สวัสดีครับงานหนังสือ จนถึงตอนนี้เราก็พอจะรู้จักกันมากขึ้นแล้ว
ถึงผมจะพบคุณแค่ไม่กี่ครั้งต่อปีก็ตาม แต่ผมก็รู้สึกว่าสนิทกับคุณพอสมควร
คุณไม่เปลี่ยนไปเท่าไรนะ ยกเว้นปีนี้หนังสือที่ผมตามอาจจะออกน้อยไปหน่อย
แต่บูธและตำแหน่งต่าง ๆ ก็ยังคงเดิม
นักเขียนที่แม่งไม่ออกงานใหม่ก็จริง แกก็มากันเหมือนเดิม
 
แต่ผมต้องขอต่อว่าคุณนิดหน่อยว่ะ
คุณแม่งชอบทำให้ผมผิดแผนงบประมาณชาติประจำเลยอะ
อะไรที่วางแผนไว้ว้าจะซื้อในงบประมาณเท่าไร
 
คุณแม่งก็มีอีเวนท์ให้ผมนอกแผนตลอด
 
ผมก็ชอบคุณอยู่นะ แต่ครั้งหนึ่่งผมเกือบกลับบ้านไม่ได้เพราะคุณ
คุณแม่ง!!!
 
ปีนี้ผมเลยกลับมาแก้แค้น ผมมั่นใจเหลือเกินว่าคุณไม่ได้แดกผมหรอก
แล้วผลเป็นไง ได้หนังสือที่ไม่เคยอ่านมาสองเล่ม!!
 
จนได้สิน่าา!!!
 
 
ผมเลยวิเคราะห์ได้ละแม่งว่ามีสามปัจจัยที่ทำให้ผมยอมซื้ออะไรเพิ่ม
หรือวิ่งไปกดตังค์เพื่อมาเสียให้คุณ
ให้ความผิดพลาดนี้จบที่ผม
และการแฉครั้งนี้จะทำให้คุณไม่ได้แดกคนอื่นอีกต่อไป
 
คุณฟังไว้ งานหนังสือ มึงไม่ได้แดกกูอีกแร่รอรรรรร
------
 
 
สามปัจจัยที่ทำให้คุณควักตังค์เพิ่มและผิดแผนด้านการเงิน
1. พริตตี้หนังสือ
 
นิยามของคำว่าพริตตี้ที่เคยเข้าใจว่าขาวสวยผมสลวยรวยวาจานั้น ตัดทิ้งไปได้เลย
ขอแค่คุณสมบัติมีความเข้าใจในหนังสือที่ขาย น้องจะแว่นอ้วนเมือกเงือกน้ำตืิ้นแค่ไหน
พี่ก็จะเชื่อฟังน้องและยอมควักตังค์จ่าย
 
วันนี้ผมแม่งเจอมาครับ น้องแว่นคนนึงในบูธพูนิก้า ผมไปสอยการินเล่มใหม่มาไง
แล้วน้องก็เดินเข้ามาบวกผมบอกว่า "ฮุุ้ยพี่ยยย์ อ่านการินไม่ลองซี่รี่ส์ใหม่ล่ะคะ สาปศพนางฟ้าอะ
เรื่องราวแบบซับซ้อนซ่อนเงื่อนเพื่อนทรพีกว่ามาก เหนือชั้นกว่ามาก แนวจิตวิทยามาก
เป็นเรื่องของแบล่บ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ คือหนุพูดได้ไม่มากนะเดี๋ยวจะสปอยล์
เอาเป็นว่าพี่เอาไปเลยค่ะสองเล่มรวมการินสี่ร้อยกว่า ๆ ขายดีมากกกก
หมดไปแล้วรอบนึงต้องสั่งมาเพิ่มเนี่ยย ซื้อเหอะนะ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
 
