หลังจากช่วงปีที่ผ่านมาเรื่องของการรณรงค์งดใช้ภาษาวิบัติเป็นเรื่องที่บูมมาก
และเริ่มซา ๆ ไปและหาข้อสรุปได้ว่าขึ้นอยู่กับกาลเทศะเป็นสำคัญ มีการให้เหตุผลในส่วนของการใช้ภาษาแชท ภาษาพูด และภาษาเขียน

ทว่ามีไข้หวัดนก ก็ต้องมีไข้หวัดหมู มีไข้หวัด 2009 ตามมา
ตอนนี้ที่ตามบด ตามบี้เดอะสตาร์ มาติด ๆ ก็เป็นเรื่องของ

ตรรกะ วิบัติ (fallacy)

หรือ เหตุผลวิบัติ หรือ ทุตรรกะ หรือ การทิ้งเหตุผลนั่นเอง
ตรรกะวิบัติ ก็คือ เหตุผลที่ไม่ดี การหาเหตุผลอย่างผิด ๆ และยอมรับไม่ได้นั่นเอง

คำนี้เป็นที่กล่าวถึงในวงที่ค่อนข้างกว้างขวาง มีการสำรวจและให้ความหมายของคำว่าเหตุผลวิบัิติหรือตรรกะวิบัติ
บางแห่งถือว่าการใช้เหตุผลวิบัติคือการใช้ข้ออ้างที่ไม่มีความสัมพันธ์ทางเหตุผลกับข้อสรุป

พูดง่าย ๆ ก็คือ เหตุผลและจุดประสงค์ที่ต้องการไม่ตรงกัน เช่นการอยากแต่งตัวยั่ว ๆ ก็ให้เหตุผลว่า
สมัยนี้ใครก็แต่งกัน ดังนั้น การแต่งตัวยั่ว ๆ ไม่ผิด

เหตุผลและผลสรุปแม้จะไม่สัมพันธ์กัน แต่มันก็แถไปด้วยกันได้โดยอ้างจากยุคสมัยและความนิยม

 

ตรรกะวิบัติแบ่งเป็นหลายกรณีและหลายเหตุผล โดยจำแนกได้ดังต่อไปนี้

1. อ้างสิ่งที่ทำกันมา
เช่นการรับน้องที่กระทำสืบต่อกันมา ทำไมจึงมีความรุนแรง
รุ่นพี่ก็จะให้คำตอบว่า "มันเป็นสิ่งที่ทำสืบต่อกันมา รุ่นอื่น ๆ ทนได้ เราต้องทนได้"

งั้นถ้ามองกันตามจริงแล้ว
จริงเหรอ ที่ว่าสิ่งใดที่ทำสืบต่อกันมาจะเป็นสิ่งที่ดีเสมอไป ยกตัวอย่างเช่นการมีทาส หรือการกีดกันด้านการศึกษาในเพศหญิงในสมัยก่อน ก็เป็นสิ่งที่ทำสืบกันมาหลายยุคหลายสมัย
ถ้าเป็นสิ่งที่ดี ทำไมมีการยกเลิกไป ไม่งั้นเดี๋ยวนี้ก็ยังมีท่านเก้าพันกว่า ๆ (จะหมื่น) ศักดินาห้าพันไร่ไพร่ทาสเต็มเรือน ผู้ชายเรียนวัด ผู้หญิงอยู่เรือนสิครับ

 

ตรรกะที่ว่าด้วยการทำสืบต่อกันมา สามารถสรุปได้ดังนี้

- สิ่งใดที่ทำสืบต่อกันมานานแล้ว เป็นสิ่งที่ดี
- การรับน้องทำมานาน การรับน้องถูกต้อง

ถ้าหากจะให้เหตุผลว่าการรับน้องที่มีความรุนแรง (ทั้งกายและใจ) เป็นสิ่งที่ดี ควรจะให้เหตุผลที่ดีกว่านี้ครับ
รวมถึงการรับน้องที่ทำร้ายจิตใจด้วย ควรจะมีเหตุผลให้กระทำตาม นอกเหนือจากเรื่องของการทนถูกกระทำ
หรือในเรื่องของการเผชิญแรงกดดันในสังคม หรือในเรื่องของการคบหาครับ

