1.
ผมลงมาจากเขาเหลียงซานละครับ
ขึ้นภูชี้ฟ้าไปเสพความลำบากแท้ ๆ
ทางมันดี รถเราแรง แต่คนนั่งด้วยเมารถอ้วกแตกไปแล้วหนึ่งศพ
 
เป้าหมายของเราคือนั่งบนภูดูหมากัดกัน และตะวันขึ้นครับ
อนึ่ง จะเก็บภาพไปทำหนังสั้นด้วย
 
ดูตะวันขึ้นที่ไหนก็เหมือนกัน
แต่ที่ภูชี้ฟ้า ดูลำบากกว่าครับ มันพิเศษตรงนี้
 
เราตั้งเต้นท์และเริ่มต้นชีวิตลำเค็ญ
เตรียมหมูไปย่าง ตั้งเตาติดกองไฟ เพื่อแคมปิ้งเต็มสูบ
รอบข้างมีคนประปราย สี่ห้าเต๊นท์ สูงต่ำตามระดับเขา คือทางทิศตะวันออก ตะวันตก ทิศเหนือ และทิศตะวันตกเฉียงเหนือ และตะวันออกเฉียงใต้ ศิริรวม 5 เต๊นท์ ซึ่งเต๊นเฉียงใต้เป็นสี่สาวล้วน ท่าทางปัญหาน้อยที่สุดและใกล้เราที่สุด น่าจะอยู่กันได้
 
ขอบอกว่าที่อุณหภูมิไม่ต่างจากตัวเมืองเชียงรายยามเช้า เอาแค่เย็น ๆ
ไม่ถึงขนาดอลาสก้าล่าแมวน้ำ
 
แต่พอลมพัดมาเท่านั้น กูว่าต่อให้เป็นหนุมาน แม่งก็ตายอยู่ตรงนั้น หมดทางคืนชีพ 
 
หนาวเหี้ย เหี้ย
 
 
และที่นี่เปลี่ยนไปจากเดิมพอสมควร คือสะดวกสบายมากขึ้น
แต่ความเป็นธรรมชาติน้อยลง
บนภูมีร้านของชำ
 
ร้านเดียวแบบโรงเตี๊ยมบนเขาพอรับได้
 
ไอ้ห่านี่มาเป็นแผง
และทุกแผง ขายของเหมือนกัน.......นี่คือย่านของชำ
มาม่า โอวัลติน กาแฟ เครื่องกันหนาวพวกผ้าพันคอ เสื้อ หมวก 
 
ถามว่ามึงไม่แย่งตลาดกันตายห่าเหรอวะ
 
คำตอบที่ได้คือ ทั้งหมดเป็นตระกูลเดียวกันหมด
ใครขายได้ก็ดีทั้งนั้น..เอ๊า สัมปทานผูกขาด
 
มีสำทับด้วยว่า คนฉายไฟ พาขึ้นภูนั่นก็ลูกและผัว
แหน๊ะ !
 
อีกอย่างที่โคตรจะทำลายบรรยากาศเลย
คือจุดประชาสัมพันธ์ที่มีลำโพงทรงแตรอันนึง
เอาไว้ประกาศแจ้ง เรียกคนมาลงทะเบียน แนะนำจุดบริการ
และบอกกติกาการเข้าพัก
 
ซึ่งมันก็ดีนะ
 
ถ้าไม่เปิดเพลงลูกทุ่งจากสถานีวิทยุ
 
กูไม่ได้ขึ้นมาบนความสูง 1628 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เพื่อฟังปอยฝ้ายงึก ๆ งัก ๆ
จะตามมาหลอนอะไรถึงบนนี้วะ !
 
