองเชียร์ไม่ส่ง ผลงานคณะ = 0

 

รุ่นนั้นก็ปิ๋วไป...ใครช่วยไม่ได้ เสือกไม่ไปกันเอง ก็ว่ากันไปตามกฏธรรมชาติ ไม่ต้องให้หมาแมวที่ไหนมาข่มขู่ว่าจะไม่ได้รุ่น ไม่ได้เข็ม ไม่ได้โน่นนี่ บลา ๆ แบล่บ ๆ...

ถ้าคนรู้สถานการณ์รู้หน้าที่ ก็เกิดความอยากจะไปเอง มีความมุ่งมั่นอยากจะสร้างผลงานเอง
ไม่จำเป็นต้องมีใครมากะเกณฑ์บังคับเลยครับ

 

 

อย่าทำให้เค้าเกิดความรู้สึกว่า กิจกรรมนี้มันไร้ประโยชน์
ให้เค้าเห็นถึงความสำคัญ

 

อนึ่ง...รุ่นพี่บ้าพลัง

อย่าเอามา

 

ให้รุ่นพี่ที่เค้าอธิบายให้เข้าถึงใจมา ที่คณะผมนี่รุ่นพี่จะให้อาจารย์มาชี้แจงช่วย
เพราะรุ่นพี่พูดไม่เคลียร์ พูดได้ไม่ถึงใจ เพราะบางตัวแม่งก็ยังไม่เข้าใจจุดประสงค์หลักของการรับน้องเลยครับ
เห็นเค้าทำกันต่อ ๆ มา ก็เลยรักษาไป แบบเมา ๆ งง ๆใส่ถ่านสองก้อนก็เป็นรุ่นพี่คุมกิจกรรมได้เลย

 

พอมีอาจารย์มาชี้แจงว่า "กิจกรรมมีความสำคัญในเรื่องของนักศึกษาใหม่
เป็นผลงานของแต่ละคณะที่ต้องใช้นักศึกษาทุกคนเป็นหัวเรี่ยวหัวแรง และปีหนึ่งมีจำนวนมาก
จึงต้องขอความร่วมมือในการเข้าร่วม

เรามีกิจกรรมประกวด เชียร์ลีดเดอร์ กิจกรรมบูมและแปลอักษร ร่วมถึงกิจกรรมประกวดกองเชียร์
โดยรวมเรียกว่ากีฬาน้องใหม่

ดังนั้นที่พวกเราต้องมาซ้อมกันทุกเย็น อาจรบกวนเวลาไปบ้าง
แต่อยากให้นึกถึงกีฬาสี ที่ทุกคนจะสละเวลามาทำร่วมกัน"

 

ถ้าอธิบายแบบนี้ อย่างน้อย ผมก็เจียดเวลาไปร่วมได้ครับ เพราะอาจารย์ชี้แจงได้ถึงใจมาก
ทำให้รุ่นน้องมองว่าตัวเองมีความสำคัญกับกิจกรรม

"ไม่ใช่ทาส" ที่ถูกบังคับไปร่วมโดยไม่รู้หัวรู้หางอะไรเลย

เมื่อเข้าใจดังนั้น ผมจึงไปร่วมบูมมาแล้่วสองสามครั้ง แต่ด้วยความที่ต้องใช้เสียงในการทำงาน
จึงไม่สามารถเข้าร่วมได้อย่างสม่ำเสมอ จึงขอถอนตัวออกมาเพื่อจะไม่เป็นภาระเพื่อนคนอื่น
ที่เริ่มจะซ้อมจริงจังและกำหนดตำแหน่งแล้ว...ทางรุ่นพี่ก็อนุญาต ไม่ว่ากระไร

 

 

ผมไม่ได้เกลียดกิจกรรมนะครับ
ผมเป็นนักกิจกรรมคนหนึ่งเลย

 

แต่ผมเกลียดวิธีการของรุ่นพี่ที่ผมประสบมาครับ
ดังนั้น ใครจะมาอ้างเพื่อน อ้างพี่ อ้างนี่อ้างนั่น มาว่าเราเห็นแก่ตัวสังคมแคบ
มีผลต่อการทำงาน แบล่บ ๆ ๆ ๆ ๆ

 

ผมจะแอนตี้ทันที

 

ยิ่งมีอาจารย์อีกท่านพูดว่า คุณไม่รับน้องเกิดไปสมัครเค้าถามว่าเคยรับน้องมั้ย คุณจะตอบยังไง
ขออนุญาตถามกลับครับ

บริษัทไหนครับอาจารย์ ผมจะได้ไม่ไปสมัคร เพราะแม่งหัวเก่าแน่ ๆ

บริษัทเค้าแคร์แค่ว่า คุณทำงานได้มั้ย แมวสีอะไรจับหนูได้ก็พอ เค้าไม่แคร์หรอกว่าคุณจบสถาบันไหนหรือผ่านกิจกรรมของทางมหาลัยมมากน้อยแค่ไหน ไม่ต้องมาทำกุศโลบายเลยครับ ผมไม่ใช่เด็ก ม.หกนะครับอาจารย์

 

สังคมมันคนละอย่างกันครับอาจารย์

 

ดังนั้น หาวิธีจูงใจให้มันมีหลักการตลาดมากกว่านี้หน่อยครับ


ตัวอย่างนะครับ
เมื่อวานผมไปกิจกรรมชมรมมา
เค้าบอกว่าจะมีรับน้องและปฐมนิเทศชมรม โดยกิจกรรมปฐมนิเ?ส จะเชิญวิทยากรที่ใีความรู้ในด้านการจัดรายการมาให้คำแนะนำ มาพูดคุยแลกเปลี่ยนเทคนิคกัน ตอนค่ำมีกินเลี้ยง เราจะได้รู้จักกันมากขึ้น
แถมกำชับว่า

ใครไม่อยากมา ก็ ไม่เป็นไร...ไม่เปลือง....

 

ถามว่าต้องบังคับมั้ย ?

ไม่จำเป็น....เพราะใคร ๆ ก็อยากไป

 
เพราะเค้าได้ประโยชน์ครับได้สังสรรค์ครับ ได้ทำความรู้จักกันแบบไม่ต้องมีใครมาสร้างสถานการณ์ครับ
ถามว่าวิชาการ กับงานรื่นเริง

อันไหนจูงใจกว่ากัน

แล้วถ้ามันมาด้วยกันล่ะ....ผมว่ามันเวิร์คนะ ใครไม่ได้ลงทะเบียนตอนเช้าจะมาเนียนกิน ก็น่าเกลียดใช่มะ
หน้าด้านไปแล้ว....ใครไม่มาก็ไม่ต้องมาแต่แรกเลย ไม่ว่ากัน ไม่มีขู่ไล่ออก ไม่มีเงื่อนไขข้อแม้

กติกามีแค่ว่า มารับความรู้และประโยชน์นะ ตอนค่ำเรามาสนุกกัน

 

แค่นั้นแหละ...แบบนี้ก็สนิทกันในหมู่คณะได้ รุ่นพี่ที่ชมรมก็มีกิจกรรมกับน้อง ได้รู้จักมักจี่กัน แถมเผื่อเหลือไปถึงเพื่อนร่วมชมรมที่อยู่คณะอื่นด้วย....ผิดกับรับน้องที่คณะ รู้จักกันแคบ ๆ เครียด ๆ รุ่นพี่บ้าพลัง ขี้โอ่ จองหอง

