คำเตือน : เอนทรี่นี้อาจไม่แซ่บเท่าที่หวัง ขออภัยในความนิ่มนวล
 
ผู้อ่านทุกท่าน และผีบ้านผีบล็อกทุกตนครับ
นี่ก็คือปีที่แปดของเว็บไซต์ที่ติดอันดับแปดของประเทศละนะครับ
นับ ๆ ดูมันก็ผ่านไปไวเหลือเกิน
 
ย้อนดูตัวเองตอนนี้ ก็พบว่า
ผมเขียนบล็อกมาตั้งปี 2005
ตอนนั้นยังไม่มีระบบฮอตโพสเลย
บล็อกที่ขึ้นหน้าแรกคือบล็อกที่ยอดการเข้าชมสูงสุด 10 อันดับ
แน่นอนว่าต้องเป็นบล็อกที่อัพเพลงมาแปะ 
 
และเพศศึกษาของเจ๊นิวส์
 
ใครทันมั่ง...
 
จากวันนั้นถึงวันนี้ก็ 6 ปีแล้วสำหรับผม
ยังคงเขียน css ไม่เป็นเหมือนเดิม
และโง่เรื่องตกแต่งมาก
 
 
6 ปีในสังคมนี้ ที่ผมไม่ได้มีเพื่อนมากขึ้นเท่าไร
แต่กลับมีสิ่งดี ๆ มากมายเข้ามาในชีวิต
และในโอกาสนี้ ผมขอสรุปสิ่งที่ผมเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง
จากการใช้บริการสังคมเอ็กทีนนะครับ
 
 
 
1. อดีตเป็นครูให้ปัจจุบัน
 
มีคนบอกกับผมว่า อดีตผ่านไปก็อย่าไปเก็บมาใส่ใจ
ไม่งั้นจะเป็นคนที่ยึดติดกับอดีต
 
แต่แม้แต่โทนี่ สตาร์ก ยังรอดตายเพราะยังเก็บฐานพลังงานเก่าไว้
ดังนั้น บางเรื่องเราก็เก็บไว้เป็นประสบการณ์เพื่อสอนตัวเองได้ครับ
 
 
งานเขียนของผมช่วงปี 2005 - 2006 
เป็นอะไรที่กากเกินจะเรียกว่างานเขียน
เพราะยังไม่เข้าใจระบบ หรือจุดประสงค์ของการเขียนบล็อก
 
ยังหาตัวเองไม่เจอด้วย
 
ย้อนกลับไปอ่านแล้วทุเรศหัวใจ
แต่ก็ไม่ได้ลบทิ้งนะ ปล่อยไว้มองตัวเอง
อะไรที่อนาถ ๆ จะได้ไม่ไปทำซ้ำ
 
นอกจากนั้นยังมีนิสัยเสีย ๆ ที่ชอบทะเลาะกับชาวบ้าน และคะนองปากไปทั่วด้วย
นอกจากจะก่อปัญหาแล้ว ยังทำให้ภาพลักษณ์ผมดูแย่ด้วย
เสียงเชียร์ในตอนนั้น ไม่ได้วัดว่าผมทำถูกเลย
 
กระนั้นก็ดีครับ
ข้อผิดพลาดในอดีตถือว่าเป็นครูที่ดีในการพัฒนาตัวเองครับ
 
 
2. รู้เขา รู้เรา ย่อมเข้าใจคน
ผมไม่เคยเข้าใจการตลาด กระทั่งได้เรียนเมื่อสองปีก่อน
และก็รู้ว่ารู้จักนำหลักการตลาดมาใช้ตั้งแต่ต้นแล้ว
 
บล็อกผมเพิ่งมาเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ๆ ก็ตอนเขียนเรื่อง
7 ข้อระวังหากจีบสาวในเน็ต
ประสบการณ์ตรง ๆ ล้วน ๆ
แล้วยิ่งดังขึ้นอีกตอนที่เขียนเรื่อง 7 เรื่องที่มักเจอในการสร้างตัวละครเพื่อร่วมกิจกรรมคอมมิคต่าง ๆ
พวกความสามารถเว่อ ๆ 
 
สงสัยไปโดนใจสายแต่งนิยายด้วย
เลยฮอตมาก
 
 
แต่ถ้าสังเกตจะพบว่า มันเป็นที่นิยมก็เพราะมันเป็นสิ่งที่คนกำลังให้ความสนใจ
และมันเป็นสิ่งที่ใกล้ตัว
อีกทั้งเรารู้ด้วยว่าคนจะอ่านงานเรา เค้าเป็นคนกลุ่มไหน
 
ซึ่งตอนนั้นตอนนี้ก็ไม่เหมือนกันแล้วด้วย
 
พอจับจุดได้อย่างนั้น
ผมก็ใช้เคล็ดนี้ล่าฮอตเรื่อย ๆ
ตอนนั้นปี 2007-2008
อยู่ในค่ายทหาร มีอะไรก็ต้องเก็บไว้ในใจไม่ค่อยได้ระบายเท่าไร
เรื่องจะคิดจะพูดจะเล่ามันก็เลยเยอะตามไปด้วย
จะเป็นช่วงที่บล็อกผมอัดเอนทรี่่แน่นที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา
 
 
 
 
3. งานดีอาจไม่ฮอต งานฮอตอาจไม่ดี

ช่วงที่บ้าฮอต ก็พอจะจับจุดอะไรได้หลายอย่าง ๆ
ทำให้ผมมั่นพอที่จะสอนจระเข้ว่ายน้ำได้

ผมเขียนเรื่องเกี่ยวกับเทคนิควิชามารการขึ้นฮอตไว้ค่อนข้างมาก
ทั้งเรื่องทำไมคนฮอต ถึงฮอตเอาฮอตเอา
เขียนอะไรให้ติดฮอต 
อะไรคือปัจจัยที่ทำให้งานน่าอ่าน
 
เขียนจนผมเองก็เข้าใจหลักการขึ้นฮอต
แต่บรรลุว่า สุดท้ายแล้ว
การขึ้นฮอตก็ไม่ใช่ที่สุดของการเขียนบล็อก
 
ในขณะที่หลายคนโหยหาเหลือเกิน
คงเพราะต้องการ การยอมรับนั่นเอง
 
บางคนถึงกับน้อยเนื้อต่ำใจ
 
ผมก็เคยเป็นนะ ....แต่ผ่านมาแล้ว
 
และเห็นว่าบางคนที่งานเขียนดี ๆ แต่ไม่ได้ขึ้นฮอตหรือไม่มีคนอ่านเยอะเลยก็มีมาก
 
และบางบล็อกที่ฮอตก็ไม่ใช่ว่าจะมีเนื้อหาสาระอะไรที่เป็นประโยชน์เท่าไร
เช่นภาพวาด หรือการ์ตูนที่ฮอตเพราะฐานแฟนคลับมาช่วยกันอัดดาวให้
มันเป็นดาวไบแอส และดาวหน้ามืด ที่เอะอะปา เอะอะปาเท่านั้น
 
ขึ้นฮอตไปก็ไม่น่าภูมิใจเลย
เหมือนตลกเก๋า ๆ ยังไม่ทันปล่อยมุข คนก็ฮาให้ก่อนแล้ว
เค้าเรียกว่าบุญเก่า ครับ "กินบุญเก่า"
 
 
ที่สุดแล้ว การขึ้นฮอตมันก็แค่กระแสประชานิยม
ไม่ได้หมายความ