งานดีต้องฮอตมั้ย

posted on 11 Jun 2010 21:04 by urza in Gon

ประเด็นนี้เข้าตาผมมาก จึงขอพูดถึงเขียนถึงเยอะนิดนึง
เผื่อว่าหลายคนที่เข้าใจวัตถุประสงค์ของเส้นทางนักเขียนผิดไป
จะได้มุมมองใหม่ ๆ นอกจากการอยากเด่นอยากดังในสังคมเล็ก ๆ นี้

 จะลองเขียนแบบใส่หมายเลขนะครับ เพื่อแบ่งประเด็น
แบบที่คนดัง ๆ เค้าทำกัน ทำให้อ่านง่ายโดยไม่ต้องแบ่งข้อ
เพราะจะจ้อไปเรื่อย ไม่ค่อยแมทกัน

..........

1.
ทุกวันนี้บล็อกเกอร์รุ่นใหม่ ๆ มีค่านิยมอย่างหนึ่งคือ
เขียนแล้วต้องฮอตครับ

ผมก็เคยมีความคิดแบบนั้น
ฮอตไปทำไม
จะได้มีคนมาอ่านงานเราเยอะ ๆ อยากได้ฟี๊ดแบ็กเยอะ ๆ

โอเค ผมก็เขียนแล้วฮอตบ่อย ๆ ช่วงเป็นทหารนี่ปั่นงานตลาดล่าฮอตเลยทีเดียว
เป็นหนุ่มฮอตขึ้นหน้าแรกไม่เว้นวัน หากินกะการจิกกัดด่าโน่นนี่


(งานตลาดคืองานที่คนอ่านชอบ แต่บางทีเราไม่ชอบ
แต่ต้องกระแดะทำ เพราะคนอ่านส่วนใหญ่ชอบ มีหลายรูปแบบ
เช่น ฮาวทู สอนทำอาหาร พาเที่ยว แปะรูป แปะคลิป จัดย่อหน้า
แต้มสีอักษร และสารพัดวิธีทำให้บล็อกดูดีด้วยมือคุณ
ที่เอามาจากฮาวทูติดฮอตต่าง ๆ  โว้ย...)

แต่พอถึงเวลา เราได้ฐานคนอ่านแล้ว
ผมก็เลิกเขียนเอาใจตลาด คิดอะไรก็เขียนแบบนั้น
มาเขียนแนวงานตัวเอง ที่เขียนปั๊บคนหายวาบบบบ
ยังกะโยนหินใส่จอกแหน แหนแตกเป็นวง

ทำไมวะ...?

เพราะเราต้องการแค่ฐานคนอ่านจำนวนหนึ่ง
ไม่ได้อยากฮอตค้างฟ้าระเนระนาด
รู้สึกเป็นภาระที่ต้องมานั่งผลิตงานดีเพื่อสังคม กูอยากด่ารัฐตูมบ้าง
เหน็บแนมระบบโซตัสหลวม ๆ บ้างอะไรบ้าง ทำตามที่อยากเขียน
ไม่ต้องใส่รูปใส่สีจัดหน้าห่านหงส์อะไร เขียนพรืด ๆ ยาว ๆ
สีเดียวตีมเดียวไปเหอะ


 แต่มันก็ฮอตอยู่ดี ไม่รู้ว่าเพราะควันหลง...หรือเพราะมีฐานคนอ่านแล้ว
เค้าก็กดให้ไปตามเรื่อง ตามรสนิยม 

ยอดวิวผมในช่วงนั้นเหยียบพันตลอด

แต่ถามว่า ทำไปทำไม อยากได้อะไรกันแน่
คำตอบจากใจจริงคือผมแค่อยากให้มีคนอ่านงานเราแค่นั้น

มองตัวเอง...ก็มีแล้วนี่หว่า...จะฮอตอีกทำไม
ก็เลยเลิกล่าฮอต

..........

2.

