บางคนอาจจะมองว่าเรื่องผีไร้สาระ
มันก็เหมือนนิทานนั่นแหละครับ
เราจะเล่าให้มีสาระก็ได้ ไร้สาระก็ได้
ทำไมฟังนิทานได้ แต่ไม่ฟังเรื่องผี
ทั้งที่ผี ก็ไมไ่ด้น่ากลัวเสมอไป
 
คนแม่งน่ากลัวกว่าเยอะ
 
 
ทีนี้ ไอ้คำว่าผี ของมนุษย์เนี่ย มันค่อนข้างครอบคลุมนะครับ
ยกตัวอย่างเช่นคนไทยในอดีต
เรายังไม่รู้จักคำว่า เทพ เทวดา อารักษ์ เสื้อบ้าน หรือปิศาจ
เราก็จะเรียกสิ่งที่มีความคิดจิตใจและอำนาจเหนือมนุษย์ว่าผีหมด
เช่นผีฟ้า อาจจะหมายถึงเทพเจ้า พระเจ้า มีพิธีไหว้ผี เซ่นผี ปลอบผี
แถมยังเรียกคนตายว่าผีด้วย ไม่ใช่ในเชิงวิญญาณนะครับ แต่หมายถึงศพ เช่นเผาผี
 
แล้วก็หมายถึงวิญญาณคนตายด้วย
 
 
ภายหลังความรู้กว้างขึ้นศัพท์ก็มีมารองรับประเภทของผีมากขึ้น จากคำว่าผี ก็เลยแตกออกไปเป็น
ภูติพราย วิญญาณ ปิศาจ เทพ เทวดา
 
 
ในภาษาญี่ปุ่นก็เหมือนกัน มักจะเรียกภูติผีปิศาจ รวม ๆ ว่า โยวไค
 
 
 
เหมือนที่เราเรียกสิ่งเหล่านี้รวม ๆ  ว่าผีนั่นเอง
 
แต่โยไค นั้นมีหลายคลาสครับ
ผมจะอธิบายตามความเข้าใจ และการค้นข้อมูล 
อาจจะมีอะไรผิดพลาด ก็ให้ความเห็นได้ครับ
 
 
 
1."โยวไค" (Yokai)
โยวไค แปลตรง ๆ คืออสูรกาย หรือปิศาจครับ แต่เป็นปิศาจที่เป็นชนิดของมันเลย ไม่ได้มีที่มาที่ไปจากอะไรเป็นพิเศษ ในภาษาพุทธเค้าเรียก โอปปาติก ครับ (ออกเสียงว่า โอปะปาติกะ) คือเกิดมาเป็นโตเลย เป็นรูปลักษณ์นั้นเลย ไม่ได้มีตอนเด็ก ไม่ได้เกิดจากครรภ์มารดา
 
เชื่อว่าพวกโยวไคไต่ขึ้นมาจากนรกครับ เป็นอสูรกายในภพภูมิอื่น ขึ้นมาอาศัยบนโลกมนุษย์ มีฤทธิ์แตกต่างกันไป บ้างแปลงร่างได้ บ้างควบคุมดินฟ้าอากาศได้ บางเสกเงินทอง หรือทำให้ร่ำรวยได้ บ้างก็นำมาซึ่งโรคภัยไข้เจ็บ แม้ส่วนใหญ่โยวไคจะอันตรายกับมนุษย์ แต่ก็มีบ้างที่ถ่ายทอดภูมิปัญญาต่าง ๆ เช่นเคล็ดแก้อาการ หรือยารักษาโรคต่าง ๆ เชื่อกันว่าวิชานินจา ก็ได้พวกเท็งงูเป็นผู้สอนให้มนุษย์ครับ
 
โยวไคก็จะมีเยอะแยะมากมาย บ้างทำตัวเป็นมาร บ้างทำตัวเป็นเทพ บ้างก้ำกึ่ง
เช่นเท็งงู ที่เป็นเทพภูเขาชนิดหนึ่ง กัปปะ เป็นปิศาจแม่น้ำ ทสึจิคุโมะที่เป็นแมงมุมกินคน
สึจิคุโมะ แมงมุมดินกินคน
 