 

ถ้าให้เลือกกิจกรรมรับน้อง กับกิจกรรมชมรม

 

ไม่ต้องแวะคิดเลยครับ....ผมเลือกอันหลังอยู่แล้ว

 

เพราะแรงจูงใจดีกว่าครับ

 

 

ดังนั้นนะครับ ทำกิจกรรมรับน้องให้มันมีสาระประโยชน์ที่เห็นผลจริงต่อการเรียนและการใช้ชีวิต
ไม่ใช่มาอ้างเหตุผลที่ขาดน้ำหนักอย่างมิตรภาพและความกว้างความแคบของสังคม

สังคมผมโคตรกว้างโดยไม่ต้องรับน้องครับ จริง ๆ ผมไปเรียนเอาวุฒิอย่างเดียวเลยก็ได้ เพราะผมมีสังคมการทำงานและหน้าที่การงานรองรับอยู่แล้ว
แต่พอดี กศน แถวบ้านไม่มีป.ตรีสาขาวารสารศาสตร์ครับ เลยต้องไปเรียนมหาลัยปกติ

 

ทำกิจกรรม ให้มันน่าพิศวาสครับ

ทำให้ผู้ร่วมกิจกรรม รู้สึกว่าตัวเองสำคัญครับ

ทำให้กิจกรรม เกิดสาระประโยชน์เห็นผลได้จริงครับ

ทำให้เค้ารู้สึกอิสระ สามารถตัดสินใจได้เองว่าจะร่วมหรือไม่ครับ

 

 

การรับน้องจะน่าไปขึ้นเยอะครับ

-----------------------------------

เพิ่มเติมนะครับ

ขอบคุณทุกความเห็นที่มาเล่าประสบการณ์ดี ๆ จากการรับน้องนะครับ
ขอแสดงความยินดีด้วยที่คุณแฮปปี้กับกิจกรรม

ขอยืนยันให้คุณปฏิบัติกับรุ่นต่อไปแบบเดียวกับที่ทำให้คุณแฮปปี้ครับ
ทำให้เค้ารู้สึกดีแบบคุณ ในรูปแบบที่สมัครใจและไม่บังคับ หรือถ้าบังคับ ก็ขอให้ทุกคนยินดีที่จะถูกบังคับแบบที่คุณประสบนะครับ

 

แต่ใครถ้าปฏิบัติด้วยความซากอ้อยไร้สาระเช่นที่ผมได้กล่าวถึง
ก็ไปชั่งตวงเอาเองว่าจริงไม่จริงยังไงนะ

ผมเคยอ่านเรื่องเด็กไปบ่นเรื่องไม่อยากไปรับน้อง
แล้วมีรุ่นพี่คนนึงมาบอกว่า "ไม่รับน้องก็ไม่ใช่น้องกู"

ผมอ่านแล้วปรี๊ดมาก
คิดว่ากูแคร์มึงเหรอครับ โอเค มึงเป็นตัวเหี้ยอะไรไม่รู้ล่ะ
กูไม่จำเป็นต้องไปทำตามคำสั่งมึง

โคตรมีเหตุผลสมเป็นรุ่นพี่จริง ๆ เลย

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

Hot!
เห็นด้วยกับเอนทรี่นี้ค่ะ ทำไมต้องมาบังคับกันด้วยในเมื่อไม่อยากทำ
หรือว่าอย่างน้อยน่าจะเป็นกิจกรรมที่สร้างสรรค์กว่านี้ไม่ใช่ว่ารุ่นพี่จะสั่งๆ อย่างเดียว

#1 By namnampai on 2009-06-28 16:10

ตั้งแต่เกิดมาผมยังไม่เคยเจอรับน้้องแย่ๆเลยนะ

ตั้งแต่เกิดมาเคยไปรับน้องสองครั้ง คือมัธยมและมหาวิทยาลัย

เต็มใจไปทั้งสองครั้ง เพราะพี่ๆนิสัยดี น่ารักทุกคน

และอย่างที่ว่าเค้าไม่เคย"บังคับ"เรา มันอยู่ที่ใจหว่ะ

#2 By araiwah on 2009-06-28 16:29

Hot!
เห็นด้วยอย่างร้ายแรงค่ะ
รำคาญพวกรุ่นพี่ที่อ้างว่าไม่เข้ารับน้องแล้วไม่ได้เพื่อน อะไรทำนองนี้

ขอโทษเถอะ นั่งรับน้องห้ามคุยกัน ให้ตบมือแปะๆ บางทีก็โดนกระชากโน่นนี่ มันได้เพื่อนตรงไหนวะ...

พี่รหัสอีก จบกิจกรรมมันก็เคยมาทำอะไรให้ที่ไหน จบแล้วก็จบๆกันไปถมเถ

แต่ว่าของเนียว กิจกรรมรับน้อง คนแถวนี้เค้ารู้กันดี ว่าพวกพี่ที่เข้ารับน้องมีสองพวก

1. พวกเก็บชั่วโมงทุน
2. พวกที่เพื่อนไม่เอาแล้ว เลยต้องมาหาเพื่อนใหม่เป็นรุ่นน้องแทน

#3 By Sinziar Zirconiaz on 2009-06-28 16:37

ไม่มีใครบังคับเราไ้ด้นอกจากตัวเราเองค่ะ

จะว่าข้อดีข้อเสียมันก็มีทั้งคู่ แต่้ถ้าไปด้วยความเต็มใจ สมัครใจมันก็ย่อมได้ผลดีกว่าฝืนใจไปอยู่แล้ว

Hot!

#4 By Milana (มิลานะ) on 2009-06-28 16:40

ถูก!!! Hot!

รุ่นพี่บางคนบ้าอำนาจครับ ตอนสมัยผมเรียนผมก็ไม่ชอบนะ ที่บางคนไม่มีเหตุผล แต่ว่าผมมันอดทนสูงครับ แต่ถ้าเกินขอบเขตของศีลธรรมก็เป็นเรื่องล่ะครับ open-mounthed smile

#5 By clock on 2009-06-28 16:43

คอมเมนท์ที่ #2
แสดงว่าคูณแฮปปี้ดี เพราะกิจกรรมค่อนข้างประทับใจ
ก็ขอแสดงความยินดีด้วยครับ

เมื่อคุณเป็นรุ่นพี่ ก็ช่วยรักษาความน่าประทับใจนั้นไว้ด้วย
อย่าให้เกิดเหตุการณ์รุ่นน้ิองแอนตี้ หรือไสตรค์ ไม่ไปยกรุ่นได้

ของมันอยู่ที่ใจจริง ๆ ทำให้เค้าไปด้วยใจ
ไม่ใช่หว่านล้อม หรือบังคับ
ไม่เคยเห็นด้วยเลยกับการรับน้องเนี่ย

#7 By Miss Beauty and Energy on 2009-06-28 16:46

คือคิดว่าถ้าการรับน้องมันดูน่าสนุก+น่าสนใจกว่านี้ก็คงไม่ต้องบังคับให้ไปกันหรอกนะ....