อ้อนนน อ้อนนนเหมอืนลูกเหมือนหลาน


ดีที่ผมปฏิญาณไว้แล้วว่า คุณไม่ได้แดกผมหรอกงานหนังสือออออ
เพราะบาดแผลจากปีที่แล้วทำเอาติดตัวแดง ต้องบากหน้าไม่ยืมค่ารถชาวบ้าน
ผมอัปยศมาก ผมจะไปพลาดอีก ผมเลยกัดฟันแล้วบอกน้องพริตตี้ไปว่า
ยังไม่เอาละกันนะครับ แล้วเดินมือสั่นและรู้สึกผิดออกมา อยากอ่านก็อยากอ่าน
อยากอุดหนุนน้องเขาเหลือเกิน อุตส่าห์ทุ่มเทและเป็นแฟนพันธ์แท้ได้ขนาดนี้
แถมทำการบ้านมาดี แม่งอ่านทุกเล่มในสนพ.เลยรึเปล่าวะ
 
ผมเดินใจแข็งไปที่เอนเตอร์บุ๊ค ไปส่งเพื่อน
ก่อนนั้นเพื่อนเล่าว่าชอบงานของนักเขียนคนหนึ่ง
เขียนเรื่องผู้เสกทรายอะไรซัมติง พี่ลองอ่าน เจ๋งสัสหมา
ผมก็ไปดู แล้วเจอเรื่องที่ว่า ก็เลยถาม "นี่แง๊ะ ที่แนะนำ?"
 
ผมก็กลั้นใจไม่ซื้ออีกรอบ เพราะเล่มหนายังกะขอบทางด่วน
 
แต่ขอบทางด่วนก็ทลายดั่งหนึ่งโดนรถตู้กระแทกแหก
เมื่่อเจอน้องพริตตี้ประจำบูธทำเอาทหารพิทักษ์ทรัพย์ผมตายไปเก้าศพ
ตามรถตู้ที่กระแทกตกทางด่วนไป
พี่คะ อ่านเรื่องผู้เสกทรายด้วยเหรอคะ ชอบแนวแฝงแง่คิดเหรอคะ...
หรือชอบแนวแฟนตาซีฮา ๆ คะ ถ้าชอบแบบหลังแนะนำเรื่องนี้ค่ะ
ออกมาแค่สองเล่ม แต่เล่มนี้เหลือเล่มสุดท้ายแล้วเดี๋ยวเอาล็อตใหม่มาลงให้ค่ะ
ลดพิเศษเลยนะคะแบล่บ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
 
โดนไปสองเล่ม เรื่องนักเวทมาโออะไรซัมติง
ที่ปกติไม่เคยแม้จะเฉียดเข้าใกล้เชลฟ์แม่งตอนวางในb2s
 
แต่มาที่นี่ พริตตี้ทั้งหลายทำให้ผมเสียทรัพย์
สรุปผมต้องเดินไปกดเงินเพิ่มเพื่อมาถอยหนังสือในแผน
ซึ่งโดนพวกผิดแผนตัดหน้าไป
 
ผมเกือบรถคว่ำตายอีกรอบตอนไปที่บูธของซันบีม
มันมีเรื่องไอส์แลนด์เกาะซัมติงออกใหม่ น้องพริตตี้ที่เฝ้าคราวนี้ไม่เหมือนใคร
เธอไม่อ้อน ไม่ง้อ ไม่ขอให้ซื้อ ไม่แนะนำ ไม่มีโปรโมชั่นไม่บริการส้นติ่งอะไรทั้งนั้น
 
แต่พอเราขอลองอ่าน แล้วบอกว่ายังไม่ซื้อเท่านั้น
พวกเธอทำเสียงผิดหวังอย่างรุนแรง
ประหนึ่งเราสัญญาว่าจะพาไปดรีมเวิร์ลแล้วยกเลิกแผนก่อนวันจริง 2 ชม.
 