สาวหิมะที่คอยแช่แข็งคนแล้วดูดพลังชีวิต
ตัวกินฝัน หรือบาคุที่เคยเล่าไป
 
หรืออย่างพวกยักษ์ (โอนิ) ที่เป็นตัวเขียวตัวแดงเขาโง้งถือดาบถือตะบอง กินคนเป็นต้น
 
ผีกำแพงอันลือลั่น
 
2. โอบาเกะ (Obake)
โอบาเกะนั้นก็เป็นพวกปิศาจครับ ผมเรียกว่าภูติพรายละกัน
ความหมายตามรากศัพท์ (ไอ๊ยะ ฟังดูมีฟามรู้) แปลว่า  "กลาย"
ดังนั้นโอบาเกะจึงมีที่มาจากการที่สิ่งอื่น กลายร่าง  เป็นปิศาจ แล้วก็จะแยกกันเป็นสองแบบคือมีที่มาจากสิ่งมีชีวิต และสิ่งไม่มีที่ชีวิต
 
 
แมวผี หรือบาเกะเนโกะ
 

- บาเกะโมโนะ (Bake mono) 
เป็นการกลายมาจากสิ่งมีชีวิตครับ ส่วนมากจะไม่ใช่คน จะเป็นพืชและสัตว์มากกว่า เช่น ปิศาจทานุกิ ปิศาจจิ้งจอก เนโกะมาตะ หรือแมวที่มีอายุมากก็กลายเป็นปิศาจ แล้วหางเพิ่ม ปิศาจโคดามะที่มาจากต้นไม้ 
บาเกะโมโนะบางตัว ก็สามารถแปลงร่างเป็นคน หรือสร้างภาพมายาได้เช่นพวกจิ้งจอก ทานุกิ ตัวมุจินะพวกนี้ และนิสัยกวนตีนอย่างที่เคยเล่า บางครั้งก็ปลอมเป็นหญิงสาวมาตอบแทนบุญคุณอย่างนิทานเรื่องนกกระเรียน ก็จัดเป็นบาเกะโมโนะประเภทหนึ่ง
 
หรือแม้กระทั่งสิงคนก็ทำได้ มีหลายกรณีที่ตัวโอซากิ (วีเซิ่ล) สิงคน คุดะกิสึเนะ (พังพอน) สิงคน จิ้งจอกสิงคน ซึ่งแต่ละประเภทก็จะทำให้คนมีพฤติกรรมแตกต่างกันออกไป เช่นโอซากิชอบกินแผ่นเต้าหู้ทอดก็จะเรียกกินแต่สิ่งนั้น หรือชอบกินน้ำมันเป็นต้น
 
(วงในนิดนึง : สังเกตว่า อนิเมชั่นเรื่องบาเกะโมโนกาตาริ จะเป็นปิศาจที่เกิดจากสัตว์หมดเลย เช่นหอยทาก งู นก แมว )
 
 
สึคุโมงามิ
 
- สึคุโมะงามิ (Tsukumogami)
เป็นการกลายมาจากสิ่งที่ไม่มีชีวิต เช่นก้อนหิน ข้าวของเครื่องใช้ของคน ส่วนใหญ่จะมีอายุการใช้งานมาก ๆ จนเกิดวิญญาณขึ้นมาเอง เพราะมีความเชื่อว่าของที่ใช้ติดกันร้อยปีขึ้นไป จะเป็นปิศาจ คือมีชีวิต เพื่อป้องกันการเกิดปิศาจจากของใช้ ก็มักจะมีพิธีทำความสะอาดใหญ่ เรียกว่าซูซูบาราอิ เพื่อปัดเป่าสิ่งเหล่านี้ ปัจจุบันก็เป็นแค่ธรรมเนียมที่คนญี่ปุ่นทำความสะอาดครั้งใหญ่ประจำแต่ละบ้านเท่านั้น
 