#8 By bloommifild on 2009-06-28 16:54

ขอบอกว่ามหาลัยที่ผมเคยเรียน มีทุกอย่างเออซ่าว่าไว้เลยครับ ทั้งดีและไม่ดีนะ

ทั้งการที่อาจารย์มาดูแล กำหนดเวลากิจกรรมต่างๆและอธิบายว่าทำไมต้องมาซ้อม รวมถึงการว๊ากน้อง ซ้อมเชียร์และอื่นๆที่หลายคนไม่ชอบกันก็มี

ต่างอย่างเดียวคือ "ถึงกิจกรรมบางส่วนบังคับไป" แต่ "ทุกคนยินดีที่จะไปร่วม ทั้งๆที่ถูกบังคับไปครับ"(แม้บ่นบ้างก็เถอะ แต่ไปกันหมดทุกคนแหละ ไม่มีใครป่วยการเมืองเลย)
บางครั้งซ้อมเชียร์แล้วรุ่นพี่มารู้ว่าพรุ่งนี้สอบก็เลิกเร็วกว่าปกติ+แนะทางข้อสอบให้ก็มีครับ
(ยังบอกเองเลยว่าให้น้องเรียนให้รอด ช่วยเหลือกันด้วย เพราะถ้าติด F ไปพวกรุ่นพี่ช่วยเอ็งไม่ได้เน้อ)

ฐานะที่มีความรู้สึกดีๆกับกิจกรรมรับน้องและเคยผ่านมาก่อนขอบอกนิดนึงว่า
กิจกรรมรับน้องจะรู้สึกดีที่สุดตอนเราเป็นผู้กระทำครับ(คือปีสอง) ไม่ใช่การเอาคืนแต่เป็นทำยังไงให้รุ่นน้องสนุกร่วมกันและรักกันระหว่างรุ่นพี่-รุ่นน้อง รุ่นน้อง-รุ่นน้องด้วยกัน ครับ เวลาที่เราเป็นผู้จัดการดูแลรุ่นน้องนี่แหละ เวลานี้เราจะรู้สึกดีที่สุด โดยเฉพาะการที่รุ่นน้องเรียกเราว่า"พี่..." ครับ

ส่วนพวกที่มาเอาคืนกับรุ่นน้องนี่ไม่มีในมหาลัยผมนะครับ(หรืออย่างน้อยก็สาขาผม) เพราะถ้ามันจะทำ มันจะโดนทั้งรุ่นเพื่อนและรุ่นพี่อัดกันเองจนไม่มีโอกาศเอาคืนหรอก double wink

นี่แหละทำให้ผมและคนที่จบจากที่เดียวกันรักกัน และรักสถาบันมาก (รวมทั้งระบบ sotus ที่แรงมากเช่นกัน) ใครมาแตะมีเคืองแน่นอน

อยากให้รู้ว่ามหาลัยที่จัดกิจกรรมพวกนี้ดีก็มีอยู่ในไทยนะครับ อย่างที่ๆผมเคยเรียนก็เป็นที่นึงล่ะครับ big smile

#9 By เม็ดบ๊วย on 2009-06-28 18:56

ลืม

แต่ไอ้พวกกิจกรรมรับน้องห่วยๆตามที่ได้ยินข่าวมานี่ก็ไม่สนับสนุนเหมือนกันนะครับ

#10 By เม็ดบ๊วย on 2009-06-28 19:00

โอ้.. อะไรจะเขียนได้สะใจดีแท้!!!!
Hot!

#11 By Nancy อารมณ์ดี on 2009-06-28 20:16

เห็นด้วยกับเอนทรีนี้เลยค่ะ
โดยเฉพาะกับพวกรุ่นพี่ที่ชอบบังคับ
ไม่ไปไม่ได้รุ่น ไม่ได้เข็ม อะไรอย่างนี้
รู้สึกมันบ้าเกินไปอ่ะ
Hot!

#12 By ~memay~ on 2009-06-28 20:27

ไว้เป็นรุ่นพี่ก็ทำซะนะที่เขียนไว้ จะได้ไม่ต้องให้เด็กรุ่นน้องมาด่าangry smile

#13 By อากุง on 2009-06-28 21:33

จุกครับ เคยเป็นรุ่นพี่มาก่อน แถมเป็นประธานฮีกต่างหาก

แต่ศิลปกรรมที่นี่ไม่มีว๊ากไร้เหตุผลนะครับ ใช้นโยบายสงบสยบความเคลื่อนไหว ไม่พอใจน้อง ใช้เงียบ ไซโคเอา ใครไม่มา เงียบ ไม่ตาม เดี๋ยวมันก็จะงงว่าทำไมไม่ว่าอะไรกูเลยว๊าา ลองไปร่วมกิจกรรมหน่อยดีกว่า
ศิลปกรรมเน้นฮาครับconfused smile

#14 By แมงกลิ้งขี้ on 2009-06-28 21:36

เราชอบรับน้องน๊ะ แต่ก็เห็นด้วยที่ว่ามันไม่ควรบังคับ Hot!
5555+
คณะเราก็ไม่บังคับ
เพื่อนเราโดดก็เยอะแยะ
เราเพิ่งเฟรชชี่
งานที่น่าจะเรียกได้ว่ารับน้อง ได้แก่
1. งานแรกพบ/จับพี่รหัส สันสนุกๆ ขำๆ พร้อมดูการบูมของรุ่นพี่ให้ ประทับใจสุดๆอ่ะ คือเรารู้สึกดีมากๆ
2. แอ๊กซี่ไนท์ เป็นเหมือนการแสดงกับหรีด ให้รุ่นน้องทำและโชว์ ก็โอเคอ่ะ แล้วมีพาทัวร์มหาลัยต่อถึงเช้า... เราว่ามันไม่ไปก็ได้นะ แต่เราอยากไป เราว่ามันสนุกดีdouble wink
3. ประกวดร้องเพลงคณะ อันนี้แรกๆเกลียดมากก จะบังคับกูเพื่อ...? แต่ช่วงนี้ใกล้แข่งแล้วรู้เลยอ่ะ ว่าที่แข่งมันก็รุ่นเรา แย่ก็รุ่นเรา รุ่นพี่มาแหกปาก มานั่งเช็คชื่อให้เรา ทั้งๆที่รุ่นเราเป็นคนแข่ง แล้วถ้าลองไปคุยกับรุ่นพี่นะ จะแบบ.... พี่เค้าทำขนาดนี้ เราจะไม่ไปก็แย่ว่ะ

ปล. มหาลัยเราไม่บังคับกิจกรรมเลย ยกเว้น ปฐมนิเทศ
ปลล. เรารักรุ่นพี่ confused smile
Hot! เห็นด้วยอย่างถึงที่สุด และที่สุด ค่ะ

#16 By Miauler on 2009-06-28 21:56

ยังเรียนมัธยม เคยโดนรับน้องมาสองครั้งแล้วค่ะ

พี่ๆเค้าก็ดีนะ open-mounthed smile

แต่... ยิ่งอ่านยิ่งมันส์ !!!

#17 By olive on 2009-06-28 22:35

ในฐานะที่เราอยู่ปี 2
เราก็เห็นด้วยนะ
แบบเรื่องบางเรื่องมันไร้สาระอ่ะ
แบบเราว่าตามสมัครใจดีที่สุด
ตอนเราปี 1 เราไม่ได้ทำเลยล่ะ
ไอ้พวกรับน้องอะHot!