ผมคิดว่าการขึ้นฮอต ทำให้ของของเราไม่ใช่ของของเราครับ
บล็อกกูกลายเป็นของใครก็ไม่รู้ มีสิทธิ์มาชี้นิ้วกำหนดได้หมดว่าควรไม่ควร แบล่บ ๆ
ใครที่ขึ้นบ่อย ๆ จะรู้ พี่วิชัย น้องกิ๊ก หรือใครหลายคน
ต้องมาคอยรับความเห็นที่แตกต่าง บางทีก็น่าฟัง บางทีก็เหตุผลงั่ง ๆ
ที่แค่ไม่ชอบบางคำพูดหรือบางประโยค ก็มาโวยวายยังกะกูเขียนรณรงค์ยุบสภา

ทั้งที่กูก็เขียนในบ้านของกู นอนเกาตูดอยู่กะบ้าน
แต่พอขึ้นฮอตมันเิหมือนกำแพงบ้านกูเป็นกระจก
นอนเกาตูดดูดโอวัลตินตามปกติไม่ได้แล้ว
จะลุกจะนั่งจะนอนจะขึ้ต้องคอยเกร็งกล้ามจั๊กกะแร้ไปซะหมด

แบบนั้นดีเหรอ....ชอบ? เซเลบผู้ที่สังคมจับตา
จะไปกินก๊วยเตี๋ยวเคี้ยวเต้าส่วนกะใครก็ออกก๊อสสิบสตาร์ทุกครั้ง
อึดอัดตายห่า...จะเสือกชีวิตกูไปไหน

ไหนจะแสปมอีก พอมึงฮอตปุ๊บ แสปมจะมาตอมแบบแมลงวัน
ท่านมีปัญหากับการลดน้ำหนักหรือไม่ ลองกร๊วกฮอโมนส์สิคะ

 หรือไม่ก็พวกโปรโมทบล็อก ลองไปอ่านบล็อกนี้ดูสิ ดีนะ...
เอื่อ...

ไหนจะพวกสโต๊กเกกอร์ตามขุดงานเก่า ๆ สมัยเกรียน ๆ
มาอีก โอ้ย แม่แจ้ว กูอาย

 

ดังนั้นการขึ้นฮอต ผมเปรียบว่ามันเป็นแค่งานออกร้านโปรโมทหนังสือครับ
นาน ๆ ทำทีก็พอ ถ้าไม่อยากเป็นบุคคลสาธารณะ
ต้องมายืนน่องแฉะแจกลายเซ็นทั้งวัน
คนเราจะมีอะไรไปออกร้านจรรโลงสังคมตลอดเวลา
งานการไม่มีทำรึไง หรือไม่ก็อาจจะบ่นว่ากูก็อยากเขียนงานชั่ว ๆ บ้างสิวะ

ดังนั้นพอออกร้านได้ลูกค้ากำมือหนึ่งแล้ว
ก็กลับมาทำไร่ไถหว่านตามที่ชอบเหอะครับ
ให้คนที่เค้าชอบเราจริง ๆ ถึงจะแค่หยิบมือ แต่เขียนเห้ย์อะไรก็อ่านหมด
เป็นแฟนพันธ์แต๊ ผมว่าดีกว่าพวกนักอ่านขาจร มาอ่าน มาชม มาด่า แล้วหายหน้าไป
ไม่ทิ้งอะไรให้โลกจารึกเ้ลย หมอโฮจุนโลกยังรอ แต่ขาจรพวกนี้เหมือนมาชุมนุมแล้วก็ชิ่ง

บางคนก็คอมเมนท์ทิ้งไว้เป็นถุงก๊อบแก๊บใช้แล้ว
เช่น ดีนะ ชอบ ไม่่ก็ใส่อิโม กูใช้อะไรไม่ได้จากเมนท์นั้น

บางคนก็คอมเมนท์เป็นดอกไม้ แต่ไม่มีราก นานเข้าก็เหี่ยว เอามาเป็นกำลังใจได้ไม่นาน
เช่น ชอบงานเขียนของคุณมาก มีข้อดีอย่างโน้นอย่างนั้นอย่างนี้