"โหวววววววอะไรอะะะะะะะ ทำไมง่าาาาาาาาาาาาาาาา
โหยยยยยยยยยย ไม่ซื้อเหรออออออออ"
 
ผมแทบจะตีรถกลับไปซื้อด้วยความรู้สึกผิด
แต่โดนจิตใต้สำนึกหยิกสะกัดไว้ก่อนด้วยการบอกว่า
มึงอ่านเหรอครับเรื่องนี้
 
ผมได้แต่ปากคอสั่นเทาตอบจิตใต้สำนึกไปว่า กูสงสารน้องเค้าาาาา
 
สรุปนี่คือปัจจัยแรกที่คนใจอ่อนอย่างเราไม่อาจต้านทาน
ตัวผมเองที่ว่าธาตุแข็ง ๆ เจอของแรงเข้าไปก็ง่อยเปลี้ยเสียขา
เหลือพรุ่งนี้อีกวันไม่รู้พวกนอกแผนจะปล้นตังค์ผมไปอีกเท่าไร
 
 
2. โปรโมชั่นลดราคา
 
จริง ๆ แม่งก็ลดไม่ได้เยอะเลยน่ะ 15-20 เปอร์เซ็น
แต่ด้วยการที่บอกว่า ไปที่ร้านก็ลดไม่เกิน 10 เปอร์หรอกค่ะ
ในงานนี่แหละคุ้ม
 
(แน่นอนคนพูดต้องเป็นอิน้องพริตตี้ข้อบน)
 
ซึ่งเราก็คล้อยตามเพราะแม่งถูกกว่าราคาปกจริง ๆ
เห็นตัวเลขแล้วเหมือนโดนสิง ล้วงเงินออกมาจ่ายด้วยสภาพไร้สติ
รู้สึกตัวอีกทีตอนคิดตังค์ และถามตัวเองว่า กูอ่านเหรอวะเรื่องนี้
 
ถึงมันจะถูกแสนถูกแค่ไหนก็ตาม ก็ต้องย้ำคิดย้ำทำหน่อยนะครับ
มันลดเหมือนกันทุกเจาแหละครับ แถมเผลอ ๆ เจอนักเขียนได้ลายเซ็นมาเพิ่มคุณค่าให้งานอีก
แต่มันจะคุ้มมั้ย หากของที่ซื้อมาเราไม่ได้อะไรจากมัน หรือ่านไปก็เพราะเสียดายไหน ๆ ก็ซื้อมาแล้ว
 
อย่าให้วิญญาณแม่บ้านเฮี้ยนของเซลล์มาสิงคุณได้ครับ
คิด ให้ดี
 
แต่ส่วนใหญ่จะตายก็เพราะว่า มันเป็นเรื่องที่อ่าน เคยอยากอ่านแต่ไม่ได้ซื้อ
เห็นที่ร้านนานแล้วแต่รับราคาไม่ได้
มาเจอมันลดลง 10 บาท 20 บาท ก็อยากจะซื้อมาเก็บสมใจปรารถนา
ไอ้พวกของเซลล์ราคาถูกลงไม่กี่บาทนี่แหละครับ ทำผิดแผนมานักต่อนักแล้ว
ไป ๆ มา ๆ แม่งได้เล่มที่เคยอยากได้มาเต็มไปหมด
แต่เล่มที่อยากได้คราวนี้ไม่เหลือตังค์ซื้อ
ต้องกลายเป็นเป็นเล่มที่เคยอยากได้ในโอกาสต่อไป
เกิดเป็นลูปนรกวงจรอุบาทวืเยี่ยงนี้สืบไป
 
 
3. ปกสะกดจิต
 
ผมถามหลายคนว่า
สิ่งที่ทำให้คุณซื้อหนังสือซักเล่ม
โดยที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน
คืออะไร
 
ทุกคนตอบว่าเฟิร์สอิมเพรสชั่นคือปก
 
ปกแม่งบางทีไม่ได้เกี่ยวเห้อะไรกับเนื้อเรื่อง
แต่สวยสะกดจิต ทำให้คุณเซไปหาดังมีอำนาจลี้ลับ
สีสันงดงามตระกายตา ส่งประกายพิศวงเหมือนกลิ่มหอมที่มึนเมา
ชื่อเรื่องที่โดดเด่นนั่น ฟอนท์ที่คดเคี้ยวทำมุมสวยเหมือนมือของแมวกวัก
ที่กวักให้หนูอย่างเราเข้าไปคลอเคลียและตกเป็นเหยื่อของมัน