#18 By YB 's GiRL on 2009-06-28 22:39

Hot!
อืม จริงจัง

รร.เราตอนม.ปลายมีรับน้องดีกว่าของมหาลัยเยอะ มีจุดประสงค์ชัดเจน วัยกำลังโอเคเลยด้วย ของมหาลัยดูๆแล้วก็ทำตามรุ่นพี่ไปงั้นๆ ส่วนจุดประสงค์ก็โม้ๆเอา 555+

#19 By ::widchii:: on 2009-06-28 23:15

มีทั้งข้อดีและไม่ดี
แต่ถ้าทำให้บาดเจ็บอะไรงี้ไม่มีเหตุผลมันก็ไม่ดีอยู่แล้ว
แล้วแต่ที่ด้วยมั้ง
คิดซะว่าทดสอบความอดทนตัวเอง
คิดว่าเด็กสมัยนี่ทนอะไรไม่ค่อยได้เลย

#20 By Tako on 2009-06-28 23:23

ถ้ามีแค่ร้องเพลง

รุ่นพี่ รุ่นน้อง รุ่นเพื่อน ทำกิจกรรมด้วยกัน

สนุกสนานปาจิงโกะไปเรื่อย มันก้อโอเคอยู่นะ

หลังๆมานี้พวกว๊ากนี่เหมือนจะหลงประเด็น

จะมาว๊าก มาตะโกน ตะคอก อย่างเดียว -..-

#21 By dokpeep on 2009-06-28 23:38

อืมเหนด้วยบางจุดเเฮะ
ก็ถ้าเป็นพี่เเล้วทำให้ได้อย่างหวังเเล้วกัน
เเล้วจะรู้ว่าความหวังกะการปฎิบัติจริงยากโคตร

บางกิจกรรมเราไม่ชอบก็โดดนะ
ไม่รุ้สิม.เราบอกว่าต้องไปๆเเต่ก็ไม่ได้บังคับอ่ะ
เลยไม่ค่อยรู้สึกไรมาก
เเต่บางม.ที่โหดๆเเบบไม่ไปมีลงโทษเเบบเนี่ย....เกินไปจริงๆ....sad smile

เเต่ถ้าเป็นพวกเข้าร่วมกิจกรรมเเละลัลล้ามาก
กิจกรรมรับน้องนี้ก็ทำให้ได้เพื่อนมากนะ
เเล้วเเต่การปฎิบัติตัวเเละมุมมองด้วยเเหละ เหอะๆๆ
ใครที่ไปเพราะโดนบังคับเสร็จก็กลับ เพื่อนที่จะรู้จักกันในช่วงเวลานั้นก็น้อยลงตามไปด้วยล่ะนะ เหอะๆ
มีทั้งประโยชน์เเละโทษอ่ะเเหละ

เเต่ลองมองกลับกัน คิดดูดีๆ การที่เค้าบังคับเราให้ไป....ในสังคมจริงมีบังคับกว่านี้...เเค่นี้ทนไม่ได้ก็เเย่สิ
การที่เค้าว้ากเราเเรงๆ ในสังคม....มันเเรงกว่านี้ ทนไม่ได้จะทำยังไง....นอกจากโชคดีเข้าสังคงไปเจอพวกจ่ะจ้าอ่ะนะ
กิจกรรมไม่น่าเข้าร่วม...เเค่นี้ยังทนไม่ได้...เเล้วถ้าเจอสังคมในอนาคตที่ไม่น่าสุขล่ะ จะทำยังไง
กลัวรุ่นพี่จนขี้หดตดหาย...ในสังคมมีคนน่ากัวกว่านี้อีกนะ ไม่ลองมองว่าเป็ฯการฝึกให้ชินเหรอ

ทุกอย่างมีเหตุผลในตัวมันเองเพียงเเต่จะมองออกมัย
เเต่สำรหับรุ่นพี่บางคน....มันก็ทำเพื่อความสะใจ....กวนตีนได้โล่พวกนี้

ทนไม่ไหวก็หาทางหลบหลีก

เเต่เขียนได้สะใจดีอ่ะ ชอบ
กำลังโดนรับน้องอยู่เลยค่ะตอนนี้

นอยมาก อาจจะเป็นแค่เราคนเดียว เพราะไม่ชอบโดนใครข่ม

แต่ที่แน่ๆตอนนี้สงสารเพื่อนติดไข้หวัดกันไปหนึ่งในสี่ของคณะแล้ว ไข้หวัด 2009 รึป่าวก็ไม่รู้

แน่นอนว่ารุ่นพี่ยังไม่ยอมปิดห้องเชียร์ -0-

#23 By suvadee on 2009-06-29 00:30

คุณอยากที่จะรับฟังอีกมุมมองนึงมั้ยล่ะครับ
ถ้าไม่ ผมก็จะไม่เขียนให้เมื่อยนิ้ว
ถ้าอยาก เดี๋ยวจะมาแบ่งปันให้ฟังครับ

#24 By padfoots on 2009-06-29 00:39

เอ่อ...
เรื่องรับน้อง
ของ ม.อ. จะเป็นแบบที่พี่ว่านะ
กำหนดวันเวลาชัดเจน
กำหนดหัวข้อของแต่ละวันไว้ด้วย

ไม่ได้จู่ๆจะให้บูมก็บูม บ้าไปแล้ว...

ส่วนน้องสาวผม
เรียนที่มหาลัยดังมาก
ที่ว่ากันว่าเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ
แต่...เท่าที่ผมฟัง
จัดรับน้องได้ห่วยส้นตีนมากๆ
แบบว่า เอารุ่นน้องมาสนองตัณหารุ่นพี่ชัดๆ

ผมเลยบอกไปว่าไม่ต้องเข้า
มีปัญหาเดี๋ยวพี่ยกพวกไปจัดการเอง
หน้าไหนมีปัญหา ตบให้ดิ้น...


ผมว่ามันต้องเจอแบบนี้บ้างนะ ถึงจะหายซ่า...

#25 By ซับบาธ... on 2009-06-29 00:41

ตอนโน้นยังเด็กอยู่ ขี้เกียจมีปัญหา โอเคเพื่อนไปตูก็ไป
แต่ตอนนี้ผ่านมาหลายปีแล้ว ก็ยังไม่เห็นจะมีประโยชน์อะไรเล้ย

#26 By Buffo on 2009-06-29 00:51

ประเด็นที่เขาด่้า เรื่องบังคับนี่แหละ ไม่เกี่ยวว่าระบบจะดีไม่ดีั Hot!
อ้อ ดีใจนะที่พี่เออร์ซ่าผ่านสังคมแบบ ทหารมาแล้วแสดงมุมมองเรื่องนี้ big smile big smile big smile