 
บ่อยครั้ง การออกเดินทางมากลางป่าเขา เพื่อค้างอ้างแรมนั้น
สิ่งที่สำคัญและทุกคนกังวลคือ "จะหาส้วมขี้ได้ที่ไหน"
เยี่ยวล่ะที่ไหนก็ได้ทั้งชายหญิง แต่การรับมือข้าศึกกองใหญ่นี่แลดูลำบาก
คุยกันว่า เอ๊ ~ ต้องเช่ารีสอร์ทแล้วกางเต๊นหน้าห้องพักมั้ย
เพืือจะใช้แค่ห้องน้ำนี่เราต้องเสียเงินซ้ำซ้อนหรือเปล่า
 
 
ปัจจุบันปัญหานั้นหมดไป
คลายใจได้เลย ที่นี่มีสุขาให้แล้ว
ไม่ต้องไปขุดหลุมแล้วใช้ใบไม้ปาดตูด หรือเอาไม้แห้งมาแก้งก้นแบบยุคแรก ๆ
 
แล้วในกรณีที่ใครที่อยากจะท้าทายธรรมชาติ เกิดรักสะอาดขึ้นมาซะงั้น
มีฝักบัวให้ ไม่ต้องกลัวว่าจะซกมกจากการซักแห้งให้เหนียวตัว
 
แต่ผมขอเตือนว่าอย่าลองดีจะประเสริฐกว่า
เพราะใครกล้าอาบน้ำที่นี่ถือว่าเป็นผู้กล้า  ถึงขั้นต้องมอบโล่คล้องเหรียญกันเลย
ใครธาตุไม่ดีมีไข้ขึ้น
บอกแล้ว  ยามลมโชยโบกโบยพัดมา หนาวจนหมาก้าวขาไม่ออกเลยทีเดียว
 
ระหว่างนี้
เจ้าหน้าที่ก็แนะนำไปนะฮะ ว่ามีไอ้นั่น มีไอ้นี่ ตรงจุดนั้นมีห้องน้ำ ตรงจุดนี้มีห้องพัก
มีถังขยะบริการ อย่าทิ้งเรี่ยราดเพื่อความสะอาด
มีก๊อกน้ำไว้อาบน้ำ เป็นน้ำเย็นธรรมชาติ
ใครอยากอาบน้ำอุ่นก็หาบมาต้มเองนะกั๊บ
 
กวนตีน....
 
หวังว่าจะไม่มีเพงตื่นเถิดชาวไทยมาปลุกกูตอนเช้าแบบในค่ายทหารนะ
 
2.
เมื่อตกดึกอย่างรวดเร็วเพราะหน้าหนาวค่ำไว
แคมป์ไฟก็เริ่มต้นขึ้น
 
ขอบอกไว้เลยว่าใครมาเชียงรายอย่าได้ดูกถูกความหนาวระดับจังหวัด
บนภูนี่ไม่กี่ปีก่อนมีคนตายมาแล้ว
ถามว่าหนาวตาย ?....
 
หึ
 
ไม่.....แม่งตกภูตาย
 
เสือกข้ามป้ายไปถ่ายรูป หินหักร่วงไปเป็นผีฝั่งลาวโน่น
 
 
 
พอแคมป์ไฟกำเนิด ความบันเทิงสารพัดสารเพก็บังเกิดตาม
 
สิ่งที่เหี้ยที่สุดสองอย่างเกิดขึ้นในเวลาไล่เรี่ยกัน
 
ท่ามกลางความเงียบสงบ มีเพียงเสียงฟืนแตกเพียะ ๆ จากความร้อน
พลันมีเสียงวี๊ดว้ายดังขึ้นจากทิศเหนือ 12 นาฬิกา
และเสียงที่มาคือเสียง
 
ฟี๊ดดดดด..........
 
 
ตรุ้มมมมม
 
 
ประกายแสงสีม่วงติดตามมาเต็มทั่วท้องฟ้า เป็นประกายงดงาม
มันจะสวยมาก ถ้าที่นี่ไม่ใช่ภูชี้ฟ้า และติดชายแดนลาว
 
 
 
ไอ้เหี้ยแม่งจุดพลุเฉย !!
 
