คำเตือน: เอนทรี่นี้อยู่ในหมวด ยาวไปไม่อ่าน ไม่เหมาะสำหรับคนที่เกลียดการอ่านอะไรยาว ๆ
 
ก่อนอื่น ...สัญญากับผมก่อนนะครับชาวเอ็กทีน
ว่าอ่านแล้วจะเอาไปใช้เงียบ ๆ รู้กันสองคน
คุณ กับ ผม นะครับ
เพราะถ้าเรื่องนี้ปล่อยออกไปเยอะ ๆ
บรรดานักเขียนน้อยใหญ่จะรู้มาก
จนสำนักพิมพ์ทำงานยาก ขายของไม่สะดวกครับ
บางคนรู้มากแล้วไปโชว์ฉลาดจะงอแง ง้องแง้ง
แล้วสำนักพิมพ์เค้าไหวตัวทัน
เผลอ ๆ จะพลอย อดแดกกันทั้งหมดนะครับ
 
ดังนั้น รู้ แล้วเงียบ ๆ ไว้ ส่งงานเมื่อไรค่อย ๆ หยิบมาใช้ทีละอัน
อย่าเที่ยวไปโพทนาโพสต์ตามเว็บตามบอร์ด ไม่เอานะฮะ
 
ผมเห็นใครก็อปไปปล่อยที่ไหน ผมแจ้งลบนะครับ
 
โอเค ตกลงกันได้แล้วอ่านต่อ
 
โดยผมจะเล่าแบ่งเป็นสามพาร์ท คือพาร์ทการเตรียมส่งงาน
พาร์ทการเซ็นสัญญา และพาร์ทการโฆษณางานตัวเองนะครับ
 
part 1 ปฐมบทการส่งงาน
 
ทุกการเดินทางต้องมีการเตรียมตัว
ไม่เว้นแม้แต่การงมหอยในดอยกว้าง.....
...ซึ่งไม่เกี่ยวเชี่ยอะไรกับการส่งงานเลย
 
แต่ใช้หลักการเดียวกันได้
 
ในการส่งนิยายนั้นนักเขียนมือใหม่น้อยใหญ่ต้องเตรียมตัวก่อนครับ
ด้วยการ
 
1. วางโครงสร้างของนิยายทั้งหมดเอาไว้ว่ามีกี่ภาค
บางคนจินตนาการบรรเจิดเลิศภพจบแดนมาก
แต่คิดฟุ้งซ่านขาดการวางแผน ไม่มีการขึ้นโครงเป็นกิจจะลักษณะ
ก็จะทำให้พลาดในการออกภาคต่อได้
 
เพราะอะไร
 
เพราะว่าทางสำนักพิมพ์เค้าจะให้เราส่งโครงสร้างทั้งหมดให้อ่านครับ
มึงมีกี่ภาค สามภาค สี่ภาค สิบแปดภาค ลากไส้คายออกมาให้หมด
ไม่ต้องมากั๊ก แบบเขียน ๆ ไป อุ๊ยปิ๊ง ต่อภาคสองฮร่ะ 
 
ไม่มีทาง
 
เพราะถ้าจะต่อภาคสอง เค้าก็จะปล่อยต่อหลังขายภาคแรกได้ไม่กี่เดือนล่ะฮะ
เผลอ ๆ บางที่ต้องปล่อยภายในหนึ่งเดือน นั่นแปลว่า ถ้าจะส่งพิมพ์จริง ๆ
ควรมีสแปร์เรื่องสต๊อกไว้สองภาค แบบสมบูรณ์ด้วย
 
อีกอย่างที่ต้องบอกว่ามีกี่ภาค เพราะกรณีที่มากกว่าเล่มเดียวจบ
คุณต้องใส่เลข 1 ไว้ที่เล่มแรกนะครับ
เกิดมีแต่ ไม่ใส่เลข อ่าวเวร เล่มแรกโนนัมเบอร์
หรือไม่มี แต่เสือกใส่เลขไป
อ่านชิบหาย ภาคสองอยู่ไหน หรือบางคนที่เค้าเผอิญชอบเล่มเดียวจบ ไม่ชอบนิยายมีภาคต่อ
ก็จะไม่ซื้อเอาซะงั้น
 
มันกระทบหลายอย่างครับ ต้องวางแผน ไม่ใช่อยากเขียนก็เขียน อยากส่งก็ส่ง
ส่งไปตอบคำถามไม่ได้ เงอะ ๆ งะ ๆ ใครเค้าจะเอามึ้งงงง
 