ไร้สาระสิ้นดีที่บอกว่า รุ่นนี้มี รุ่นต่อไปก็ต้องมี

ไม่เข้าเลว เห็นแก่ตัว ไม่มีทางประสบความสำเร็จ ชิบหายวายป่วง ผมล่ะเบื่อ น่ารำคาญ
ที่จริงสุดท้ายก็อยากให้รุ่นน้องจัดบายเนียร์แพงๆให้่ใช่ไหมล่ะ open-mounthed smile
เกลียดที่สุดคือการที่บอกว่าการว๊ากจะช่วยให้อดทนต่อความกดดันในสังคมได้
ตรงไหน?
วันนั้นเห็นเพื่อนผู้ชายตะโกนด่ากราดเพื่อนในคณะด้วยคำหยาบมากกกก เพราะรุ่นพี่ไล่ออกมาจากห้องเชียร์หมดทั้งรุ่น แล้วเพื่อนคนอื่นก็เหวี่ยงกันเอง ด่ากันไปกันมา เฮ้ออออ เข้าว๊ากมาจะเป็นเดือนแล้ว
อดทนจริงๆ -*-

แล้วภูมิต้านทานต่อสิ่งเลวร้ายในสังคมมันสร้างได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงในการว๊ากเนี่ยนะ
ถ้าอย่างนั้นคนที่ไม่เคยเรียนระดับอุดมศึกษา เรียนม.เปิด ก็คงไม่สามารถดำเนินชีวิตในสังคมได้เลยเนอะ รับความกดดันไม่ได้

เอาพี่ผู้หญิงมากระแนะกระแหนเสียงแหลมๆ แดกดันนู่นนี่ ด่าไปด่ามา หาเรื่องด่าได้หมด มีพี่ผู้ชายคอยนำ มันน่ารำคาญและง่วงนอนที่สุดเป็นการพูดจาที่ตอบรับกันเป็นทอดๆเหมือนซ้อมไว้แล้ว(เอาจริงๆก็รู้ว่าบางที่ซ้อมว้ากด้วย หรือจะซ้อมว้ากทุกที่หว่า)

ไม่เข้ารับน้อง ไม่เข้าว๊าก ไม่รักเพื่อนมั่งล่ะ(ของอย่างนี้มันที่ใจค่ะ พวกที่เข้าบางคนอ่ะ สองหน้าจะตาย )

ไม่เข้ารับน้อง ไม่เข้าว๊าก ไม่มีเพื่อนนะ (อ้าว แล้วเพื่อนทั้งเอก ไหนจะกลุ่มที่คิดเหมือนกันและไม่เข้าเหมือนกันอีกบานตะไท นี่ก็เพื่อนนะ สนิทด้วย เริ่มคุยจากการไม่เข้านี่แหละ)

ไม่เข้า ไม่ได้รุ่น จะตัดรุ่น ( ถามหน่อย ถ้าได้รุ่น ตกงานจะมาหาเงินเลี้ยงป่ะ เป็นน้องพี่แล้วนี่

เคารพรุ่นพี่ เคารพคณะ เคารพอ. เคารพสถาบันเสมอค่ะ

แล้วอย่ามาบอกว่ามันเป็นประเพณี ที่ทำอยู่ทุกวันนี้อ่ะบางอย่างมันไม่ได้ดีเลยนะ จะเรียกว่าประเพณีได้ไง

พวกเพื่อนที่เข้าบางกลุ่มก็ขอความกรุณาเถอะ อย่าคลั่งมาก ทั้งคลั่งสถาบันและกิจกรรมจนลืมเรียน เอาแต่เตรียมตัวรอกิจกรรมรับน้องและกระแนะกระแหนเพื่อน

อีกอย่างอย่ามาบังคับทางอ้อมด้วยการให้เพื่อนหรือสายรหัสมากดดัน ถ้าจะทำแบบนี้ให้ผู้ปกครองเซ็นยินยอมหรือไม่ยินยอมทำไม แล้วประกาศ ม.ก็จะทิ่มตาแล้วว่ากิจกรรมทุกอย่างให้เป็นไปตามความสมัครใจของนักศึกษา

กิจกรรมอื่นก็ทำ ไม่เห็นหรือไงคะ
อะไรที่ทำก็เพราะสมัครใจ
ส่วนที่ไม่ทำก็เพราะไม่สมัครใจ

#29 By GS♥ 20 ! on 2009-06-29 03:16

เราคนนึงที่เคยว่าโดนรับน้องโหด(ในระดับนึง)มา (อาจจะมีที่อื่นโหดกว่า - -)

ตอนแรกรุ่นพี่หลอกให้ไป เราก็ไม่รู้เรื่องไรเลย
ก็เลยไปๆงั้นๆ ไม่คิดว่าจะอะไร อาศัยว่าได้อยู่กับเพื่อน ก็เลยไป (ใจจริงไม่ได้อยากรับน้อง แต่อยากอยู่กับเพื่อน- -)

ไปถึงรุ่นพี่ลากรถมาจากรถเลยค่ะ ตกใจอย่างแรง -0-
แล้วก็ในลอดซุ้มโคลก แถมดันเอาอิฐแตกๆรองไว้ที่พื้น คลานออกมานี้เลือดอาบขากันทุกคน - -

เราเป็นผู้หญิงก็ดีหน่อย โดนน้อยกว่าผู้ชาย - -
สงสารพวกผู้ชายจริงๆ - -

กิจกรรมมีแขยงอีกเยอะ แต่เล่าไปแล้วคง...sad smile sad smile

ไม่ชอบเหมือนกันค่ะ พวกรุ่นพี่บ้าอำนาจ ยิ่งบางคนบ้าอำนาจแล้วเป็นพี่ว้ากด้วยแล้วล่ะก็ - - หนวกหู น่ารำคาญ

ยังก็ดีใจด้วยกับคนที่โดนรับน้องแบบประทับใจค่ะ

#30 By Shakure[シャクレ] on 2009-06-29 10:15

ไม่บังคับ ไม่มีใครมาอ่ะนะ

ขึ้นทำไมสแตนด์เชียร์ นอนอยู่บ้านดีกว่า

#31 By ซูเนะโอะ on 2009-06-29 11:07

เห็นด้วย ทั้งหมดเลย

#32 By Dearcool on 2009-06-29 12:57

ยังเป็นเด็กม.6

และยังไม่อยากเจอรับน้องแย่ๆ..
เห็นด้วยนะว่าอย่าบังคับ แต่มันก็ผิดกันทั้งสองฝ่าย คือคนที่บังคับและคนที่โดนบังคับ

ไม่เคยเจอการบังคับให้ร่วมกิจกรรมรับน้อง เพราะเรารู้ว่ามันไม่ใช่กิจกรรมของมหาวิทยาลัย ไม่ใช่การเรียนการสอบ ติดธุระก็ลา ปวดท้องเมนส์ก็หยุด ไม่อยากทำก็ไปเดินพารากอน แหกปากเชียร์จนหลอดลมอักเสบก็ไปหาหมอ ถูกรุ่นพี่ทรมานหรือทำร้ายร่างกายก็แจ้งตำรวจ เราเลือกได้ว่าจะทำหรือไม่ทำ

ตอนปีหนึ่ง เพราะมีโรคประจำตัวคือภูมิแพ้ เข้าห้องเชียร์โสโครกๆ ฝุ่นเขลอะแล้วผื่นขึ้นแดงทั้งแขนขา ยิ่งโอบคอเพื่อนเปื้อนเหงื่อชาวบ้านบูมนี่ไม่ต้องพูดถึง ผื่นขึ้นแน่นอน เลยไม่เข้าห้องเชียร์มันซะเลย เพื่อนมาบ่นให้ฟังว่าเหนื่อย ไม่อยากเข้า แล้วถามเราว่าทำไมแกไม่เข้า เลยย้อนถามว่า แล้วแกล่ะ ไม่อยากเข้าห้องเชียร์แล้วเข้าทำไม การเดินยืดอกเข้าห้องเชียร์กับการโดนจูงเข้าไปไม่เหมือนกันนะ