 
มึงคิดว่านี่งานเค้าท์ดาว หรือบิ๊กเม้าท์เท่นรึไงละสรัด !!
นี่ชายแดนลาวนะเว้ยยยย เค้าไม่ิยิงปืนใหญ่ข้ามมาใส่หัวพ่องมึงก็บุญละ
มาจุดพลุฉลองอะไรบนภูวะค้าบบบ ลูกชายมึงเรียนจบหมอ
หรือพ่อตามึงตาย แล้วทิ้งสมบัติให้รึไง
 
 
ไม่ช้าเสียงเตือนก็ดังมาจากจุดประชาสัมพันธ์
ว่าห้ามจุดพลุ เพราะติดชายแดน จะเกิดความเข้าใจผิดได้
 
ไอ้พวกนั้นหน้าจ๋อยไป
 
แต่กูเดาเลยว่าแม่งต้องพกมาอีกสามเบ้า
เอาไว้ยิงทุกต้นชั่วโมง
นี่ถ้าไม่ห้ามกูได้นั่งฟังพลุทั้งคืนแน่
 
 
 
ยังไม่ทันจะสิ้นเสียงประกาศจากเจ้าหน้าที่
ไอ้เต้นท์ทางตะวันตกเฉียงเหนือแม่งทำอะไรรู้มั้ย
 
 
 
มันปล่อยโคม
 
 
แม่งงงงงงงงงงง
ตอนลอยกระทงอาม่ามึงไม่ให้ออกมารึไงครับ
ถึงเก็บกดต้องมาลอยโคมสะเขาะเด๊าะอะไรบนนี้
แทนที่จะพาความซวยลอยไปกับโคม มาจะสร้างความซวยให้คนอื่นสิ
ไอ้ห่า
ความกดอากาศระดับนั้น ไม่มีทางทีมันจะลอยขึ้นฟ้าหรอก
มีเลียดหญ้า เกี่ยวกิ่งไม้แน่ ๆ และถ้าซวยชั้นโคม่า
อาจจะมีเต้นท์บางคนที่ซวยจัด ๆ ไหม้ไฟเพราะโคมลอยด้วย
 
ลูกหนึ่งผ่านไป
 
ลูกสองผ่านไป
 
ลูกสามผ่านไปและเกี่ยวกิ่งไม้......
 
 
....นั่นไง
เดาผิดที่ไหน ทำไมซื้อหวยไม่ถูกแบบนี้มั่ง
โคมลอยลูกโต เกี่ยวกับกิ่งไม้ไว้ ต้นไหม้นั้นมีแต่ใบแห้งเต็มต้น และไฟกำลังลุกโชน
ผมนั่งลุ้นว่าแม่งจะลุกไหม้มั้ย จังหวะนั้นลมก็พัดมาพอดี
 
โคมร่วงลงมาบนพื้น ทุกคนโล่งใจ.....อีข้างบนกรี๊ดกร๊าด
 
 
เพราะไฟยังไม่ดับ แถมไหม้หญ้าแห้งที่เค้าตัดกองไว้อีกตะหาก
พวกเราแตกตื่นกะลังจะวิ่งไปดับ มันก็ดับของมันไปเอง
 
 
ก็ได้แต่ภาวนาว่า ไอ้สองลูกแรกที่ลอยไปก่อน จะไม่ไปเกี่ยวหลังคาบ้านแม้วที่ไหน
ไม่งั้นละมึงทำคนบ้านแตกสาแหรกขาดหมดที่ซุกหัวนอนแน่ ๆ
 
เอ่ยพลางถอดถอนใจ
 
มองย้อนกลับไปกะด่าด้วยสายตา
 
 
เย็ดเข้ เหลืออีกสาม !!!!
 