 

 
 

2. การอ้างคนส่วนใหญ่ หรือ อ้างตัวอย่างจากคนอื่น
เช่น เมื่อถามว่า เป็นมืออาชีพนักเขียนการ์ตูนแล้ว จะรวมตัวกัน ทำไมยังทำงานทางใครทางมันอยู่
ไม่มีการวางแผนงานแบ่งหน้าที่ หรือทำงานให้ส่งเสริมกัน

นักเขียนเทพก็ให้คำตอบว่า ใครใครเขาก็ทำกันอย่างนี้ เป็นต้น

แต่จริงเหรอ ที่ใคร ๆ เค้าก็พูดกัน หรือทำกัน เป็นสิ่งที่ถูกต้อง
ถ้างั้นถ้าคนส่วนใหญ่ พูดว่า คุณมันนักเขียนเทพ โคตรเทพเลยค่ะ ท่านเทพ
คุณก็เทพขึ้นมาซะอย่างงั้นสิ ? อ๊า ท่านเทพ ชาบู ชาบู

หรือเรื่องภาษาวิบัติ ถ้าบอกว่าใคร ๆ เค้าก็ใช้กัน ใคร ๆ เค้าก็เขียนกัน
ก็แปลว่าภาษาวิบัติแบบพวกมากลากไป ก็เป็นสิ่งที่ดีงั้นสิ แอร๊ย ตะเองนิระกร้อ แอบชั้ยเหมือนกัลชิมิล่า
ครัย ๆ เค้าก็ชั้ยกัน แอ๊บแบ๊วอิแช้นรู้ว ครุนก็ชรั้ยยยย แป้งเย็นตรางูผมรู้มึงก็ใช้ อะไรแบบนั้น

กรณีนี้ีสรุปได้ดังนี้
- หากคนส่วนใหญ่ทำหรือเชื่อสิ่งใด สิ่งนั้นถูกต้อง
- สิ่งนี้คนเชื่อ และกระทำ สิ่งนี้จึงถูกต้อง

 

3. อ้างเจตนา

เช่น การแต่งตัวล่อตะเข้ แล้วพ่อแม่ท้วงว่าอันตราย ก็่บอกว่าไม่ได้กะไปล่อตะเข้ แต่อยากสวย
หรือ การใส่ทองเส้นเท่าโซ่ล่ามกระทิง แล้วพอมีคนถามว่าไม่กลัวโดนปล้นเหรอ ก็ตอบก็ว่าไม่ได้กะใส่ให้คนปล้นนี่นา

แต่จริงเหรอ ที่พอไม่เจตนาหรือตั้งใจให้เกิดสิ่งใด แล้วสิ่งนั้นจะไม่เกิดขึ้น
สมประสงค์วาจาสิทธิ์อิทธิฤทธิ์สั่งฟ้าสยบดิน ?

เวลาใส่ทองไปซ่องโจรก็ไม่ต้องกลัวมันปล้น เพราะไม่ได้ใส่มาให้ปล้น อนุญาตให้ดูอย่างเดียว
เรอะ ?

สรุปกรณีนี้ได้ว่า
- หากผู้กระทำมีเจตนาใด ๆ ผลของการกระทำจะเป็นไปตามเจตนานั้นเสมอ หรือเป็นตามเจตนานั้นเท่านั้น
- ผู้กระทำมีเจตนาให้คิดแง่ดี แต่การกระทำไม่ใช่ ทุกคนก็ต้องเข้าใจเจตนาตามเจตนานั้นเสมอ

4. อ้างความน่าเห็นใจ
เช่น ถามว่า ทำไมถึงก็อปนิยายคนอื่นไปแอบอ้าง ก็อ้างว่า ทำไปเพราะความจำเป็น ต้องส่งอาจารย์แต่ทำไม่ทัน

แต่จริงเหรอ ที่ถ้าทำอะไรที่เป็นความเดือดร้อนจำเป็นน่าเห็นใจแล้วจะทำในสิ่งที่ถูกต้อง
ถ้าเช่นนั้น ไปปล้นร้านทองแล้วบอกว่าเอาไปซื้อนมให้ลูก จะไม่ติิดคุก?