สำหรับกิจกรรม เต้น(ไม่สัปดน) เล่น จับกลุ่ม แสดงละคร มันก็เป็นกิจกรรมที่บันเทิงดี ทำให้สนิทกันง่ายขึ้น ฝึกให้น้องกล้าแสดงออกด้วย คิดว่าเป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์นะ แต่กิจกรรมที่คิดว่าไร้ประโยชน์ที่สุดคือการว้ากน้อง การวิ่ง ซิทอัพ ลุกนั่ง บลาๆๆ ไม่ได้เรียนรด. ไม่ต้องมาฝึกทหาร รวมไปถึงกิจกรรมขึ้นครู ดื่มเหล้า อัดบุหรี่ สถาบันดีๆ คงไม่มีกิจกรรมเหล่านี้อีกแล้วมั้ง

เคยเจอรุ่นพี่ว้ากเสแสร้่ง ตะคอก พูดหยาบคาย น้ำลายกระเด็นเปรอะน้อง แล้วแกล้งทำมาปลอบตอนจบห้่องเชียร์ บอกว่าไม่ได้อยากว้าก เพราะรู้ว่าน้องรู้สึกไม่ดี โง้นงี้ น้ำเน่า ไม่อยากแล้วทำทำไม รู้ว่าน้องจะรู้สึกไม่ดีแล้วทำไปทำไม สุภาพชนเค้าพูดกันยังไงเหรอ? แค่นี้ยังไม่รู้ก็ไม่ต้องมาเป็นรุ่นพี่ใครแล้ว ไม่ว่าจะเสแสร้งแกล้งทำหรือสันดานเก่าออกก็ช่างเถอะ

รุ่นพี่บางคนมีปากไว้ว้ากน้อง แต่ตัวเองทำไม่ได้ ว้ากน้องให้มีระเบียบ ตรงต่อเวลา แต่งกายสุภาพเรียบร้อย ก่นด่าสาดเสียเทเสีย ทั้งๆ ที่ตัวรุ่นพี่เองมาเรียนสายตลอด การบ้านก็ลอกเพื่อน แต่งตัวห่วยแตกลากแตะช้างดาวโชว์กางเกงในบ็อกเซอร์ จะแต่งตัวเป็นผู้เป็นคนก็เฉพาะตอนที่สวมมงกุฎตำแหน่งพี่ว้าก มันยังมีหน้าไปด่าน้องได้ไม่อายปาก

แล้วเหตุผลล้านแปดเช่น "รับเป็นน้อง" "เพื่อฝึกความอดทน" "เพื่อฝึกความสามัคคี" ทีหลังทำกิจกรรมเสร็จกรุณาติดตามผลด้วยว่าจัดกิจกรรมไปแล้วมันให้ผลอย่างนั้นจริงหรือเปล่า ถ้าไม่ ปีหน้าก็ไม่ต้องจัด เปลืองงบโดยใช่เหตุ หรือถ้าอยากจัดก็ต้องปรับปรุงให้ดีกว่า้เดิม ไม่ใช่จัดเพราะเป็นประเพณีที่เค้าทำกันมานานซ้ำๆ ซากๆ

แต่กิจกรรมรับน้องที่สนุกสนาน สร้างสรรค์ น่ารัก ก็มี และเคยได้เข้าร่วมมาแล้วตอนม.ปลาย เพราะรับน้องจะดีหรือไม่ดี อยู่ที่คน

#34 By persona non grata on 2009-06-29 13:50

เห็นด้วยอย่างยิ่งยวดครับHot!

#35 By DeathTheKid on 2009-06-29 14:58

Hot!
ผมเป็นคนนึงที่เรียนจบมาโดยการไม่ผ่านการรับน้อง
เพราะผมไม่ว่างไปแต่ผมก็สนิทและรักใคร่กันดีกับเพื่อนในกลุ่มคณะ

จบมาแล้วเพื่อนที่ว่าต่างก็แยกย้ายกันไป ทุกวันนี้แค่ส่ง sms ให้กันตอนปีใหม่แค่นั้น

ผมก็เห็นด้วยนะกับกิจกรรมรับน้อง เคยช่วยๆ เค้ารับบ้างตอนปีสามปีสี่แต่เป็นแค่รับน้องสาขาแค่พูดคุยไปกินข้าวกันอะไรแบบนั้น

ประเภทที่ไปรับน้องแบบเหมือนฝึกทหารนี่ผมไม่ชอบเลย เหนื่อยกับเซ็งมันจะทำให้คนรักกันได้ยังไงไม่เข้าใจ tongue

#36 By บราอู1984 on 2009-06-29 15:22

อืมก็นะเคยคิดว่าพอถึงตอนนั้นก็คงเจอเอง...
อยากรู้ว่าพอถึงตอนนั้นผมจะเจอซากอ้อยรึเปล่า...
ขอบคุณมากครับที่ชี้แนะแนวทางอะไรๆดีก่อนที่ผมจะได้เข้าไปอุดมศึกษามั่ง ^^b
Hot! Hot! Hot!
แจกดาวไป cry

#37 By Nakatokung on 2009-06-29 17:23

ยาวมาก
แต่ก็เห็นด้วยทั้งหมด

ตอนเดินไปฝั่งมหาลัยเห็นเค้ารับน้องกัน
ยังแอบคิดเลยว่า ขนาดเราเด็กกว่าเค้ายังไม่เห้นต้องมาทำอะไรแบบนี้เลย

มีให้น้องไปยืนแซวสาวด้วย
ได้อะไรขึ้นมานะอยากรู้จริงๆ

Hot! Hot!

#38 By Prae on 2009-06-29 17:54

Hot! Hot! Hot! เห็นด้วย !

ขนาดคณะเราหญิงล้วน แต่ก่อนรับน้องรุ่นพี่ก็บอกนะ คุณอยากให้พี่รับน้องรึเปล่า ถามแบบ ใครๆก็ต้องตอบว่ารับคะ/ครับ ใครจะกว่าหือ จริงมั้ย !?

แต่อย่างว่า บางครั้งเข้าห้องเชีย เราก็ไม่ได้ไป
เรื่องบูมนี่เบื่อที่สุดอ่ะ อยู่ๆเพิ่งออกจากห้อง รุ่นพี่ก็มาดักรอแล้วก็ให้บูมกันตรงนั้นแหละ - -

ตอนม ปลาย ไปเข้าค่ายกับพระอาจารย์ยังสำนึกในบุญคุณมากกว่ามาฟังรุ่นพี่บ่นอีก = =

ปฏิทินรับน้องของเรามี แต่ว่าไม่เคยตรงเวลา อย่างตอนเย็นบอกเลิก 17.00 เอาจริงกลับเกือบ 5 ทุ่ม ...
กลับไปตอนเช้าก็ยังนัด 6.30 จริงๆเราก็เข้าใจนะว่ารุ่นพี่ก็เหนื่อยกับเราเหมือนกัน แต่ทำไมคะ รุ่นพี่เคยเจอยังไงรุ่นน้องต้องเจอแบบนั่นเหรอคะ

แล้วยังมาบอกว่า แค่นี้คุณทนไม่ได้แล้วคุณจะทนอะไรได้

ปล ถ้าผู้ใหญ่ยังไม่ให้ความสำคัญ ทุกๆปีมันก็เกิดข่าวอะไรแบบนี้อีก เฮ้อ

#39 By ⓢnⓢd ♥ ⓗo|îc ♪ on 2009-06-29 18:44

มีวิธีการอีกมาก..
เพื่อเพิ่มความสามัคคี

Hot!

