เอนทรี่ที่แล้วออกแนววงในไปหน่อย จะขยายความก็แล้วกันว่า
ผมรู้จักบุรุษผู้หนึ่งผู้สามารถเนียนมีตติ้งกับบอร์ดต่าง ๆ
โดยไม่รู้จักใครในบอร์ดและไม่เป็นที่รู้จักเลย
ทิ้งไว้เพียงคำถามว่า ไอ้เถิกนั่นใครวะ....

ใครจะเชื่อว่าเขาไปแจมในลักษณะข้างต้นมาแล้วถึง 9 บอร์ดด้วยกัน !
 เลขสวย และมงคลกำลังดี
แต่เดี๋ยวนี้ไม่ได้ไปบอร์ดที่ 10 สักที ทิ้งตำนานเนียนมีตไว้เท่านั้น

 

แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นครับคุณผู้ฟัง....เอ้ย ผู้อ่าน

ล่าสุดผมคุยกับสมาชิกท่านหนึ่งของบอร์ดการ์ตูน
คุยกันถึงตอนความลึกความหลังครั้งเมื่อเราเจอกันใหม่ ๆ
ผมบอกกับเธอไปว่า จริง ๆ ผมแอนตี้คนบอร์ดนั้นมาก
เค้าก็บอกงั้นแอนตี้เค้าด้วยสิ
ผมบอกว่าไม่ เพราะ เธอไม่มีนิสัยเจ็ดประหลาดกังหนำพาสังเวช

ก็เลยเกิดโจทย์ของวันนี้ขึ้นมา ว่านิสัยเจ็ดประหลาดกังหนำที่ว่ามีอะไรมั่ง

เทียบเคียงจากตำนานเนียนมีตที่ผมได้ฟังจากบุรุษในตำนานข้างต้น
ก็พอจะทราบจะคำบอกเล้าเก้าจุดห้าของนั้น

7 บุคคลิกงามไส้ที่มักจะพบกับเด็กสมัยนี้ มีอะไรบ้าง
ไปดูกัน 


1. ทำตัวมากหลักการ
ปราชญ์ครับปราชญ์ พวกพี่จบด๊อกเตอร์กันมาเหรอครับ
จะพูดจะจาอะไรทำไมต้องควักหลักการออกมาแกล้มคำพูดด้วย
พวกนี้จะมีคาแรคเตอร์ชัดเจนมาก จะพูดจาเป็นวรรค ๆ
"คือเรื่องนี้น่ะ...พูดก็พูดนะว่า....มันไม่ใช่เรื่องเลย..คือเรื่องไม่เป็นเรื่องอะนึกภาพออกมั้ย....ของแค่นี้นะ...ตามทฤษฏีแล้ว...."

มาแล้วครับ วรรคทองของพี่แก "ตามทฤษฏี"
พูดติดปากกันเลยทีเดียว "ตามทฤษฏีแล้วถือว่าถูก" "ตามทฤษฏีถือว่าไม่ผิด"
"ตามทฤษฏีก็ว่าอย่างนั้น" อยากรู้ว่า ถ้าเป็นตามปฏิบัติ จะถูกมั้ยครับพี่ครับ

ตอนเด็กแม่ต้มตำราให้กินแทนข้าวหรือไง

คือมันไม่ได้ทำให้ตัวเองดูฉลาดขึ้นเลยครับ มันจะดูซุยมาก
ถ้าเรื่องที่พูดออกมามันไม่จริง
เช่นกรณีที่ว่า หนุมานเป็นตัวละครของไทย ตามทฤษฏีแล้วถือว่าถูก
เพราะในลายไทยกำแพงวัดผนังโบสถ์มักมีรูปหนุมาน รอยสักลงยันต์ต่าง ๆ
เป็นลายหนุมาน ซึ่งเป็นลายไทย

มีใครบอกมั้ยว่าเราอิมพอร์ทมาจากรามาวตารของอินเดีย.....

....ว้าย ตามทฤษฏี ถือว่ามั่ว~....

