*คำเตือน
1. เอนทรี่นี้ยังคงอุดม Bias และอคติเช่นเดิม
2. เอนทรี่นี้จัดอยู่ในเรตยาวไป ไม่อ่าน 
 
ปีนี้ผมอายุ 25 แล้วครับ ย่างเข้า 26
ย่างไฟอ่อน ๆ พอให้กรอบนอกนุ่มใน แนะ แวะตลก
เมื่อคนเราอายุมากขึ้น ก็ต้องสำรวจตัวเอง
เรียกง่าย ๆ ว่าชะโงกดูเงาหัวตัวเอง
 
อาจจะมองย้อนกลับไปดูสิ่งที่ผ่านมา
 
ผมกลับไปอ่านผลงานเขียนเก่า ๆ ในบล็อกตัวเอง
พบข้อเสียมากมายที่ตอนนั้นมองไม่เห็น
เพราะตอนนั้นมันโดนกลบด้วยเสียงสรรเสริญจากคนที่เห็นด้วยในขณะนั้น
 
ทั้งสำนวนฟุ่มเฟือยคล้องจองเกินจำเป็น
ทั้งอคติต่อสิ่งรอบข้าง และพยายามยัดเยียดความไม่ชอบนั้นสู่สังคม
แล้วปกป้องด้วยคำว่า ไม่ได้ชี้นำสังคม
คำว่าเกรียนนี่แทบจะสักลงบนหัวบล็อก และยี่ห้อชื่อผม
 
พูดถึง Gathering Urza คนก็จะนึกถึงแต่คำว่า ปากหมา และเกรียน
มันเป็นสิ่งไม่ดี แต่าผมเสือกภูมิใจ จนเอามาโฆษณา
 
ผมพยายามจะปรับหลายรอบ แต่ก็มีผลลัพท์ที่ใจผมรับไม่ได้สักเท่าไร
เพราะสุดท้าย มันก็ไม่ใช่ตัวเอง มันเป้นการฝืนสังขารและสันดานไปพร้อม ๆ กัน
พอเราเปลี่ยน สิ่งที่เราเคยได้เคยมีมันก็หายไป
 
ผมเลยคิดว่า ดวงของผมคงอยู่คู่กับความปากหมา
ทำให้ได้ทั้งคำด่าและคำชมมาพร้อม ๆ กัน
 
แต่เอาเข้าจริงมันก็ไม่ใช่เลย อยู่ที่วิธีคิดและการใช้
เพราะดีเกินไป มันก็เป็นคนอื่นสูญเสียตัวตน
เกรียนเกินไป มันเป็นตัวเองก็จริง แต่ก็ทำร้ายตัวเอง
 
แล้วถ้าผมยังคาราคาซังแบบนี้ ผมก็จะไม่โตสักที
ความคิดก็ยังเป็นเด็ก ที่คนไหว้ สวัสดี เรียกพี่ เพราะแค่แก่กว่าด้านอายุ
แต่ยังไม่บรรลุนิติภาวะด้านความคิดเลย 
 
ผมเลยบัญญัติวิธีปฏิบัติและปรับปรุงตัวขึ้นมา 10 ประการ เพื่อพัฒนาตัวเอง เพื่อความเหนือชั้น 
เพื่อหาจุดร่วมของการใช้ชีวิตที่เอาแต่ใจ และไปด้วยกันได้กับสังคมรอบตัว
คิดว่ามันน่าจะให้อะไรกับโลก และเตือนตัวเอง เลยเขียนไว้ ณ ที่นี้
 
บัญญัติ 10 ประการของข้าพเจ้า
 
 
 
1. ให้เกียรติคน
    ตลอดระยะเวลาของการใช้ชีวิตในโลกของสื่อ ทั้งบล็อก ทั้งเฟสบุ๊ค ทั้งวิทยุกระจายเสียงและออนไลน์
ผมมักจะดูถูกความคิดและสติปัญญาของคนอื่นอยู่เสมอ โดยเฉพาะคนที่ผมอคติด้วย ผมจะมองว่าเค้าด้อยกว่า เพราะเค้าไม่เป็นอย่างเรา และเราไม่ทำอย่างเค้า
 
 
    แต่มันถูกมั้ย....ตอนนั้นผมไม่แคร์เลยสักนิด มันเป็นรสนิยมของความชอบและไม่ชอบ ที่ปุถุชนพึงมี และเลือกปฏิบัติอยู่แล้ว มันเป็น Bias  พื้นฐานที่คนจะเลือกข้างและเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับอะไรสักอย่าง
 
 
    แต่ผมเสือกไปเสริมสิ่งเหล่านั้นด้วยการแสดงออกอย่างโจ่งแจ้งว่าผมต่อต้าน .....ถึงตอนนี้ ผมคิดว่าผมควรจะปรับตัวเอง ให้ยอมรับ หรือวางเฉยกับอะไรก็ตามที่ตรงข้ามกับความคิดเรา เขาอาจจะมีเหตุผลของเขา แม้มันจะงี่เง่าเต่าถุยปานใดก็ตาม ก็ถือเป็นสิ่งที่เขาเลือก และเราควรเคารพการตัดสินใจของผู้อื่น
 
    นอกจากที่ให้เกียรติและยอมรับความคิดที่ตรงข้ามกับเราแล้ว เราควรให้เกียรติความคิดเห็น ไม่ว่าจะจากคนสูงกว่า หรือคนธรรมดาทั่วไป แม้กระทั่ง คนที่เล็กกว่าเรา เช่นคนอายุน้อยกว่า หรือคนที่ความสามารถน้อยกว่า
ไม่ได้หมายความว่าผมจะเก่งกว่าใครนะครับ แต่หมายความเรามีทั้งคนระดับสูงกว่า ระดับเท่ากัน และระดับเล็กกว่า ....(ปล่อยผ่านคนอ่านก็เข้าใจละ กูจะลากมาขยี้ทำหอยหลอดอะไร)
 
 
    เพราะการให้การยอมรับ และเปิดใจแก่คนที่อุตส่าห์เสียเวลามาแนะนำเรา  มันอาจจะได้อะไรมากกว่าที่เราคิด
 
     ตัวอย่างเช่น เราทำสื่ออะไรออกมาสักอย่าง เช่นรายการทีวี มีคนชื่นชอบและสนอแนะบางอย่างที่เค้าเห็นว่าควรปรับ ควรเพิ่ม หรือเป็นตัวเลือกใหม่ ๆ ถ้าเป็นผมในเมื่อก่อนคงจะเชื่อมั่นในทิศทางของตัวเองจนไม่สนใจจะตอบรับความคิดพวกนั้น  เพิกเฉยไป หรือแม้กระทั่งแสดงออกถึงการไม่ยอมรับความคิดเหล่านั้น
 
     มันส่งผลอะไร...
 
     เคยดู ดิอินครี