#40 By MomMom on 2009-06-29 19:16

อื้ม

แต่ที่มอก็เปลี่ยนชื่อแล้วเหมือนกัน

กิจกรรมสัมพันธ์ฉันท์พี่น้อง big smile

#41 By iTualek on 2009-06-29 19:55

จริงๆการรับน้องมันก็มีแง่ดีบางแง่ครับ ถ้ารู้จักการใช้การรับน้องให้เป็นประโยชน์ แต่ตามที่เป็นข่าวหน้าหนังสือพิมพ์มันค่อนข้างรุนแรงและไร้เหตุผลครับ ปกติในต่างประเทศเค้าก็มีการรับน้องนะครับ แต่ว่าวิธีการอาจจะไม่พิศดารหรือรุนแรงแหวกแนวเหมือนบ้านเราเท่าไร แล้วการรับน้องเพื่อความสามัคคีผมว่ามันก็อาจจะใช้ได้ในบางสถาบันเช่นสถาบันทหาร ตำรวจ ความมั่นคง เพราะต้องการความเป็นระบบระเบียบสูงและเมื่อสำเร็จการศึกษาไปต้องรักษาความมั่นคงของประเทศ

แต่ในทางกลับกัน ถ้าการทำงานตามองค์กรเอกชนปัจจุบัน อาศัยที่ความสามารถกับการสร้างประโยชน์ให้องค์กร ดังนั้น หลายๆกรณีที่รุ่นน้องอาจจะได้ตำแหน่งงานที่สูงกว่ารุ่นพี่ก็ได้ครับ หากรุ่นน้องมีความรู้และความสามารถดีกว่ารุ่นพี่

ไม่ว่ารุ่นพี่รุ่นน้อง เวลาทำงานในองค์กรเอกชน "ไม่นับรุ่น"ครับ "ความรู้ความสามารถ" และ "การสร้างประโยชน์ให้กับองค์กร" มาเป็นอันดับหนึ่งครับ....

จัดไป Hot! 1 ดอก
ถ้าไม่ชอบให้มีการรับน้อง
พี่น้องคณะเดียวกันไม่ต้องรู้จักกัน
เพื่อนไม่ต้องรู้จักกัน
ก็ไปเรียนเมืองนอกสิคะ ที่นั่นไม่มีรับน้อง
ต่างคนต่างอยู่

กิจกรรมปัญญาอ่อนทุกอย่างที่คุณถูกเคยให้ทำแหละค่ะ
มันมีข้อคิดและพอยต์ที่มีสาระแฝงอยู่ทั้งนั้น
(วงเล็บไว้ว่า ถ้ามันเป็นกิจกรรมที่ใช้วิจารณญาณกันมาแล้ว ว่าอยู่ในศีลธรรมอันดี ไม่บังคับขู่เข็ญน้องจนเกินไป)
กันที่ทำรับน้องแล้วน้องมันไม่มาเนี่ย
คนทำมันเสียใจนะคะ
คุณเคยเป็นคนทำรับน้องรึเปล่า
คุณถึงมาว่าการรับน้อง การชวนน้องมาเข้าร่วมกิจกรรมว่าเรื่องปัญญาอ่อน

ยอมรับมาสิคะ ว่าคุณไม่ได้รูจักใครในคณะเพิ่มขึ้น จากการรับน้อง การรับน้องไม่ได้ทำให้คุณรู้สึกว่าคุณยังมีรุ่นพี่อยู่ข้างๆ
ลองไปคุยกะคนที่เรียนเมืองนอกสิคะ เค้ามีแต่คนอยากจะมีรับน้อง
ถ้าเวลาเพียงช่วงสั้นๆทำให้คนรักกันได้ขนาดนั้นก็คงจะดี

คิดถึงสถาบัน คิดถึงรุ่น คิดถึงหน้าตาในสังคม คิดถึงคนที่เหนื่อย


แล้วคิดถึงน้องบ้างมั้ย?
Hot!

#44 By urasmota* on 2009-06-29 22:06

แสดงความคิดเห็นได้อย่างตรงไปตรงมาและเต็มไปด้วยสาระ แถมยังเสนอแนวทางแก้ไขที่สร้างสรรค์ นับถือ ๆ ครับ

Hot! Hot! Hot!

อย่างไรดี, ผมอยากแสดงความคิดเห็นต่างนิดนึงเรื่องที่ห้ามมีการบังคับน้องมาเข้ากิจกรรมรับน้อง

ผมเองเรียนอยู่สถานบันแห่งหนึ่งที่เป็นจุดเริ่มต้นการรับน้องก็ว่าได้

เท่าที่ทราบมา ประเพณีรับน้องของสถาบันผมเกิดจากการชกต่อยกันระหว่างรุ่นน้องเฟรชชีกับรุ่นพี่ซีเนียร์ แน่นอนพี่ ๆ ทุกคนแค้นน้องใหม่อย่างมากในตอนแรก ก่อนที่จะเปลี่ยนความโกรธแค้นนั้นจัดเป็นประเพณีรับน้องในรูปแบบที่แสนจะอบอุ่นภายใต้บรรยากาศแห่งการให้อภัย และทำให้น้อง ๆ ทุกคนรู้สึกว่าได้เป็นส่วนหนึ่งของสถาบันแห่งนี้อย่างเต็มตัว

ตอนที่ผมก้าวเข้ามายังที่แห่งนี้ ก็มีการจัดอบรมตามประเพณีดั้งเดิม มีการบังคับให้น้อง ๆ ทุกคนเข้าฟังอบรม ระหว่างการอบรมก็มีกฎเกณฑ์ข้อบังคับมากมาย ต้องนั่งตัวตรงบ้าง ห้ามยุกยิกบ้าง ให้ทำผิดกฎ พี่ ๆ พร้อมเรียกให้ลุกขึ้นยืนเพื่อเป็นการทำโทษได้ทุกเมื่อ

ซึ่งแม้พี่ ๆ ทุกคนจะพูดอยู่เสมอว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการเตรียมตัวน้อง ๆ ให้พร้อมสำหรับการมาเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่ก็ตาม แต่ผมเองก็ไม่ได้เข้าใจถึงความสำคัญของประเพณีรับน้องในตอนนั้นเลยแม้แต่น้อย

อย่างไรก็ตามเมื่อผมเปิดหูรับฟังสิ่งที่ผู้มาพูดโดยปราศจากอคติ และทำใหจให้เป็นกลางแล้ว, สิ่งที่เกิดขึ้นในความรุ้สึกของผมในตอนนั้นนอกจากความเมื่อยล้าที่เป็นผลจากการฝืนบังคับกล้ามเนื้อให้นั่งตัวตรงนั่นก็คือทุกคนที่มาอบรมไม่ว่าจะเป็นรุ่นพี่ที่อายุไล่เลี่ยกัน รุ่นพี่ที่จบไปหลายปี ตลอดจนอาจารย์หลายท่านที่เกษียณไปแล้วล้วนแต่บอกเล่าประสบการณ์ดี ๆ ที่นำไปใช้ได้จริง

