สวัสดีครับท่านผู้เจริญ
มีอยู่ที่หนึ่ง ที่ผมพอจะได้ยินคำล่ำลือมาว่าค่อนข้างจะโหดเต็มสูบ
และรักสถาบันแบบเดนตายมาก
 
ไม่น่าเชื่อเลยว่ะ ว่านี่คือสถานศึกษาที่ผลิตปัญญาชน
เพราะปฏิกิริยาตอบกลับ กับกระแสวิพากษ์วิจารณ์ค่อนข้างไร้อารยธรรม
ไม่เหมือนคนร่ำเรียนสูง ๆ
วาจาบางอย่าง....
แม้ผมที่ยอมรับว่าตัวเอง ปากปลาร้า
ยังระอาที่จะรับฟังเลย
 
มีขู่ทำร้าย โกหก สร้างภาพ ด่าทอรุนแรง ท่าทางจะใช้กำลังมากกว่าสมอง
ผู้หญิงก็ปากตลาดไม่มีความสุภาพนุ่มนวลในการตอบคำถาม
 
พอพิจารณาเนื้อหาแล้วพบว่ายังมีแนวคิดเดิม ๆ ทัศนคติเดิม ๆ ที่วนเวียนซ้ำซาก
ไม่น่าเชื่อว่าจะเหมือน ๆ กันทั่วประเทศ
 
ในฐานะตอนนี้เป็นรุ่นพี่ปีสี่แล้ว
อยากจะฝากไปยังน้อง ๆ เฟรชชี่ว่าที่ทีมรับน้องปีหน้าว่า
ของบางอย่างมันถึงเวลาต้องเปลี่ยนทิ้งแล้ว
 
แม้บางอย่างจะสืบมายาวนาน
แต่สิ่งแวดล้อมในสังคมมันเปลี่ยนละว่ะ
จะบอกว่าต้องอนุรักษ์ต่อไปก็ใช่ที่
เปรียบเช่นการประหารตัดคอ ที่เลิกใช้ไปแม้จะมีมายาวนาน
 
 
และนี่คือแนวคิดเดิม ๆ ที่สืบต่อกันมาแบบหลับหูหลับตา
 
 
1.ตรรกะ"แค่นี้ทนไม่ได้ออกไปจะทำงานอะไรรอด"
 
    ข้อนี้ผมเคยเถียงขาดใจ และสู้ยิบตามาตลอด ใครมาพูดแบบนี้แสดงว่าคุณผ่านระบบการทำงานที่เหี้ยมาก ไม่เคยเจอสภาพแวดล้อมดี ๆ และมีแต่เจ้านายที่โตมาจากเด็กมหาลัยแบบคุณ มันเลยมองแต่ว่าสังคมกดดัน สังคมอยู่ลำบาก คุณก็แค่ไอ้พวกขี้แพ้ที่โดนเขี่ยออกมาจากสังคม หรือไม่ก็ไอ้เด็กในกะลามหา'ลัย ที่ไม่เคยทำงานร่วมกับใครในสังคมนอกรั้ว จนต้องมาแสดงอำนาจน้อยนิดในที่แคบ ๆ
 
    นอกจากนี้ยังมีเหตุผลอื่น ๆ ที่พิสูจน์ว่า ถึงไม่ทนกับการรับน้อง ก็ยังทำงานรอด
และประสบความสำเร็จกว่ารุ่นพี่บางคน
เพราะ
1.1. รับน้องแค่สั้น ๆ ไม่สามารถกล่อมเกลาให้คนเปลี่ยนแปลงได้ มันต้องใช้เวลาตลอดชีวิตในมหาลัยคร่าบ เพราะคุณต้องบริหารตัวเอง ไม่ให้เหลวไหล เรียนให้จบ มีค่ากว่ารับน้องจนจบ
 