แล้วพวกนี้ต่อมฉลาดจะแตกไม่ดูสถานการณ์ด้วยนะครับ
ชอบสอดแทรกความรู้ไม่ดูหน้าคนฟัง


เช่นถ้าผมพูดเรื่องคอโลเจนท์ หรืออ๊อกซิเดชั่น จะมีบางคนมาเมนท์ว่า

"จริง  ๆ แล้วการอ๊อกซิเดชั่นจะไม่เกิดกับสารพวกคอโลเจนท์นะครับ"

มึงถามความรู้สึกผมมั่งรึเปล่าว่าผมอยากฟังความฉลาดอัจฉริยะแบรนด์ซุปไก่
ค่ายเยาวชนคนกล้าของมึงมั้ย
แล้วมีใครบอกมึงมั้ยว่าทุกอย่างที่กูยกมา มันเป็นมุข
ความต้องการความจริงจังถูกต้องตามหลักการเป็น 0


นอกจากทฤษฏีแล้ว ไม่มีใครสอนมึงเรื่องกาลเทศะเหรอ....

 

 

2. ร่างทรงการ์ตูนยุ่น

เนื่องจากพี้ผงโรยข้าวจากญี่ปุ่นมากเกินไป
เลยเกิดปฏิกิริยาอ๊อกซิเดชั่นยูเนียนฟอแมทอะแด๊ปปโทเลมีห่ารากซากอ้อย
....อะไรไม่รู้กับซีรีบรัมส่วนที่2.5 ของแก่นสมอง

คนพวกนี้มักจะโพล่งอะไรออกมาที่เราคาดไม่ถึง
เช่น "นายเห็นท้องฟ้ามั้ย....กางมือออกไปคว้าสิ"
ไม่ก็หน่านี้~~~ ไม่ก็ จาน้ายยยย อิย๊า อิไต๊ คิโมจี้ อะไรของมันไปตามเรื่อง
 

แล้วพวกนี้มักจำวลีในการ์ตูนมาพูด แสดงอารมณ์แบบการ์ตูนคอมมิค ไม่ก็คำพูดจากการ์ตูน
ประโยคแปลก ๆ ที่มนุษย์ทั่วไปไม่ใช้แน่นอน
เช่น "ใช่แล้ว ที่แท้มันเป็นแบบนี้นี่เอง ชั้นไม่น่าโง่เลยบุจจะ"
คนทั่วไปก็คงแค่ตบเข่าฉาด สัดเอ๊ยยย กูไม่น่าเลย....
ไม่มีทางมา "มันเป็นแบบนี้นี่เองบุ๊จจะ!!"

คือคำพูดที่ยกตัวอย่างอาจจะมีคนใช้บ้างอะนะ
แต่ตั้งใจจะสื่อว่า คนพวกนี้มันจะพูดประมาณว่าประดิษฐ์คำไม่ธรรมชาติอะ

คล้าย ๆ กับกำลังสวมร่างการ์ตูนตัวไหน รีบงรีบอน วันพงวันพีช วองโกเล่อะไรของพี่อยู่รึเปล่า
บางคนก็ชี้หน้าเพื่อนแล้วบอกว่า "กวาดล้างบัตโตไซ !!" อะไรแบบเนี้ย...


ประมาณว่าจำมุขในการ์ตูนมาเล่นแบบโอตาคุ ๆ อะ
คือ น้องแสดงออกในสังคมได้แบบ...เอ่อม...เพ้อเจ้อมาก
ตอนเช้าคุณแม่ไม่ปลุกแต่ละเมอออกมาเดินงานใช่มะ

คือน้องนุ่งผมไม่เป็นแบบนี้อะครับ เลยรู้สึกแปลก ๆ...
เห็นแล้วหน่ายจริต ถ้าแทงตับใครก็ขออภัยด้วยนะ

 

 

3. สู่รู้

ผมเรียกพวกนี้ว่าอับดุลครับ พวกถามอะไรตอบได้
อับดุล
เอ้ย
หญิงรู้
รู้
ชายรู้
รู้
แต่รู้จริงมั้ย
ไม่รู้จริง


เอ้ย ๆ ไปวัน ๆ
สนใจแต่รายละเอียดกาก ๆ ย่อย ๆ เช่นคนเขียนคนนี้นะครับ เค้าเคยเ