นอกจากนี้ทุกคำพูดยังแฝงไว้ด้วยความห่วงใยบุคคลแปลกหน้าที่ไม่เคยได้รู้จักกันมาก่อน เช่นน้องใหม่อย่างพวกผมแทบทั้งสิ้น

หลังการอบรมจบลงผมรู้สึกว่าตัวเองได้เปิดอะไรใหม่ ๆ ให้ชีวิตมากมาย และเริ่มมั่นใจในการใช้ชีวิตในสถานที่แปลกถิ่นมากขึ้น เพราะรู้สึกว่าตนเองรู้จักที่แห่งนี้เพิ่มขึ้นเพราะการอบรม และตัวเองไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว หากแต่มีพี่ ๆ และอาจารย์คอยช่วยเหลืออยู่ตลอดทุกเมื่อ

และเมื่อหลายปีผ่านไป ผมมายืนอยู่ตรงจุดที่ต้องจัดการอบรมรุ่นน้องบ้าง ผมและเพื่อน ๆ ไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากต้องทำสิ่งเดิม ๆ ที่รุ่นก่อน ๆ ปฏิบัติกันมานั่นคือ "บังคับ" รุ่นน้องให้เข้าฟังการอบรมทุกคน

มันไม่ใช่เป็นการวางอำนาจบาตรใหญ่ หรือขู่ให้น้องเกรงกลัวกับความเป็นพี่ เพราะคำว่า seniority ของสถาบันผมหาได้เป็นอย่างนั้นไม่

จึงอยากให้น้อง ๆ ทุกคนได้รับรู้ไว้

แม้ตอนนี้น้อง ๆ อาจจะมีคำถาม

แม้น้อง ๆ หลายคนอาจจะยังไม่เข้าใจ

แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผมเชื่อว่าน้อง ๆ ของผมที่ได้รับการอบรมรับน้องตามประเพณีที่พวกผมปฏิบัติกันมาจะเข้าใจได้เองว่าความสำคัญของสิ่งนี้คืออะไรโดยตัวของพวกเขาเอง

เหมือนกับที่พี่ ๆ ทุกคนรู้สึกถึงสิ่งนั้นขึ้นมา...โดยไม่รู้ตัว

#45 By Highwind on 2009-06-29 23:04

ในขณะที่ผมเกลียดกิจกรรมสันทนาการและการวางอำนาจของรุ่นพี่อย่างถึงที่สุด แต่สำหรับผมแล้ว ไม่เคยต่อต้านการรับน้องเลยแม้แต่น้อย หากมันจะเป็นไปโดยความหวังดีที่รุ่นพี่มีให้กับรุ่นน้องจริงๆ

คุณ highwind (คำตอบที่ 45) ได้พูดไว้แล้วว่า การรับน้องครั้งแรกในประเทศไทยมีสาเหตุจากการชกต่อยระหว่างรุ่นน้องกับรุ่นพี่ หรือถ้าจะว่าให้ถูกก็คือ รุ่นน้องตั้งใจชกต่อยรุ่นพี่ โดยเตรียมการไว้ล่วงหน้า เมื่อเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้น พี่ๆ ย่อมแค้นใจ แต่จะหาทางออกอย่างไรที่ดีไปกว่าการรับน้องนั้นไม่มีอีกแล้ว

การอบรมครั้งแรก ซึ่งเริ่มต้นจากการให้น้องสารภาพความผิด และสำนึกในสิ่งที่ตนทำผิดไป ซึ่งรุ่นพี่ก็ให้อภัยและแนะนำสิ่งที่ถูกที่ควร อันเป็นการผ่อนคลายความโกรธแค้นระหว่างกัน ซึ่งถือเป็นต้นแบบการอบรมของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลซึ่งมีต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้กว่า 80 ปี

ปัญหาของการรับน้องในปัจจุบัน อยู่ที่ความไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริงของการรับน้อง จึงคิดแต่เพียงว่าการรับน้องคือการที่พี่ได้แสดงความอหังการ์ของตนต่อรุ่นน้อง สั่งรุ่นน้องทำโน่นทำนี่อย่างที่ตัวเองพอใจ โดยไม่เคยพิจารณาดูความเหมาะสมเลย ซึ่งเป็นเรื่องไม่สมควรอย่างยิ่ง อีกทั้งรุ่นพี่เกือบทั้งหมดยังไม่เข้าใจว่าการอบรมนั้นมีจุดมุ่งหมายเพื่ออะไร เพราะรู้จักแต่การว้ากซึ่งไร้ประโยชน์อย่างยิ่งในสังคมปัจจุบัน

หากรุ่นพี่ได้ลองกลับมามองดูเหตุผลที่แท้จริงของการรับน้องเสียบ้าง รวมทั้งเข้าใจว่าการอบรมมีจุดประสงค์เพื่ออะไร ผมเชื่อว่าประวัติศาสตร์อันน่าเศร้าซึ่งเกิดจากความเมามันของรุ่นพี่ คงจะไม่เกิดซ้ำอีกแน่ครับ

Hot!

#46 By รัตนาดิศร on 2009-06-30 19:56



ผมจะบอกว่า ผมโดนตัดน้อง โดนตัดรุ่นจนยันปี 3

แล้วพอผมมีประโยชน์ เพื่อนๆก็มาหาผมเองแหละ

ตอนนั้นเองที่ผมเข้าใจในคำพ่อสอนเลย

"เอ็งมีประโยชน์ คนก็เข้ามาหาเองแหละ"

ตอนแรกโกรธพ่อจะตาย แต่พอเห็นสัจธรรมแล้วพอเข้าใจเลยละว่าทำไมพ่อพูดแบบนั้นใส่ผม

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#47 By Jammaster X on 2009-07-02 05:06

ผมเห็นด้วยมากครับ
ผมกำลังจะทำหนังสั้นประเด็นนี้อยู่พอดี
ตอนนี้เป็นช่วง research ครับ
ผมมองว่าการรับน้องถือเป็นการทำร้ายเด็กน่ะครับ
ทำให้เกิดระบบตีกัน รักสถาบันและไม่ฟังใครนอกจาก คนในสถาบันเด๋วกัน
Hot! Hot! Hot!

ปีหน้าครับปีหน้า

#49 By POstLOdd on 2009-07-09 20:50

คุณคะ ดิฉันโคตรจะนับถือคุณมากๆเลยค่ะที่เขียนเอ็นทรี่ได้ดีขนาดนี้ ประเด็นนี้เป็นเรื่องที่ชวนหงุดหงิดมานานมาก แต่เมื่อพอลองสู้ ลองเถียงแล้วเจอประโยคสิ้นคิดเถียงกลับมาเป็นตับ ก็หมดอารมณ์จะเถียงกับมันละ

อยากเห็นความเปลี่ยนแปลงค่ะ จะทำยังไงกันดี

#50 By พยูนตุ๊ต๊ะ on 2009-07-12 02:17