หรือที่ว่าขายตัวไปเพราะความจำเป็น แล้วมีคนมาปล้นเงินที่ได้มา แล้วบอกว่าจำเป็น ก็สามารถยอมได้ ?
ช่วย ๆ กัน จำเป็นเหมือนกัน เออ เอาไปเหอะ เดี๋ยวไปหาลูกค้าใหม่ งี้เรอะ ?

กรณีนี้สรุปได้ว่า
- หากกระทำการใดมีเหตุผลน่าเห็นใจ การกระทำนั้นถูกต้อง
- กระทำข้างต้นมีเหตุผลน่าเห็นใจ การกระทำข้างต้นถูกต้อง

5. อ้างความเชื่อ
เช่น มีคนกล่าวว่าถ้าเก็บภาษีมาก ๆ มาเพิ่มบริการ การศึกษาหรือสุขภาพฟรีแก่ประชาชนคนรวยจะไม่หอบเงินหนีออกนอกประเทศ เพราะเชื่อว่าคนไทยรักชาติ
พอถามว่าทำไมเป็นเช่นนั้น ก็ตอบว่าเพราะตนเชื่อแบบนั้น

หรือมีคนมาบอกว่าเพื่อนของคุณนิสัยไม่ดีนะ ชอบโกงเงินคนอื่น แต่คุณปฏิเสธว่าไม่จริงเพราะเพื่อนไม่ใช่คนแบบนั้น พอถามว่าทำไมก็บอก ว่าเพราะฉันเชื่อใจเพื่อน
หรือฉันปิดม็อบเพื่อประชาธิปไตย การทำเช่นนี้ของฉันจะทำให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตย
ถามว่าทำไม ก็ตอบอีกว่าเพราะเราเชื่อเช่นนั้น

สรุปว่า
- หากฉันเชื่ออย่างไร มันจะเป็นอย่างนั้น
- ฉันเชื่อว่าเพื่อนไม่ทำ ดังนั้นเพื่อนจะไม่ทำ

 

นอกจากนี้แล้วยังสามารถมาแบบ "ความต้องการของตนเอง" อีกด้วย
เช่น พี่ต้องการให้น้องมารับการว้าก พี่ปรารถนาดีกับน้อง ดังนั้นการบังคับให้น้องมารับน้องเป็นสิ่งที่ถูกต้อง

คนที่มีเหตุผลวิบัติแบบนี้จะเชื่อว่าตนเป็นผู้ยิ่งใหญ่มีอำนาจ สามารถทำให้ได้สิ่งที่ต้องมาเสมอ

หรือเช่น มีคนบอกว่าไม่ควรให้มีการเซ็นเซอร์ภาพยนตร์ เพราะเขาว่าไม่ต้องการให้ใครมาตัดสินให้ว่าตนควรจะดูหรือไม่ควรดูอะไร

แต่ความต้องการของคนไม่ใช่สิ่งที่จะมาตัดสินว่าอะไรควรอะไรไม่ควรไดเหรอ
จริงๆแล้วมนุษยต้องพิจารณาสิ่งที่ตนต้องการนั้นเป็นสิ่งที่ควรหรือไม่ การยกความต้องการของตนมาเป็นเหตุผลจึงไม่มีน้ำหนักอะไร

สรุปว่า
- หากฉันต้องการอะไร สิ่งนั้นถูกต้อง
- ฉันต้องการสิ่งนี้ การได้มาของฉันเป็นสิ่งถูกต้อง

6. อ้างการเ็ป็นพวก
เช่น มีการฟ้องร้องว่ามีรุ่นพี่ที่รับน้องรุนแรง ก็มีอ้างว่าพวกรุ่นพี่ที่รับน้องไม่มีทางทำแบบนั้น เพราะอยู่สถาบันเดียวกัน และในสถาบันไม่มีคนทำพฤติกรรมแบบนั้น

ฉันไม่เชื่อว่าการรับน้องมีความรุนแรง เพราะฉันทนได้ ดังนั้นคนร่วมสถาบันเดียวกับฉันต้องทนได้

หรือเช่นการก่อจราจลกลางเมืองนั้นถูกต้อง เพราะทำโดยคนจนเหมือนกัน ทำเพื่อคนไทยเหมือนกัน

