ท่ามกลางเสียงแหกปากหน้าแถว
ของคนที่อุปโลกอำนาจให้ตัวเองนั้น
ผมสัมผัสได้ถึงความคิดซ้ำซาก
จากคนที่ปัญญาจะผ่านเทอมหนึ่งนี้ไปให้ได้
ยังเป็นเรื่องเครียด
 
รุ่นพี่ปีสองที่ไม่เคยทำงานร่วมกับใคร
มากไปกว่าเด็กม.ด้วยกันยืนว้ากน้องอยู่หน้าแถว
น้อยคนที่จะสัมผัสชีวิตในสังคมจริง ๆ ที่ไม่ใช่งานพาร์ทไทม์
แต่กลับพูดจาเหมือนผ่านโลกมาเยอะซะเต็มประดา
 
 
สิ่งที่พวกเขาพร่ำพูด
คือเรื่องความกดดันที่จะทำให้ทนทานต่อเจ้านาย
มารยาทที่ควรมีต่อคนอาวุโสกว่า
ความมีระเบียบวินัยในฐานะนักศึกษา
 
พวกเขากำลังเล่านิทาน
กำลังพูดถึงโลกที่พวกเขาไม่เคยมี
 
 
ผมไม่ได้อะไรจากการรับน้องด้วยระบบโซตัสกาก ๆ ที่ัรับมา
โดยไม่สามารถอธิบายได้มากกว่าคำว่า ทำตามกันมา
หรือคนอื่นเขาทำกันได้ ทำไมเราจะทำไม่ได้
 
 
แต่ตลอดระยะเวลาที่ศึกษาในมหาวิทยาลัย ผมได้อะไรเยอะชิบหาย
มันเป็นสิ่งที่รุ่นพี่ไม่เคยสอน ทั้งที่มันใกล้ตัวกว่าสังคมภายนอกเยอะ
สายตายาวไปนะ มองไปถึงตอนทำงานโน่น ....เอาแค่เรียนให้จบมั้ย
 
และนี่ คือสิ่งที่ผมได้เรียนรู้ระหว่างการเรียนมหา'ลัย
 
1. ตื่นเช้าเป็นลาภอันประเสริฐ
ผมเป็นคนนอนดึก เสพติดหลายอย่างจนเลยเวลานอนบ่อย ๆ
และการตื่นเช้าเป็นอะไรที่น่ารังเกียจมาตั้งแต่สมัยเรียน ม.ต้นแล้ว
การที่ต้องแหกขี้ตางัวเงีัยไปร้องเพลงชาติเป็นอะไรที่ผมไม่ยินดีจะทำที่สุด
 
ตอนเรียนปวช.ผมไม่ผ่านกิจกรรม เพราะไม่เคยมาเข้าแถวตอนเช้าเลย
 
พอขึ้นอุดมศึกษาผมก็ทำสันดานเดิม ๆ คือมาเรียนสายบ้าง ขาดคาบเช้าบ้าง
 
มันเป็นความชิบหายของชีวิต เพราะวิชาสำคัญของผมไปกองรวมกันในคาบเช้า
แค่ผมมาสายเพื่อนก็ทำควิชไปหมดแล้ว
แค่ผมมาสาย งานพรีเซนต์เดียวก็จบไปแล้ว
แค่ผมมาสาย อาจารย์สั่งงานและปล่อยกลับไปหมดแล้ว
 
การมาสายเป็นความชิบหายของชีวิต
ผมลำบากเพราะมาสายหลายครั้ง
จนเห็นความสำคัญของการมาหอบสังขารมาเรียนเช้า
 
สิ่งนี้รุ่นพี่ไม่สอน - สอนแค่ว่า มาสายไปหมอบ หงาย กางมุ้ง ลุกนั่ง อิช ๆ ๆ ๆ ใช้แรงแบบวัวแบบควายแล้วมาอ้างทีหลังว่าจุดประสงค์จริง ๆ ก็ึืคือการมาตรงเวลานะคเอะ คร้วย พูดดี ๆ ก็ได้ คนนะไม่ใช่ควายไอ้สัส
 