 
เนี่ยแหละฮะ ความเสร่อของนักท่องเที่ยว ที่คิดว่าทุกที่ในโลกก็เหมือนหน้าบ้านตัวเอง
จะทำส้นเตี้ยเรี่ยราดอะไรก็ได้ เพราะนี่คือประเทศของกู ไม่เคยคำนึงถึงผลที่จะตามมาหรือคนรอบข้าง
 
 
อยากจะขโมยพลุไอ้เต๊นท์แรกมาจุดแล้วหันไปทางเต้นท์ที่แม่งลอยโคม
จากนั้นเอาโคมลอยไปเผาเต๊นที่จุดพลุ ให้แม่งตูมตามในครัวเรือนไปเลย เย็ดโด้
 
 
ผมไม่เข้าใจฮะว่ามึงจะมาสร้างความประทับใจเหี้ย ๆ อะไรบนภู
แค่นี้ความสงบก็น้อยเต็มทนละ อุทยานอำนวยความสะดวกทุกอย่าง
ก็กรุณาอยู่ในสิทธิ์ของตัวเองนะครับ
 
แม่งรู้จักกันดีหนิ สิทธิอะ สนิทยังกะญาติ
ส่วนหน้าที่นี่ เป็นคนแปลกหน้าสำหรับพวกมึงเลย
ไม่เคยรู้จัก
 
 
 
3.
ดู ๆ ไปทำให้ผมนึกถึงควิชดิชเวิร์ลคัพในแฮรี่พ็อตเต้อร์
พ่อมดแม่มดตั้งเต้นท์เล่นแคมป์ไฟกัน
ไอ้เหี้ยนั่นจุดพลุ อีป้านั่นเมา เดินร้องเพลงหนวกหู
ผู้เสพความตายเมาก็จับคนดูแลห้อยหัวย่างเล่น
มีความสุข ไม่กลัวมักเกิ้ลเห็นเลยไอ้ห่า
 
 
นี่ก็เหมือนกัน สนุก บันเทิง ไม่เกรงใจแม้วจะหลับจะนอน
 
กูด้วย
 
 
คืนนั้นผมนอนไม่หลับ
เพราะอีเต๊นที่เหมือนจะปัญหาน้อย ก็เริ่มมีปัญหา
 
เมื่อมีไอ้เหี้ยสองตัว อาสามาจุดไฟและเป็นเพื่อนคุยให้
คุยไม่คุยเปล่า เสือกคุยเสียงดังและเนื้อหาโม้เหม็นน่าหมั่นไส้
พล่ามแต่เรื่องโอ่ ๆ วางตัวใหญ่โต
 
รู้ทุกเรื่องยกเว้นเรื่องมารยาท
 
กว่ามันจะเลิกฟุ้งก็เที่ยงคืน
 
 
ผมก็กะว่า เอ่อ คุยกันเบาละ กูคงได้นอน
 
.......ปรากฏว่าอีป้าบ้านนาเต๊นไหนไม่รู้ เสือกย้ายลงมาระนาบเดียวกับพวกผม
 
ย้ายไม่ย้ายเปล่าเดินลัดเต๊นท์พวกกู ทำตัวเสร่อหนวกหู
ร้องเพลงเสี่ยว ๆ เสียงเหี้ย ๆ
เตะสายเต้นท์ เตะเขียงเตะมีดเรา
แถมคุยเย้ยอีกว่า เยี่ยวรดแถวนี้ดีมั้ยเนี่ย
 
โห... อีสัตว์บก!!
 
มึงจะประกาศอาณาเขตก็กลับไปทำที่บ้านพ่องนู่น
อย่ามาโชว์ถ่อยแถวนี้ เดี๋ยวปั๊ดตบตกดอย
 
และจุดที่มันตั้งเต้นท์ ห่างไปทางตะวันตกไม่ถึงร้อยเมตร 
แสงไฟและทุกอย่างกระหน่ำเข้ามาที่เต้นท์เรา
 
 
อีเย็บโพ้ง.....
 