แต่ถ้าโดนเบี้ยวค่าตัวห้าร้อยบาท แล้วบอกว่าไม่ต้องจ่ายก็ได้ คนจนเหมือนกัน
ก็คงไม่คิดว่ามันถูกต้องใช่

หรือ ฉันไม่ชอบสำนักพิมพ์นี้ เพื่อนฉันจึงไม่ใช่นักเขียนของสำนักพิมพ์นี้ เพราะเขาเป็นเพื่อนฉัน

กรณีนี้สรุปได้ว่า
- หากพวกเดียวกันทำหรือเชื่อสิ่งใด สิ่งนั้นถูกต้อง
- ดังนั้นพวกของฉันเชื่อและทำสิ่งนี้ สิ่งนี้จึงถูกต้อง

7.โจมตีตัวบุคคล

เช่นการบอกว่า การรับน้องไม่ดีนั้นไม่จริง เพราะคนพูดไม่ได้ผ่านการรับน้อง
หรือ การใส่สายเดี่ยวนั้นไม่ดี ไม่จริง เพราะคนพูดไม่เคยใส่สายเดี่ยว
หรือ บอกว่าที่นายกบอกว่าทุกคนควรออกกำลังกายนั้นไม่จริง เพราะนายกไม่ได้ทำอย่างนั้น


จะเห็นว่าหากผู้พูดไม่ดีอย่างที่กล่าวหาจริงก็ไม่จำเป็นที่สิ่งที่เขาพูดจะผิดหรือไร้เหตุผลไปด้วย หากต้องการทราบว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นผิดหรือไร้เหตุผลหรือไม่ เราก็ต้องพิจารณาที่ตัวเหตุผลเอง

กรณีนี้สรุปได้ว่า
- หากผู้พูดมีข้อเสีย สิ่งที่เขาทำหรือพูด นั้นไม่ถูกต้อง
- ผู้พูดมีข้อเสียคือไม่รับน้อง การบอกว่ารับน้องไม่ดีนั้น ไม่ถูกต้อง



ข้อความเหล่านี้สรุปสำนวนเรียบเรียงมาจากเอกสารประกอบการเรียนของ อ.ดร. ปกรณ์ สิงห์สุริยา

อื่มจริง ๆ มีต่อนะครับเป็นตรรกะวิบัติอีกประเภทที่ไม่ใช่การอ้างเหตุผล แต่เป็นการใช้เหตุผล แบบผิด ๆ
ซึ่งจะนำมาเรียบเรียงเล่าต่อในเอนทรี่หน้าครับ

ทุกวันนี้คนเรานอกจากจะใช้ภาษาวิบัติแล้ว ยังมีความวิบัติด้านเหตุผลหรือตรรกะด้วย
ผมเองก็ยอมรับว่ามีความวิบัติด้านตรรกะเหมือนกัน

เช่น ผมเจอมา ได้ยินมา ว่าการรับน้องแย่ ๆ มันแย่จริง และยังคงมีอยุ่แก้ไขไม่ได้เพราะมันมีความแน่นเหนียวต่อจิตใจของรุ่นพี่ที่อยากรับน้อง
ดังนั้นผมเชื่อว่า การรับน้องแย่ ๆ มันแย่ มันต้องเป็นดังนั้น

กร๊าก

หรือ รุ่นน้องที่รับน้องแล้วบอกว่าแย่ การรับน้องมันก็แย่จริง เพราะรุ่นน้องผมบอก

กร๊ากกกกก

หรือ ผมเขียนเรื่องนี้เพราะเอามาจากเอกสาร ไม่ได้วิเคราะห์ศึกษาเอง ดังนั้นสิ่งที่ผมเขียนนั้นผิด

กร๊ากกกกกกกก

เค้าวิบัติแร้วอะนะตะเองว์ เจอกันเอนทรี่หน้านะคริ อิ๊อิ๊

 

ขออฃขอบคุณ : อ. ปยุต เงากระจ่าง ...ไม่ใช่ นั่นเค้าเขียนกาตูน อ. ดร. ปกรณ์ สิงห์สุริยา รุ่งสุริยา เบียร์เชียร์ ไฮนิเก้น และลีโอ โออะไร อ๋อ โอทูเลิฟ ขีด บุ๊ค ดอทคอม http://www.o2love-book.com/bbs/viewthread.php?tid=3036&extra=

ปล. อย่าลืมนะ โดจินร็อคแมน + สนุกมาก

Comment

Comment:

Tweet

กำลังจะบอกว่าเคยอ่าน

#19 By Deear Gaeseng on 2009-07-13 10:23

ปากว่า ตาขยิบ ...