สึคุโมะงามินั้น แปลว่าเทพ 99 มั้งครับ ถ้าจำไม่ผิด
อารมณ์ว่าเกือบถึงร้อย แต่ไม่ถึง เลยเป็นปิศาจครึ่ง ๆ กลาง ๆ ที่ยังมีรูปลักษณ์ของของใช้ที่เคยเป็น

ตัวอย่างก็พวกผีร่ม ผีโคมไฟ ผีเกือก ผีขวดทั้งหลายนั่นแหละครับ
พวกนี้ก็จัดเป็นโอบาเกะ
 
 
3. โมโนโนเคะ (mononoke) 
 
ผมก็เพิ่งมาทำความเข้าใจกับคำนี้ไม่นานมานี้เอง ยังไม่ค่อยชัวร์์เท่าไร แต่พอจะอนุมานได้ว่า โมโนโนเคะ เป็นอีกคลาสหนึ่งของปิศาจ หรือโยวไค ที่เกิดจากความรู้สึกของมนุษย์ครับ เป็นพวกจิตตกค้าง จิตอาวรณ์ของคนตายที่ทำให้เกิดเป็นปิศาจขึ้นมา ซึ่งก็มีความคาบเกี่ยวกับโอบาเกะด้วย เพราะโมโนโนเคะเป็นก้อนพลังงานที่มีความรู้สึกรุนแรงของมนุษย์ เช่นความโกรธ ความแค้น ความเศร้า ความรัก แล้วล่องลอยไปหาที่สิงสู่ จนสร้างรูปร่างขึ้นมา
 
 
เช่นกัปปะ ก็เชื่อว่าเกิดจากวิญญาณของคนจมน้ำตาย
(แต่ผมคิดว่ากัปปะเป็นโยวไค คือเกิดเป็นแบบนั้นเลยมากกว่า)
อิทสึมาเดนที่ว่า
 
หรือนกพ่นไฟ ที่เรียกว่า อิทสึมาเดน (อีกนานเท่าไร) ที่เกิดจากวิญญาณคนที่ตายโดยไม่ได้กลบฝังตามพิธีกรรม เป็นศพไร้ญาติ เป็นสัมภเวสี ก็จะคอยมาทวงถามว่า จะทิ้งร่างไว้อีกนานเท่าไร ลักษณะเป็นนกที่มีหน้าเป็นคน มีเกล็ดและหางเป็นงู พ่นไฟได้
ภาพของโทริยามะ เซกิเอน ศิลปินภาพปิศาจอันลือลั่น
 

หรือพวกอุมิโบสุ ที่มักโผล่ขึ้นมากลางทะเลเป็นเงาตะคุ่ม ๆ สูงใหญ่ ลักษณะกลม ๆ โล้น ๆ มีดวงตา หรืออาจมีรูปร่างคล้ายคนตัวใหญ่ เป็นเงาดำ ๆ กลางทะเล เค้าเลยเรียกว่า พระ (โบสึ) ทะเล (อุมิ)  นั่นเองครับ
พวกนี้ก็เกิดจากคนที่เรือแตกตายในทะเล แล้วรวมตัวกันเป็นปิศาจ
 
 
 
4. ยูเร (Yurei)
อันนี้เป็นผีจริง ๆ ครับ คือวิญญาณของคนที่ตายไปแล้ว คือวิญญาณมนุษย์เลย ลักษณะก็จะปรากฏตัวออกมาในสภาพก่อนตาย คือตายสภาพไหนก็จะมาหลอกแบบนั้น ส่วนใหญ่จะมาบอกความต้องการของตัวเองที่ค้างคาใจ
 
พวกนี้มีสิทธิ์ที่จะกลายสภาพเป็นหลายแบบครับ แทบทุกแบบที่กล่าวมาเลย เป็นได้ทั้งโอบาเกะ ทั้งโมโนโนเคะ
แล้วก็เป็นอสูรกายอย่างโยวไค หรือกลายเป็นเปรตที่เรียกว่ากากิก็ได้ ถ้าไม่ทำพิธีศพถูกต้อง หรือจิตใจยังอาวรณ์กับสิ่งใดมาก ๆ วิญญาณคนตายก็จะกลายเป็นปิศาจได้ครับ
 