2. จำกัดความยาวของเรื่องให้ดี
ยุคนี้เด็กไทยสมาธิสั้น หนังสือเล่มหนา ๆ ขายยากถ้าไม่ัรักจริง
เค้าให้สูตรมาครับว่ามาตรฐานเด็กไทย 8 บรรทัด
เค้าให้เขียนแค่ 120 หน้า ฟอนท์อังสะนา ขนาด 14
แม็กไม่เกิน 150 หน้า
 
ลองเขียนแล้วเรียงใส่เวิร์ดดูว่ามันมากี่หน้า เกินนั้นไปก็ไม่ได้ครับ
ต้องตัดแบ่ง ถ้าน้ิอยกว่าจะแบ่งก็ต้องรีไรท์ปรับแก้ให้มันสั้นลง
 
ดังนั้น คุมให้ดีครับ 120 นี่แหละผมว่าดีแล้ว
เผื่อมันย่นขยับปรับเข้าออก จะได้เหวี่ยงไม่เกิน 150
 
บางคนเวิ่นเว้อครับ บรรยายซ้ำซ้อน ไดอะล็อกซ้ำซาก
ส่วนไหนไม่จำเป็นก็ปล่อยฟุ้ง ทีส่วนสำคัญละเขียนมานิดเดียว
ให้ความสำคัญผิดจุด ดังนั้นการเขียนให้จบ แล้วตลบกลับมาอ่านใหม่อีกรอบ
จะเห็นว่า เหี้ย!! กูทำอะไีรลงไปคะเนี่ยคุณรุจน์!!!
 
อีกอย่่าง เขียนมาเยอะ ๆ เพ้อ ๆ กูเป็นบก.กูก็ขี้เกียจอ่าน
ดังนั้น เขีัยนมาน้อย ๆ แล้วตรึงให้คนอ่านบทแรกจนจบได้ จะเจ๋งมาก
หรืออย่างน้อย ๆ 7 บรรทัดแรก ต้องน่าสนใจแล้ว เพราะยุคนี้คนอ่านกันแค่นั้น
 
3. เขียนให้จบภาคแรก และขึ้นโครงภาคต่อ ๆ
เพื่อไปทั้งหมดให้ บก. ได้อ่านและกำหนดทิศทางให้ได้
จะส่งงาน อย่าส่งแต่โครงครับ คุณต้องเขียนมาให้จบ
เกิดเค้าสนใจบอก เออ! เอา!! พิมพ์เลย แล้วคุณมาแหะ ๆ ยังไม่ได้พิมพ์เลยคร่าาาา
เค้าจะเซ็งแด่วเอา  เราจะพาลเสียโอกาส
ดังนั้น จะขายของต้องมีของเตรียมไว้ขายครับ
ไม่ใช่ว่าลูกค้าสั่งปลากระพงนึ่งมะนาว พ่อครัวยังเอาฉมวกไปไล่แทงปลา มะนาวกำลังจะปลูก
ไอ้บ้า! มึงจะสดไปมั้ย
 
พอเขียนเรื่องทั้งหมด (โดยใช้กฏข้อ2) แล้ว ก็แนบไปพร้อมโครงสร้างภาคต่อไป
(ที่ถ้าจะให้ดีควรเขียนภาคต่อให้จบไปด้วยเลย เวลาเขียนภาค 3 จะได้มีสองเดือน) 
 
4. อีดิธให้แม่นยำ อย่าหวังน้ำบ่อไหนจากกองบก.
ไม่งั้นหลงหูหลงตา อายยันเล่มสุดท้ายขายหมดเลย เพราะเราไปไว้ใจกองบก.
ที่วัน ๆ อ่านนิยายเป็นแสนเรื่อง นักเขียนควรจะเป๊ะด้วยตัวเองครับ คำไหนที่เรามั่นใจว่าถูกแล้ว
ก็ไม่ต้องให้เค้าแก้ เดี๋ยวจะพาลมาเกลาสำนวนเราทิ้งหมด
 
ภาษาไทย ภาษาชาติ กรุณาเขียนให้ถูกหลักด้วย ในกรณีที่มันไม่ใช่ภาษาพูดในฟันหนู เช่น "จวย"
อันนั้นอนุโลมได้ แต่ถ้าบทบรรยาย ควรแม่นภาษาเขียนครับ
 
สรุป
สิ่งที่ต้องเตรียมมาส่งคือ
1. เรื่องย่อ - ตั้งแต่ต้นจนจบทุกภาค
2. เรื่องเต็มของภาคแรก - โดยมีขนาดอังสะนา 14 ไม่เกิน 120 หน้าเอสี่พิมพ์ในเวิร์ด
(โดยสะแปร์ภาคต่อไว้แล้ว)
3. โครงเรื่องของทุกภาค - โครงเรื่องกับเรื่อง