 
4.
โอเค กูนอนไม่หลับโดยสมบูรณ์ละ
ผมนอนนิ่ง ๆ ฟังเสียงรอบข้างไป ในหัวก็มีไอเดียวิ่งปรู๊ดปร๊าด
คนเราชอบมีไอเดียกระฉูดตอนจะหลับตานอน หรือไม่ก็ตอนนอนไม่หลับ
เพราะว่าง ๆ ไม่มีอะไรทำ สมองมันคิดโน่นคิดนี่ บางสิ่งเสือกใช้งานได้จริง
 
ผมได้แต่จำเอาไว้ จะจดก็จดไม่ได้ ไฟไม่มี
 
 
นอนได้สักพักเรื่องในหัวเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ เห็นท่าไม่ดี
ไม่จดมีลืมแน่ ๆ เลยตัดสินใจตะกายออกไปจุดตะเกียง
นั่งหนาวอยู่นอกเต้นท์เพื่อบันทึกเรื่องในหัวเอาไว้
 
 
ที่ขีดเส้นใต้เลยคือเรื่องเสร่อสามดอกที่ว่านั้นแหละ
 
ตะเกียงอยู่ได้ไม่นานก็โดนลมพัด ดับ ๆ ติด ๆ
จุดจนแก๊สไฟแช็คจะหมด นั่งหลบมุมก็แล้ว หันหลังก็แล้ว หันหน้าก็แล้ว
หลบข้างเต๊นท์ก็แล้ว เหมือนลมมันจะมาจากทุกทิศ
 
ทำไงดีวะ.......มองเห็นโค้กลิตรขวดใหญ่ เหลือแค่ครึ่งขวด
เลยเทออกมาซดแล้วเอามีดตัดขวด ทำเป็นตะเกียงกันลม
 
 
.........ยังจะมีอารมณ์มาประดิษฐ์ของ
 
 
5.
ที่ผมพยายามขนาดนั้นเพราะต้ิองการจดจำทุกพฤติกรรมของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า
 
"นักท่องเที่ยวเสร่อ"
 
ไม่ได้บอกว่าคุณจังหวัดไหน แต่เมื่อไรก็ตามที่คุณเป็นนักท่องเที่ยว
ไปเที่ยว แล้วมีพฤติกรรมเสร่อ ไม่รู้กาละเทศะ ทำอะไรงั่ง ๆ
แหกกฏกติกา ทำตัวเป็นเจ้าของทุกสถานที่บนโลก
 
 
เมื่อนั้นคุณก็จะได้สายพันธ์เสร่อไม่รู้ตัว
ครั้งนี้เป็นความเสร่อเหนือระดับน้ำทะเล 1628 เมตร
 
 
ขัดใจทุกครั้งที่มีคนมาโพสต์ลงเว็บบอร์ด
ต่อว่าคนต่างจังหวัดว่าโก๊ะงั่งเสร่อเรื้อนงั้นงู้นงี้
ทำอะไรเปิ่น ๆ ทำัตัวเก้ ๆ กัง ๆ ไม่รู้ 4 รู้ 8 
 
ตราหน้าพวกเค้าว่าบ้านนอก
 
แต่พวกมึงไปต่างที่ ต่างถิ่น ก็เสร่อเหมือนกัน
เผลอ ๆ มากกว่าด้วยซ้ำ
ที่ทำอะไรเหี้ย ๆ แล้วตีมึนไร้สำนึกไม่รู้สึกผิด
เขียนก้อนหิน ขูดต้นไม้เป็นชื่อเมีย ปาหินใส่สัตว์ในกรง
เอาไม้่เขี่ย ฟาดดอกไม้ใบหญ้า
แดกตรงไหนก็ทิ้งตรงนั้น ไม่เคยดูแลธรรมชาติ
ไม่เคยฟังคำเตือนเจ้าหน้าที่ผู้ดูแล
 
พฤติกรรมพวกนี้แหละ ...เสร่อสุด ๆ

Comment

Comment:

Tweet

Hot!