เช่นในกรณีของเรื่องกระท่อมสังหาร ที่มีแม่ม่ายผู้หนึ่งอยู่กับลูกสาวสองคน แต่วันหนึ่งซามุไรก็มาฉุดคร่าลูกสาวไปข่มขืนแล้วฆ่า แม่ที่รออยู่ที่บ้านก็สุขภาพจิตเสื่อมโทรม และพอรู้ข่าวว่าเกิดอะไรกับลูกสาวก็ฆ่าตัวตาย แล้วกลายเป็นปิศาจเขาโง้ง เขี้ยวยาว ที่คอยหลอกคนมาเชือดทำอาหารกิน ผมจำชื่อเรื่องไมไ่ด้แล้ว แต่ฟีลนี้แหละ
 
หรือกรณีผีนับจานที่โดนฆ่าโยนบ่อเพราะจานแตกไปใบนึง ก็โ่ด่งดังไม่แพ้กัน
 
นอกจากนั้นยังมีอีกพวก ที่มาได้ทุกสิ่งก็คือพวกที่ 5
 
5. คามิ (Kami)
เทพครับ ตามศัพท์คือ สปิริต หรือวิญญาณธรรมชาติ ไม่ใช่โซลหรือวิญญาณคน
ฟังแล้วอาจจะคิดว่าเป็นฝ่ายดี แต่ปิศาจหลายตัวก็เป็นเทพได้ และเทพก็มีหลายแบบเช่นกัน
อุปนิสัยก็มีทั้งดีและไม่ดี แต่อยู่ในภูมิเทพครับ เช่นพวกเทพวิบัติต่าง ๆ ที่จะนำโรคระบาดมาสู่โลกเพื่อคุมประชากรมนุษย์ เทพภูเขาที่ดูแลธรรมชาติ เป็นหัวหน้าพวกปิศาจภูเขาทั้งหลาย คอยดูและวัฏจักร เทพแห่งแม่น้ำ เทพคุ้มครองก็มี อย่างในเผ่าไอนุ เทพคุ้มครองประจำตัวคนจะเป็นสัตว์ สามารถให้ลางบอกเหตุได้
เทพอสูร ที่ก้ำกึ่งระหว่างปิศาจ ก็จะเรียกว่าเทพ  
บางทีก็เป็นเทพแห่งความสุขทั้งเจ็ด ที่มาให้ความมั่งคั่ง
ซาชิกิวาราชิก็จัดเป็นปิศาจที่ก้ำกึ่งกับภูมิเทพ เพราะนำความมั่งคั่งมาให้บ้านที่ไปอยู่
แต่คนมักจะเรียกว่าผีบ้านผีเรือน หรือบางสำนวนก็แปลว่าเทพแห่งโชคลาภก็ได้
 
เทพสามารถมีที่มาได้จากทุกสิ่ง ทั้งคน สัตว์ สิ่งของ หรือกระทั่งปิศาจ ก็มาเป็นเทพได้ครับ
 
 
จริง ๆ เรื่องราวของผีญี่ปุ่นมีเยอะแยะมากมาย และคาบเกี่ยวกันเยอะมากจนแยกแทบไม่ออกว่าอันไหนเป็นประเภทอะไร ก็เล่าพอให้รู้ล่ะครับว่าที่มาที่ไปของผีแต่ละอย่างมันเป็นยังไง มันเรียกว่าอะไร พอเจอคำพวกนี้เวลาดูการ์ตูนหรืออ่านหนังสือจะได้เก็ทง่าย ๆ ผมอาจจะไม่ถูกต้องซะหมดนะครับ
 
ยังไงก็จะให้ผู้รู้มาตรวจทานอีกที หวังว่าจะสนุกกับการอ่านเรื่องผีที่ผมจะกระหน่ำเล่าตลอดเดือนตุลาที่จะถึงนี้นะครับ รับฮัลโลวีนไปเบย
 
 
บาย เลิฟยอล
 
 
 
ปล. ผมยังคิดตัวต่อไปไม่ออก ใครชอบอะไร อยากอ่านเรื่องไหน ลองโหวต ๆ เข้ามาก็ดีนะครับ
เผื่อผมจะมีไอเดียในการเขียน Cry
 
 

Comment

Comment:

Tweet

open-mounthed smile embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed

#11 By (101.108.98.31|101.108.98.31) on 2015-08-24 17:49

โอ้วได้ความรู้ใหม่ๆมาเยอะเลย
ภาษาญี่ปุ่นเรียกโยวไค ภาษาจีนเรียก เยาไกว้

#10 By roku-san on 2013-06-10 13:22

Hot! Hot! Hot!