1.2 กำลังสอนให้คล้อยตามสังคม ไม่รู้จักเปลี่ยนแปลงปรับปรุงตัว สอนให้หริ่วตาตามเมือง มีอะไรก้มหน้ารับไป ไร้การสร้างสรรค์
 
1.3 มีหลายคน ไม่รับน้อง ไม่ต้องทน แต่ประสบความสำเร็จ
 
1.4 เรื่องการทำงานเป็นทีม รับน้องสอนจริง ๆ เหรอ เห็นมีแต่สนอให้แตกแยกกับคนที่ไม่เป็นพวกตัวเอง ใครไม่มาไม่ต้องไปคบมัน อย่าเอาเข้ากลุ่ม !! แบล่บ ๆ ๆ
 
1.5 ไอ้คนพูด บางคนก็ยังเรียนไม่จบ และไม่สบความสำเร็จในการเรียน สังคม และความรักเท่าไร
จำขี้ปากเค้ามาพูด ลืมชะโงกเงาตัวเอง
 
 
2.สถานการณ์เฟก ซ่อมพี่โชว์น้อง
  อีกวิธีหนึ่งที่ใช้กันทุกปีคือให้ปีสามมาซ่อมปีสองโชว์น้อง ยอมเหี้ย เพื่อให้น้องรักและสงสารพี่ปีสองที่รับผิดชอบดูแลกิจกรรม สั่งซ่อมเยอะ ๆ เอาไปเฟกนับยกทำโทษหลังตึก จริง ๆ นั่งเล่นนั่งหัวเราะกัน
ทำฉากตบตามีคนเป็นลม หามกันออกไป ให้น้องมันรุกรน อีกคนก็ยืนด่าไป
เพราะพวกคุณ ทำให้พี่คุณโดนทำโทษ คุณยังไม่ใช่น้องผม ผมยังไม่ยอมรับ แว้ก ๆ ๆ กันไป
 
บิวท์จนน้องทนไม่ไหว ต้องทำแมนออกมาช่วยพี่ ขออนุญาตช่วยพี่คร้าบ!
ใครแมนก็จะโดนด่าหน้าหงาย ยุ่งทำไม เอาตัวเองให้รอดก่อน!!
แต่ก็ด่าย้อนแย้งว่า พวกคุณมันไม่มีน้ำใจ เห็นพี่ลำบากยังนั่งเฉยอีก
 
อ่าวอีรากกล้วย มึงจะเอาไง จะไปก็ด่า จะมาก็ดุ
 
 
รุ่นพี่บางคนก็ซ่อมเอาสนุก เอามันส์ แสดงอำนาจ ขาดการอธิบาย และไร้เหตุผล
เหตุผลเดียวกับข้อบนที่อาจจะขาดการยอมรับในสังคม เลยมาหาเศษหาเลย ใช้อำนาจกับคนที่เค้าไม่กล้าขัดขืน
 
ตลกที่ปีนี้อาจารย์เข้ามาควบคุมและมีบทบาทกว่าเดิม ท่านกันไอ้คนขี้แพ้พวกนี้ออกไป
ใครเรียนไม่จบ พฤติกรรมไม่ดี จะไม่มีสิทธิ์มารับน้อง
 
สมน้ำหน้าว่ะ
 
บางมหา'ลัยให้น้องทำของ ทำป้าเยชียร์ อดตาหลับขับตานอน
แล้วให้พี่้ากเหี้ย ๆ มาพัง แล้วรุ่นพี่ก็มาดราม่าตอแหลใส่ ทำเป็นทะเลาะกันเอง ...เพื่ออะไรวะ
จะสอนว่าอนาคตไม่แน่นอน บางครั้งความพยายามก็สูญเปล่านี้
อุ๊ย กิมมิคดีนะคะเนี่ย
 
สอนให้รู้ว่า เสียเวลาชิบหาย เวลาบรรลัยจะได้ไม่เฟลค่ะ
 
หรือจะเป็นกิจกรร