ซึ่งแน่นอน ถ้าคุณโฉบเข้าไปเพราะปกมันแผดรังสีออกมากระชากใจคุณแล้ว
บูธหนังสือเหล่านั้นจะไม่ปล่อยให้คุณมาจับ ๆ หยิบ ๆ พลิกอ่านได้ง่ายดายแล้วเดินจากไปโดยไม่ซื้อเด็ดขาด
เราจะติดกับค่ายกลพริตตี้ในข้อที่ 1 ที่จะวิ่งเช้ามาบวกคุณทันทีที่คุณสัมผัสหรือเหยียบลงไปบนพื้นที่ 15 เซนติเมตรหน้าแผงหนังสือ


นี่แหละฮะ บ่อยครั้งที่ผมเดินเข้าไปจับต้อง  คือความดึงดูดของปก
แม่งดอกไม้กินแมลงดี ๆ นี่เอง แตะปุ๊บฮุบปั๊บ ถอนตัวไม่ขึ้น และก่อนจะได้สติรู้สึกตัว
แม่งก็ถือถุงลายนิยายเล่มนั้นออกมาเดินเมาอยู่หน้าเพนนารี่ฮอลแล้ว พลางถามตัวเองว่า
 
"สัส กูมาซื้ออะไรนะ"
 
ดังนั้นสิ่งที่จะให้สติคุณคือ คำโปรยที่ปกหลัง หรือสรุปเรื่องที่ปกหลัง
อาจจะทำให้คุณได้สติและไม่ถูกปกสวย ๆ หลอกให้หลงได้
เพราะมันอาจจะเล่า หรือไม่เล่าเชี่ยอะไรเลย ภายในเล่ม จนทำให้คุณรุ้สึกตัวได้
 
เช่นเปิดมาแล้วไม่ได้แก่นสารเหี้ยอะไรเลยนอกจากบทสนทนาจุบิจุบุ
"เธอคิดว่าจะหนีรอดเหรอนังโขมยตัวแสบ"
"ปล่อยชุ้ลนะ ตาตำรวจบ้าบ้าบ้า"
  เรื่องราวจะเป็นยังไงเมื่อมือปราบหนุ่มปิ๊งรักกับขโมยสาว
 
 
แสรดดดดดด ปกสวยอลังแต่เนื้อเรื่องกากแมวมาก
 
ดังนั้นเวลาพิจารณานิยายสักเล่ม อย่าตัดสินมันด้วยปกสวยสะดุดตา
อย่าตักสินมันด้วยตัวละครที่หล่อเฟี้ยวเงาะมาล่อคุณ
อย่าให้ปกที่ลวดลายพิศวงดังมีเวทมนต์สะกดใจคุณได้
จงตื่นตัวเสมอ ท่องไว้ว่า งบ 2000 งบ 2000 งบ 2000
และอ่านอย่างพิจารณา อย่าให้เสียงพริตตี้เจื้อยแจ้วมาชักนำคุณได้
 
แล้วคุณจะรอดจากวังวนเสียตังค์นอกแผน
และแม่เหล็กดูดตังค์ ทั้งพริตตี้ ส่วนลด และปกสวย จะทำอะไรคุณไม่ได้
 

 
นี่คือทั้งหมดทั้งมวลกับสิ่งที่่จะดึงดูดให้คุณเข้าไปสู่วังวนแห่งการเสียตังค์โดยไม่ได้คาดหมาย

ยังไงก็ระวังไว้นะครับ งานหนังสือ แม่งร้ายกว่าที่เราคิด
 
 
ปล. นี่ผมมาเขียนเพิ่มจากวันที่ 7 นะเนี่ย ทั้ง ๆ ที่รู้แบบนั้นผมแม่งก็โดนไปอีกละ
วันที่ 8 นี่ตั้งใจจะไม่ซื้ออะไรแล้วแท้ ๆ ก็โดนมาจนได้ 300 กว่า ๆ
เหยดดดดดด อุตส่าห์ย่ามใจว่าเงินสำรองเยอะ
 