#9 By aaax on 2012-09-30 22:23

อ้อ ตอบคอมเม้นท์ลองใช้เครื่องหมาย @ ตามด้วยชื่อล็อกอินดูนะ เช่น @nirankas เป็นต้น
สอง ฮ่าๆๆ
big smile big smile big smile Hot! Hot! Hot!

#8 By Nirankas on 2012-09-30 21:36

ผีไทยมีเยอะขนาดนี้รึเปล่าเนี่ย
เขียนเรื่องผีรับฮัลโลวีนก็ดีเหมือนกันนะ
สอง ฮ่าๆๆ
big smile big smile big smile Hot! Hot! Hot!

#7 By Nirankas on 2012-09-30 21:35

#5 ขอบคุณก๊าบ

#6 By Gathering Urza on 2012-09-30 17:56

ส่วนตัวเห็นว่า โมะโนะโนะเกะ นี่น่าจะเป็นพวกวิญญานร้าย ที่ไม่ได้เกี่ยวกับจิต หรือ วิญญานของคนมากกว่านะคะ เป็นพวกวิญญานที่ก่อให้เกิด โรค หรือ เภทภัย ต่างๆ มากกว่า เหมือนในเมืองไทย มีผีห่า ที่นำพาโรคห่า หรือสำนวนที่ว่า ไปผิดผี แล้วเกิดเป็นอาการป่วยขึ้นมาน่ะค่ะ 
ในขณะที่จิตอาวรณ์ หรือ ความคิดตกค้างเช่น ความรู้สึกอาฆาตเคียดแค้นนั้นน่าจะเข้าเค้ากับคำว่า ยูเร มากกว่า เพราะเป็นจิตและความรู้สึกของมนุษย์
อย่างไรก็ดี ยูเร กับ โยวไก นั้นยังมีจุดซ้อนทับกันบางประการที่ทำให้ยูเร กลายมาเป็น โยวไก ก็ได้ เนื่องจากยึดติดกับพื้นที่มากเกินไป (เหมือนซาดาโกะในเรื่อง The Ring นั่นนางก็เริ่มก้ำกึ่งแล้ว) เป็นต้นค่ะ
ข้อมูลเกี่ยวกับโยวไกเพิ่มเติม คิดว่าหาเพิ่มได้ใน Youkai Database นะคะ (น่าจะมีอะไรมาเล่าให้คนอ่านกันอีกเยอะ)  http://www.nichibun.ac.jp/youkaidb/

#5 By p.k.a on 2012-09-30 15:29

ละเอียดมากค่ะ 
อ่านเพลินๆ ก็ได้ความรู้ดี big smile

#4 By hobbyburn on 2012-09-30 15:10

Hot! Hot! Hot!  ขอบคุณจ้าา  เคยสงสัยนานแล้วว่าทำไมถึงมีคำเรียกแตกต่างกันเยอะแยะมากมาย * *

#3 By NuTrino on 2012-09-30 14:13

ความรู้ใหม่ๆเพียบเลยค่ะ  Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#2 By Cotton on 2012-09-30 08:27

ขอบคุณครับ ละเอียดกำลังดี ยาวกำลังเหมาะ พออ่านไหว
สำหรับผม รู้สึกว่า ยูเร กับ คะมิ นี่พอจะติดหูและพอจะนึกลักษณะออกง่ายกว่าประเภทอื่นแฮะ สงสัยเพราะชัดเจนที่สุดในความรู้สึก :)

#1 By NSLR on 2012-09-30 03:29