2. การไหว้เขาให้เกียรติตัวเราเอง
ผมเป็นคนมือแข็ง แม่ผมผมยังไม่หวัดดีเลย หวัดดีทำไมวะเจอหน้ากันทุกวัน
เลยเป็นคนไปไหนไม่เคยไหว้ใคร ถ้าแม่งไม่สำคัญจริง ๆ

แต่สังคมก็ตบหน้าผมด้วยการให้คนอื่นมาไหว้ผม

จำเป็นต้องรับไหว้กลับ เพราะการเฉยใ่ส่ 
เป็นอะไรที่เหี้ยมาก ซึ่งผมก็คิดแบบนั้นจริง ๆ เวลาที่ไหว้ใครแล้วแม่งเฉยใส่ 

แล้วพอเจอคนไหว้บ่อยเข้า ๆ ผมไหว้คนอื่นบ้าง
เพราะเริ่มคิดแล้วว่า การไหว้เป็นการให้เกียรติตัวเราเอง

จากที่เห็นคือ เขาไหว้เรา ทำให้เขามีเกียรติในสายตาเรา
น้องคนนี้ดีว่ะ น่ารักว่ะ ไหว้กูตลอดเลย
ในทางกลับกัน การที่เราไหว้คนอื่นก็ทำให้เรามีเกียรติในสายตาคนอื่นเช่นกัน

เราก็เป็นคนดีคนน่ารัก อ่อนน้อมตามขนบสังคม


แม้แต่คนงานชาวเขาชาวพม่าที่เขาไมไ่ด้เรียนมหาลัยสูง ๆ 
เขาเจอผมเขาไหว้ตั้งแต่ยังไม่ทันเปิดประตูเลย แม่งโคตรดีอะ
ไม่เห็นต้องมีใครไปบังคับเลย มันเกิดขึ้นเองตามสามัญสำนึก
 
ส่วนใครที่ไม่ไหว้ เขาไม่เคร่งเรื่องนี้ เราก็เฉย ๆ กับเขา
ไม่ได้เรียกร้องความเคารพจากเขา ในเมื่อเราไมไ่ด้มีบุญคุณอะไรกับเขา
แถมบางทีเหี้ยให้เห็นด้วย จะไม่ไหว้ก็ถูกต้องแล้ว

สิ่งนี้รุ่นพี่ไม่สอน -  บังคับให้กูไหว้งก ๆ ไม่ไหว้ก็มางิดใส่
บางคนน้องมาไหว้ทำเฉยใส่ หยิ่งใส่ น้องมันจะอยากไหว้มึงมั้ย
บางคนอ้างว่าไม่ทันเห็นมั่ง ทำอย่างอื่นอยู่มั่ง
มึงไม่ใส่ใจในความเคารพแล้วจะเรียกร้องให้คนอื่นใส่ใจได้ยังไงละครับแหม่
 
 
3.ขาดเรียนหนึ่งคาบดับเป็นลูกโซ่
ผมไม่ได้เรียนคาบแรกของเช้าวันเปิดเทอม เพราะคิดว่าคงไม่สำคัญ
กลายเป็นว่าอาจารย์สั่งงานตั้งแต่คาบแรก และคายต่อไปคือการเอาชิ้นนั้นมาทำต่อยอด
 
มันชิบหายมากถ้าคุณขาดโซ่ไปข้อหนึ่ง มันทำให้ต่ออีกข้อไม่ได้ไปโดยปริยาย
ผมต้องมานั่งปั่นย้อนหลังซึ่งอาจารย์จะรับมั้ยก็เป็นสิ่งที่ต้องลุ้นยิ่งกว่าหวยออก
 
นี่แหละครับชีวิตการทำงาน คุณขาดงานขาดประชุมครั้งหนึ่ง แทบจะโบกแท็กซี่แว้นตามกันเลยทีเดียว โครงการบินไปไหนต่อไหนแล้วไม่รู้จากการแค่ประมาทไปครั้งเดียว อย่าคิดนะว่าประชุมชักช้ายืดยาดไม่คืบหน้าไม่มาสักครั้งก็ไม่ตาย ใครจะรู้เกิดจะรวบรัดเบ็ดเสร็จอนุมัติไปแล้