บางคนก็คอมเมนท์เป็นเทียน เหมือนจะส่องให้เห็นช่องทางการพัฒนา แต่ลมพัดก็ดับ
เพราะไม่รู้สภาพของเราจริง ๆ ว่าเราทำตามที่เค้าพูดได้มั้ย แถมทิ้งน้ำตาเทียนให้กุขูดอีก

บางคนก็คอมเมนท์เป็นต้นกล้วย มีประโยชน์โคตร ใช้งานได้ตั้งกะใบยันราก
แถมล้มลุกปลูกกินได้นานด้วย ใช้เป็นช่องทางทำกิน

บางคนก็คอมเมนท์เป็นต้นมะม่วง แถมปุ๋ย
ก็ต่าง ๆ กันไป


แต่ล้วนมาแล้ว ก็จากไป ร้อยคอมเมนท์ ร้อยสามสิบคอมเมนท์
ก็มาแค่เอนทรี่สองเอนทรี่ เอนทรี่ต่อมาถ้าไม่ฮอต เค้าก็ไม่มาละ

เหลือก็แต่พวกที่ชอบ ตามต่อ เขียนห่านอะไรหนูอ่านหมด

ผมขออย่างหลังดีกว่เาหอะ
ชั่วคราวหรือค้างคืนตลอดไปดีกว่ากันอันนี้แยกแยะเองนะครับ

 

3.
มาตรฐานการประกวดใด ๆ ในโลก ล้วนไม่มี
บรรทัดฐานทั้งปวง อยู่ที่รสนิยมกรรมการ
ถ้ากรรมการมีความรู้ดี มีประสบการณ์เยอะ คนที่เค้าตัดสินก็โชคดีไป เพราะคุณได้รับคำตัดสินที่เต็มไปด้วยเหตุและผล
แต่ถ้ากรรมการเป็นซากอ้อยซากแฟ้บที่ไหนไม่รู้ เค้าถีบ ๆ มานั่งแท่น คนที่โดนตัดสินก็ว่าไปตามอารมณ์แลความรู้สึกชอบไม่ชอบของกรรมการ

 

การพิจารณาขึ้นฮอตใช้หลักการเดียวกัน
คือปลายนิ้วมาสเตอร์แชมป์

 

มาสเตอร์แชมป์เป็นผู้ทรงคุณวุฒิมั้ยผมไม่รู้
แต่ผมคิดว่าเค้าเป็นนักอ่าน ชอบอ่าน ชอบท่องเที่ยว
ชอบเล่า และเล่าได้ดี ดังนั้นบรรทัดฐานของมาสเตอร์น่าจะน่าเชื่อถือในระดับหนึ่ง

 

แต่รสนิยมเค้า เราไม่ีรู้ไง

 

 คนเราจริตการเสพไม่เหมือนกันนะครับ
เราชอบ เราว่าดี เราว่าใช่ แต่เค้าอาจจะไม่คิดแบบเรา
"กรรมการไม่ได้คิดแบบคุณ คุณยังไม่ดีพอสำหรับค่ำคืนนี้"
...จะไปเป็นดาวโดดเด่นบนฟากฟ้า วู้ว

 

ผมว่าถึงแม้คนที่ขึ้นฮอตบ่อย ๆ หลายคนจะบอกเค้าไม่ใช่เซเลบหรอก
แต่งานเค้าดี เค้าเลยเป็นที่นิยม เค้าเลยฮอตง่ายฮอตบ่อย
ผมว่าส่วนหนึ่งมาจากการตามอ่านของคนหมู่มาก ที่มาจากการสะสมแต้ม
อย่างที่บอก ออกร้านครั้งหนึ่งแล้วได้ฐานลูกค้า ก็ยังฮอตไม่สร่างซาเพราะกระแสพาไป


แต่อีกนัยนึงผมคิดว่า มาจากการตามของมาสเตอร์แชมป์ด้วยเหอะ
อันนี้แค่ข้อสันนิษฐานนะครับ

เพราะตามหลักแล้