เรื่องนี้เป็นเรื่องของนักเขียนสาวคนหนึ่งครับ
สามีเป็นอัยการศาล มีหน้ามีตา แต่ก็ไม่เท่าภรรยาสาว

เธอเป็นนักเขียนชื่อดังที่มีแฟนติดตามผลงานมากมาย
ทุก ๆ เช้า เธอจะมานั่งที่เก้าอี้นวมตัวโปรดในห้องนั่งเล่น
เพื่ออ่านจดหมายจากแฟน ๆ ที่เขียนมาชื่นชมมากมาย
 
และในจำนวนจดหมายนั้น
ก็มักจะมีตัวอย่างต้นฉบับจากนักอยากเขียนส่งมาหาด้วย
 
วันนี้เธอได้รับจดหมายมาฉบับหนึ่ง
มันแตกต่างจากจดหมายอื่น ๆ มีมากมายก่ายกอง
เธอเลยสนใจจะอ่านมันเป็นฉบับแรกครับ
 
 
มันเป็นเรื่องของชายผู้หนึ่ง ที่เขาออกตัวว่าเป็นคนอัปลักษณ์มาก
จึงค้นหาสิ่งที่ตัวเองถนัดและทำให้มันออกมาเป็นที่ยอมรับ
 
เขาเป็นช่างทำเก้าอี้ครับ
และมีฝีมือดีจนผู้คนมักจะซื้องานจากเขาอยู่เนือง ๆ
โดยเฉพาะเหล่าผู้ดีมีเงิน
 
ร้านที่เขาทำงานอยู่ก็มีชื่อเสียงขึ้นจากฝีมือทำเก้าอี้ของเขา
 
 
อยู่มาวันหนึ่ง
เขาได้รับออเดอร์จากลูกค้าว่า
ต้องการเก้าอี้ทรงยุโรป บุนวมตัวใหญ่ สีแดง
ที่ให้ความรู้สึกที่นั่งสบายที่สุด
 
มันเป็นงานที่ยากและลำบากมาก
โดยเฉพาะที่ว่านั่งสบาย
เขาใช้เวลาหลายสัปดาห์ กว่าจะทำมันเสร็จ
 
และเมื่อทดสอบนั่งดู
ก็พบว่านั่งสบายจริง ๆ เหมือนเก้าอี้กำลังโอบกอดคนนั่งอยู่
 
 
แต่แล้วเขาก็เล่าในจดหมายว่า
เขาเกิดคิดสัปดนอะไรขึ้นมาไม่ทราบ
จึงตัดสินใจรื้อเก้าอี้ใหม่
และขยายช่องด้านในให้กว้างพอที่คนจะแทรกเข้าไปนั่งได้
รวมถึงทำช่องต่าง ๆ เพื่อใส่กล่องอาหารแห้งและถุงสำหรับขับถ่ายฉุกเฉิน
 
เขาคิดจะซ่อนตัวในเก้าอี้ครับ
 
 
กระทั่งผลงานเสร็จสรรพ เขาก็รอให้คนมายกทั้งเขาและเก้าอี้ไปส่งยังลูกค้า
 
ปลายทางเป็นโรงแรมเปิดใหม่ที่ใช้รองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ
และเก้าอี้หรูตัวนั้นถูกวางที่ล็อบบี้
 
เป็นไปตามแผน
ชายช่างทำเก้าอี้ซ่อนตัวอยู่ด้านใน
รอโอกาสเหมาะ ๆ ก็ออกมาลักเล็กขโมยน้อย
ขโมยเงิน ขโมยของ ของแขกที่เข้าพัก
หลายครั้งที่มีคนเห็น แต่ก็ไม่สามารถจับได้ไล่ทัน เพราะไม่รู้ว่าที่ซ่อนของเขาคือเก้าอี้ตัวใหญ่
 
 
และทุกครั้งที่มีคนมานั่ง เค้าก็มีท่าทางเป็นสุขด้วย โดยเฉพาะสาว ๆ
เขาสามารถรับรู้ถึงสรีระต่าง ๆ ของคนได้โดยไม่ต้องมอง ขณะลูบคลึงไปตามส่วนต่าง ๆ ของผู้นั่ง ก็รู้ได้เลยว่าอ้วนต่ำดำขาวแค่ไหน
 
