1.
สังคมเรามันอยู่ยาก เพราะเราโดนปิดกั้นความคิดตั้งแต่เด็ก
โตมาก็โดนปิดกั้นทางอารมณ์ เรามีประชากรที่ "อะไรก็ได้" 
มากกว่าประชากรที่ออกมาบอกความต้องการจริง ๆ ของตน

เราเลยได้คนไม่กี่คนมานั่งบนกบาล บัญชาการความคิดเราในสภา
เพราะเราเสือกไม่มีความเห็น
 
แต่พอมีไอ้บ้าตัวนึง ลุกขึ้นมาบอกพวกเราว่า
เห้ย !!! ไม่ได้แล้วนะ เราต้องทำอะไรสักอย่าง
 
เราก็ค่อยออกมาร้องแรกแหกกระเฌอซะทีนึง
ทั้งที่ก่อนหน้านั้นไม่ทำห่าอะไรก็อยู่ได้
 
2.
สาเหตุที่เราเป็นอย่างนี้ ขี้เกียจท้วง ขี้ิเกียจเถียง ขี้เกียจทะเลาะ
เพราะวัยเด็กเราส่วนใหญ่ มักจะโดนเบรก โดยห้ามล้อที่เรียกว่า พ่อ แม่ และผู้ใหญ่

คุณผู้อ่านครับ เคยสังเกตมั้ยครับว่า (เออ...กูคุยกับมึงอยู่ครับ)
เวลาที่เด็กสองคน เป็นพี่น้องกัน เถียงกัน
เสียงโล้งเล้ง ก็พี่นั่นแหละ ตัวเองนั่นแหละ แบลบ ๆ ๆ
มันน่ารำคาญปัญญาอ่อนก็จริง
ทว่าบางทีมันอาจจะเป็นปัญหาระดับครอบครัวก็ได้
เช่น พี่มันทำน้ำหวานหกใส่ตู้เครื่องเพรชแม่มัน
มดเข้าไปแดกเหลี่ยมเพรชกันอร่อย


 
แต่เพราะเราไม่ได้สนใจเรื่องของเด็ก ๆ
เราเลยมองข้าม และรับรู้แค่ว่าแม่งหนวกหู
 
 
เราก็เลยไปเบรกว่า ลูกกกก ไม่เอาน่า ไม่เถียงกันนะ
ไม่ก็ห้าม เห้ย ๆ ๆ อย่าทะเลาะกัน 
เีรียกชื่อคนที่พูด  ไม่เอาลูก ไม่เอา จุ๊ ๆ อย่าอย่า
 
แล้วยังไงครับ

การทะเลาะจบ แต่ปัญหาไม่ยุติ
เพราะไม่ได้รับการไกล่เกลี่ยแก้ไข
คาราคาซังไปแบบนั้น
 
 
3.
 
วัยเด็กเราโดนขัด
โตมาเราก็โดนขัดอยู่วันยังค่ำ
 
เคยมั้ยครับเวลาเราอัพสเตตัสหงุดหงิด
ด่าใครสักคนในเฟสบุ๊ค อารมณ์เราแค่อยากระบาย
อยากจะพ่นสิ่งที่คิด แต่ไม่ได้พูดหรือพูดไม่ได้ออกมา
 
ก็จะมีอีปางห้ามญาติ เสร่อ ๆ ออกมาบอกกับเราว่า
 
ใจเย็น ๆ
ใจเย็น ๆ ค่อย ๆ พูด ค่อย ๆ จา
 
มึงรู้ปัญหามั้ยเนี่ย
หรือขอให้กรูได้เบรกได้ห้ามไว้ก่อน
 
 
ในอารมณ์ของคนโพสคงหงุดหงิดรำคา
อยากบอกว่าใจเย็นพ่อมึง
 
มึงเข้าใจสถานการณ์มั้ย
มาปลอบมั่วซั่วอิห่า
 
แล้วบางทีกูก็ไม่ได้ใจนร้อนอะไรเลย
เพราะเรื่องมันเกิดขึ้นไปแล้ว แต่อยากระบายเฉย ๆ

บางคนไม่รู้4รู้8 ขอให้กูได้ "ใจเย็น" ไว้ก่อน
 
คือมันไม่ช่วยส้นตึกอะไรเลยนะ
ไอ้คำพูดสองคำบาทแค่เนียะ 5555
 
 
 
4.
เข้าใจว่าอยากให้โลกสงบสุข
แต่มันไม่ควรจะตัดกลางลำแบบนั้น
มันต้องไกล่เกลี่ยให้ความมันยุติโดยเป็นธรรมกับสองฝ่าย
มันถึงจะเรียกว่าความยุติธรรม 
 
ไม่ใช่ให้มันจบ ๆ ไป แต่กดปัญหาไว้แบบนั้น
ค้างคาใจอยู่แบบนั้น
 
ผมเชื่อนะครับว่า บางผู้อ่านบางท่านก็เคยเจอปัญหาแบบนี้
แล้วรู้สึกว่า ฮึ้ย ถ้าแม่งไม่ห้ามนะ กูเถีัยงชนะไปแล้ว อีห่านั่นหน้าหมาไปแล้วววว
เสือกมาห้ามทำมั้ยยย
 
มันเลยเกิดประโยคก้าวร้าวที่ว่า "พ่ออย่ามายุ่ง ไม่ต้องมาห้ามนะแม่"
ในเวลาที่เด็กคนนั้นโตขึ้น เพราะคุณไม่ได้ควบคุมสถานการณ์แล้ว
แต่เป็นตัวลูก อีคนเถียงนั่นแหละ  เข้าใจเรื่องทั้งหมดและรู้ว่าต้องดำเนินแบบไหน
 
พ่อแม่ ดูเงียบ ๆ
 
มันถึงเวลาเปลี่ยนแล้วครับ ความคิดที่ว่า หยุดปัญหา ให้มันจบ ๆ ไป เราจะไม่พูดเรื่องนี้อีก
เพราะเด็กโตมาจะโลกสวย ป่วยการ ไม่ยอมรับเรื่องไม่ดี ๆ
ไปเม้นตามพันทิพย์ว่า ทำไมไม่พูดถึงเรื่องดี ๆ บ้าง แอร้ยยย
 
 
 
5.
เด็กบางคนเถียงเพราะคิดว่าตัวเองไม่ผิด
และมักจะพูดว่า ก็มันจริง
เราก็ควรให้เหตุผลว่า เออ มันจริง แต่มันไม่ควรพูด
คนเราพูดความจริงไม่ได้ตลอดเวลาหรอก เพราะต้องรักษาน้ำใจคนอื่นด้วย

ไม่ใช่ไปห้ามมัน เงียบนะ เงียบเดี๋ยวนี้
เด็กมันก็รู้สึกว่าไม่ยุติธรรม มันไม่ผิด ทำไมมันเรียกร้องสิทธิ์ตัวเองไม่ได้


 
พอนึกได้แบบนี้ผมก็ปฏิญาณกับตนเองไว้ว่า
 
ถ้าผมมีลูก ผมจะปล่อยให้มันเถียงกันจนจบ
ถ้าเหตุผลงี่เง่า ก็จะบอก "เหตุผลงี่เง่าแระ" 
ถ้าเสียงดังเกิน ก็บอก ใช้เสียงเยอะไปแระ เถียงไม่ไหวเหรอ