คำเตือน
บทความนี้ยาวมาก เล่าเรื่องม้วนเดียวจบ
กรุณานั่งสมาธิ ดำน้ำ ดูปะการัง เข้าค่ายคุณธรรม จำสูตรคณิตศาตร์
และคาดเข็มขัดนิรภัยให้เรียบร้อยก่อนอ่าน
เพราะคุณต้องใช้ความอดทนสูงมาก หากต้องการอ่านจนจบ

อนึ่งผู้เขียนได้ทำการใส่หมายเลขไว้ในแต่ละย่อหน้าไว้
เพื่อง่ายต่อการแบ่งอ่านเป็นรายเดือน
ขอบคุณที่รู้ว่ายาวแล้วก็ยังจะดันทุรังอ่าน
น้ารักอ้ะ Wink
 
 
 
1. บทนำ
คุณเชื่อในพรหมลิขิตมั้ยครับ
ผมโคตรไม่เชื่อเลยว่าจะมีใครสักคนขีดชีวิตเราให้มาเจออะไรด้วยความบังเอิญ
และพระพรหมก็คงเป็นสิ่งแทนตัวของเรื่องบังเอิญเฟ้ดเฟ่ทั่วไปเท่านั้น สำหรับผม
 
แต่ผมก็ประจักษ์กับตัวแล้วครับ ว่าเหตุบังเอิญเกินไปแล้ว!!ก็ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า
ใครแม่งเล่นตลกกับชีวิตผมหรือเปล่า
 
ผมไปกรุงเทพมาตั้งห้าวัน แต่ไม่ไ่ด้เล่าอะไรให้ใครฟังเลยนอกจากขบกัดงานหนังสือนิดหน่อย
จริง ๆ เรื่องฮามันมีมากกว่านั้นเยอะครับ แต่ด้วยสภาพที่ไปพักบ้านมนุษย์เพื่อน
เลยไม่มีโอกาสเขียนอะไรยาว ๆ ที่ใช้สมาธิในการเรียบเรียงเท่าไร
เพราะคอมพ์ก็ของเค้า ใช้นานก็เกรงใจ แถมมันวุ่น ๆ จนไม่มีอารมณ์มาเขียน
 
กว่าจะมีสมาธิมาเรียบเรียงเรื่องทั้งหมดก็ผ่านมาจนจะสิ้นเดือนละครับ
 
 
ทุกปีผมจะไปกรุงเทพ 2 ครั้ง ใหญ่ ๆ 
คือไปงานหนังสือเพื่อพบปะนักเขียนที่ผมเคารพท่านหนึ่ง
ทุกครั้งที่นพ วิทูรณ์ทองเรียกรวมพล ผมก็จะลงไปแบบไร้เงื่อนไข
แต่มักจะเตรียมการใหญ่ ๆ ไว้เสมอ เพราะลงไปแต่ละครั้ง 
ผมต้องคุ้มค่าใช้จ่าย ด้วยการนัดเจอหลาย ๆ คน จากหลาย ๆ กลุ่ม
 
ปีนี้ผมนัดน้อง ๆ ในชมรมวังแดง (บอร์ดวาดรูปของผมที่ปิดตัวไปแล้ว แต่สมาชิกยังติดต่อกันอยู่หลายคน)
นัดคอสเพลย์ไอด้อลที่ผมชอบ ขอทานข้าวด้วยสักมื้อ
และนัดเพื่อนสาวที่กำลังมีปัญหาหัวใจมานั่งจิบเบียร์ปรับทุกข์กัน
 
และแน่นอน นัดมนุษย์เพื่อนด้วย ว่าจะทำอะไรกินกันที่บ้านที่ผมไปขอพัก
โดยมนุษย์เพื่อนของผมก