เขาใช้ชีวิตอยู่แบบนั้นระยะเวลาหนึ่ง จนได้สมบัติมากพอ ก็คิดว่ากำลังจะจากไป
แต่กลับไปติดใจแหม่มสาวคนนึงเข้า เลยอยู่ต่อ
และรอให้เธอมานั่ง คอยดมกลิ่นเธอ ฟังเสียงเธออย่างเ็ป็นสุข (โรคจิตสัสอะ)
 
กระทั่งมีการเปลี่ยนแปลงถภายในโรงแรม
ผู้จัดการเดิม ที่เป็นชาวต่่างชาติย้ายไป
และมีผู้จัดการคนใหม่มาทำหน้าที่แทน
เขาต้องการเปลี่ยนโฉมโรงแรมให้เป็นสไตล์ญี่ปุ่นมากขึ้น
เน้นความเรียบง่าย
และอะไรที่ดูฟุ่มเฟือยหรูหรา ก็จะถูกปรับออก
 
รวมถึงเก้าอี้ตัวนั้นด้วย
แต่เขาได้ข่าวว่า มีคนซื้อเก้าอี้นี้ต่อแล้ว
เป็นข้าราชการคนหนึ่งที่บ้านมีฐานะ และมีเงิน
เขาเลยคิดว่าน่าจะหาประโยชน์ได้ จึงอยู่ต่อ
 
ขณะคนย้ายไม่มีใครสงสัย เพราะเก้าอี้ตัวใหญ่
น้ำหนักจะมากก็ไม่แปลก
 
กระทั่งถึงที่หมาย
 
 
ชายคนนี้เล่าในจดหมายของเขาว่า
บ้านที่เขาอยู่นั้นเป็นบ้านที่หรูหรา เก้าอี้่ถูกตั้งในห้องนั่งเล่น
และเป็นของภรรยาเจ้าของบ้าน
เธอเป็นคนสวย สะโพกกลมกลึงและรูปร่างน่าสัมผัส
เขาหลงรักเธอจนถอนตัวไม่ขึ้น
 
ในจดหมายถามว่า
คุณนายพอจะเดาออกมั้ยครับ
 
ใช่ครับ....ผมอยู่ในเก้าอี้ที่คุณนายนั่งมาตลอด
 
จนกระทั่งเมื่อวานนี้ผมออกมาจากเก้าอี้เพื่อเขียนจดหมายถึงคุณนาย
เพราะอยากจะพบกับคุณนายสักครั้ง
 
หากคุณนายยอมพบกับผม ผมจะได้จากที่นี่
พรุ่งนี้ผมจะรอคำตอบจากคุณนาย
หากคุณนายตกลง
ให้เขียนจดหมายวางไว้ที่กระถางดอกไม้หน้าบ้าน
ระหว่างนี้ ผมจะวนเวียนอยู่รอบ ๆ บ้านเพื่อรอคำตอบจากคุณนายนะครับ
 
 
.....
...........
...............
 
 
 
นักเขียนสาวตกใจ สะอิดสะเอียน
และทำใจไม่ได้กับสิ่งที่ได้รู้
เธอทำอะไรไม่ถูก และไม่กล้านั่งที่เก้าอี้ตัวโปรดอีก
ทั้งไม่กล้าจะรื้อดูด้านใน เพราะเกรงว่าจะเจออะไร ๆ ที่นายคนนั้นทิ้งไว้
 
กระทั่งวันรุ่งขึ้น
จดหมายก็มาอีกฉบับ
 
เธอจำลายมือได้ เป็นของชายคนเดิม
 
นี่มันยังจะกล้าเขียนมาอีกเรอะ...เธอคิดในใจ
 
แรกว่าจะไม่อ่าน แต่ก็อดใจจดใจจ่อกับมัน
สุดท้ายทนไม่ไหวจึงนำไปเปิดอ่านในห้องข้าง ๆ แทน
 
ในจดหมายเล่าว่า
ขออภัยที่บังอาจเขียนจดหมายถึงคุณนายอีกฉบับหนึ่ง
ผมเป็นคนหนึ่งที่ติดตามงานเขียนของคุณนายมาตลอด
และชื่นชอบงานเหล่านั้นมาก
 
ต้นฉบับของผมถูกมาให้พิจารณาในจดหมายฉบับก่อนหน้านี้
หลังจากที่เพิ่