ไงล่ะมึง เดินไปเดินมา เหลือแค่ไม่กี่พันเลย อ๊ากกกก

Comment

Comment:

Tweet

ปีที่แล้วเสียไปครึ่งหมื่น 
โดนสูบเกือบหมดตัว เกือบไม่มีตังค์พอกลับบ้าน
ปีนี้เลยตั้งสติทำใจให้มั่น แล้วพยายามซื้อตามเป้าหมาย
สุดท้าย ของที่ได้ไม่ใช่สิ่งที่จะซื้อแม้แต่น้อย .....

#13 By siver_buff on 2013-04-24 23:41

อารมณ์เหมือนจะไปกินเบียร์ยี่ห้อหนึ่ง
แล้วไปเจอพริตตี้อีกยี่ห้อหนึ่ง
คะยั้นคะยอเสียจนเละ จนเทะ ซื้อมั่วไปหมด ฮาๆๆ double wink Hot!
Hot! Hot! Hot! Hot!
พริตตี้งานหนังสือ เจอที่บูธการินเหมือนกันเลยค่ะ
โดนไปสามเล่ม // กระอักตาม

#11 By Phantom In Shadiness on 2013-04-09 07:17

ทุกๆปีได้แต่เฝ้าภาวนาว่า......
"เอาปกมาออกอาร์ตบุ๊คเหอะค่ะ"
เป็นพันก็ซื้ออ่ะ55+ /เว่อร์

#10 By zea-ro on 2013-04-08 23:56

โอ้ย ข้อหลังมันปวดจาย5555

#9 By tama on 2013-04-08 23:49

ผมไปงาน ผมพยายามจะอ่านเนื้อในทุกครั้งครับ
ไม่งั้นงบบานแน่นอน

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#8 By K ToKa on 2013-04-08 18:40

เมื่อก่อนเป็นแบบนั้นทุกข้อค่ะ แต่ตอนนี้เลิกได้ละ ไม่หลงคารมพริตตี้ง่ายๆ open-mounthed smile

#7 By Lavenya on 2013-04-08 13:41

Hot! มีำคำกล่าวว่า "Don't judge a book by its cover" แต่ไปงานหนังสือทีไร เห็นปกสวยๆ น่าดึงดูดก็หยิบแล้วแหละ open-mounthed smile
ผมจะโดนข้อ 3 มากสุดครับ
เผลอมองทีไร อดใจไม่ได้ทุกที sad smile

#5 By Copiic on 2013-04-08 12:36

ถึงร้ายก็รัก
( Hot! Hot! )

#4 By Nirankas on 2013-04-08 09:23

จริงๆก็วางแผนดีเหมือนกันครับ แต่พอเจอปกสวย ผมเหมือนโดนสะกดจิต แถมไม่พอ เจ้าประคุณพริตตี้ยังบอกทางไปตู้กดด้วยค่ะ กะไม่ให้เสียเวลา ทางลัดทางนี้นนะครับ ตรงไปสุดซอย พอกดเสร็จให้รีเทิร์นกลับมา อู้ยยย โดนเลยครับ จากนั้น ตั้งแต่วันนั้นจนวันนี้ ผมก็ยังไม่ได้กินอะไรนอกจากมาม่ากับน้ำเปล่าเลยครับ ของเค้าดีจริงๆ

#3 By eFERp on 2013-04-08 03:57

โชคดี ที่วางแผนมาดี
และสภาพจิตใจที่แกร่งพอให้เราเสียทรัพย์
ไม่เกินงบที่ตั้งไว้ 
คิดซะว่า เดี๋ยวมันก็มาอีก
ไม่ต้องรีบซื้อก็ได้

#2 By Lumos on 2013-04-08 03:08

คิดในแง่ดีว่า อย่างน้อยก็ได้ซื้อมาในราคาต่ำกว่าราคาปกติละนะ!

#1 By ศรี on 2013-04-07 23:42