#16 By wine under locker on 2011-12-10 11:34

ได้ใจ+ได้Hot!

#15 By iSpot on 2011-12-02 12:08

โอ๊ย ฮาค่ะ ไม่ไหวแล้ว หลงเข้ามาอ่าน
แบบว่า มันฮามาก
สัมปาทานผูกขาด แย่งตลาด โอ๊ย ฮาาา
ยิ่งแฮรี่ พอตเตอร์แบบว่าเห็นภาพเลย ฮาสุดๆไม่ไหวแล้ว 555555555 Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#14 By อภญ. on 2011-11-29 02:26

#6 ไม่มีภาษาเหนือนะเธอว์

#13 By Gathering Urza on 2011-11-26 13:40

ยังไม่เคยเจอซักที
แต่ว่ามันก็น่าจะเกรงใจกันบ้างนะ

#12 By K ToKa on 2011-11-25 22:54

Hot! Hot! Hot!
ดึกๆคึกคุยนี่มีเยอะ...

#11 By tama on 2011-11-25 21:47

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

เขียนได้ถูกใจมากเลยค่ะ สุดยอด!!

#10 By เม on 2011-11-25 19:45

ไปมาแล้วนะ สวยดีconfused smile confused smile

#9 By ปิยะ99 on 2011-11-25 10:30

อ่านแล้วเห็นภาพตามไปด้วย เอิ๊ก
ประทับใจ ลมพัดหนุมานตายไม่คืนชีพ
กร๊าก (ขำจริงประโยคนี้) confused smile

#8 By asamiya on 2011-11-25 09:24

Hot! Hot! Hot!

ไม่มีความเกรงใจ "อันเป็นสมบัติของผู้ดี" กันเลย

รู้จักแต่พี่ "สิทธิ์" สินะ

ขอบคุณที่เล่า และเตือนครับ :)

#7 By aaax on 2011-11-25 09:14

ไม่เคยได้ไปเที่ยวไหนกะเค้า
เลยไม่เคยเจอสถานการณ์แนวนี้
แค่อ่านก็เหมือนอยู่ตรงนั้นด้วย
บรรยายได้สุดยอดมาก ชอบๆ n____n
ได้แก้เครียดก่อนทำงาน ฮาได้ใจ
ปล.คำไหนเป็นภาษาเหนือฝากซับภาคกลางให้ทีน้า

Hot! Hot! Hot!

#6 By กังหันลม on 2011-11-25 08:11

เดี๋ยวนี้ความเจริญมันเข้าไปถึงสถานที่ท่องเที่ยวทุกทีแล้ว

และแถมยิ่งมีนักท่องเที่ยว(ตามฤดูกาล)มากันพรึบ ก็กลายเป็นว่ามาเที่ยวชมแล้วไม่ประทับใจ มีอะไรขนมาใส่เต็มที่ โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อธรรมชาติเอาเสียเลย

#5 By Xeon Ludivius on 2011-11-25 08:02

เจออย่างนี้คงลืมหนาวกันไปเลย sad smile

ปล.สุดยอด กินไปได้ไงโค้กครึ่งลิตรตอนเที่ยงคืน

#4 By RaveN on 2011-11-25 02:11

ก็ทำให้ได้รู้ว่า ทีหลังอย่าไปตั้งเตนท์ใกล้ๆพวกเสร่อ sad smile





ป.ล. อิเย็บโพ้ง = เจ็บแสบ !! Hot! Hot!

#3 By Kanya on 2011-11-25 01:35

Hot! Hot! Hot!
เยี่ยมมาก อันนี้โคตรถูกใจเลย

#2 By เม็ดบ๊วย on 2011-11-25 01:26

คือ หนูสงสารพี่นะ เจอคนแบบนี้ตอนไปเที่ยว........

แต่หนูขำคำด่าพี่ไม่ไหวแล้ว ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
เจ็บเด็ดดวงมากค่ะพี่

#1 By Kanchong on 2011-11-25 01:24