(เกี่ยวไหมเนี่ย) angry smile

#18 By 'ฟาย..ฟลาย on 2009-07-10 09:49

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#17 By POstLOdd on 2009-07-09 22:20

-- อ่านแล้วแอบงงๆ อ่ะคะ

-- หรือว่าเรายังไม่ถึงแก่นแท้ อิอิ...

#16 By Evil-minded Angel on 2009-07-09 09:55

อ่านมาเรื่อยๆจนสะดุดที่ปล.

ก็ว่าอ.ปยุต เงากระจ่างเกี่ยวไรด้วย 55555555

#15 By toma on 2009-07-08 11:34

ทำไมอ่านแล้วฮา 555 เหมือนจะซีเรียสนะลุง
วิบัติภาษา อะฮ้าง

#14 By LinE on 2009-07-07 19:09

เออแฮะ เห็นด้วย
ว่าแต่ สมวิบัติเมทะนีกิ่งโพยมมายังไงคะsad smile

#13 By namnampai on 2009-07-07 10:08

พวกโลจิคป่วยสินะครับ sad smile


ผมว่าเขียนได้ชัดเจนดีนะ

กลัวแต่กลุ่มเป้าหมายจะอ่านด้วยอคติฤเปล่าน่ะสิ sad smile

#12 By Zairen_Parodyme. on 2009-07-07 09:49

วิบัติกันจนชิน

#11 By wesong on 2009-07-07 09:48

Hot! Hot! เห็นด้วยครับ วิบัติกันไปหมดทั้งภาษาทั้งความคิด เสื่อมลงเรื่อยๆจริงๆ

#10 By Noar Wolkins on 2009-07-07 09:08

สรุปว่าควรอยู่ให้ห่างไอ้พวกนี้เลยนะคะ เพราะคุยกันไม่รู้เรื่อง ^_^;

#9 By Hayashi Kisara on 2009-07-07 04:02

ฮา สวัสดี จบข่าวbig smile

#8 By Mango Hotel on 2009-07-06 23:07

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

อันนี้ฮาจริง เดี๋ยวช่วยหัวเราะเป็นภาษานิคารากัว

#7 By Jammaster X on 2009-07-06 21:42

ลงชื่ออ่าน

#6 By ซูเนะโอะ on 2009-07-06 21:40

ท่านเอ๋อไปแล้วsad smile


ข้อแรกกับข้ิอสองนี่เจอประจำ
ฟังเขาพูดแล้วอยากจะกรีดร้องเป็นภาษาละติน




Hot!

#5 By Waterlily on 2009-07-06 21:11

ก็จริงนะพี่เอ๋อ...

แบบ..ใครๆเขาก็ทำกัน คิดว่าบางทีมันก็ต้องมีเปลี่ยนแหลงกันบ้างแหละน้าาาาา

#4 By -Bloommifild- on 2009-07-06 20:14

ไปๆมาๆ ไหงกลับมาเรื่องรับน้องอีกแล้วเนี่ย confused smile

#3 By เม็ดบ๊วย on 2009-07-06 20:07

เออมันก็จริงว่ะ


แอบฮา Tags เหี้ยมมากๆ 5555555+

#2 By tara on 2009-07-06 20:05

อ่านจบแล้วรู้สึกมันเชื่อมโยงกับการที่คนชอบหาว่า
มัทยึดติดกับ"กลอนฉันทลักษณ์" ค่ะ

ซึ่งมัทไม่เข้าใจว่าคนเขียนกลอนเปล่าจะมา
ว่าคนเขียนฉันทลักษณ์ทำไม...ทางใครก็ทางมันสิ

เฮ่อ..ขอเรียกว่า "กวีวิบัติ" บ้างได้ไหมคะ

หะหะ อ่ะ เอาไปกลิ้ง Hot!