7 ที่มาดอก ๆ ตำนานกรีก

posted on 18 Aug 2013 01:52 by urza in Lao directory Knowledge, Diary, Idea
 
ดอกที่นี่คือดอกไม้นะครับ ไม่ใช่คำด่า
ซึ่งขอหมายรวมไปถึงพันธ์ไม้ ต้นไม้ต่าง ๆ ด้วยเลย
เพราะจำเพาะดอกไม้ก็มีไม่กี่ดอกครับ
 
 
ในปกรณัมตำนานกากนั้น ...กรีกนั้น
เป็นที่ทราบกันว่าเทพเจ้ามักจะตอบแทนคน พาหนี หาทางออก
หรือจบเรื่องเศร้าด้วยการจับแขวนบนฟ้า ให้กลายเป็นกลุ่มดาว
จนเป็นดาวจะล้นเฟรมท้องฟ้าแล้ว ก็เริ่มเปลี่ยนวิธีการ
 
โดยเฉพาะในบรรดาเทพรุ่นลูก
ไม่ได้มีอำนาจเหมือนซูสกับเฮร่า
ก็ใช้วิธีการเปลี่ยนอีกฝ่าย
ให้เป็นต้นไม้ใบหญ้าดวงดอกจอกแหนแทน
 
ผมเลยทำการไปรวบรวมมาว่า
มีไม้ดอกพันธ์ไหนบ้าง...ที่มาจากคนตาย
 
 
1. ดอกนาซิสซัส
 
 
ขึ้นชื่อมาบางคนอาจจะร้องอ๋อ
ใช่แล้วครับวัยรุ่น สุภาพบุรุษหลงตัวเอง
นาร์ซิสซัสผู้ก้มมองเงาตัวเองแล้วฟรีซอยู่แบบนั้น
ด้วยความหลงใหลจนแห้งหายตายห่านั่นเอง
 
มีหลายสำเนาอธิบายความหลงรักตัวเองของนาร์ซิสซัสไว้
แต่ที่นิยมที่สุดคือเพราะเทพหมั่นไส้ที่เขายะโส
ในความรูปงามของตน เลยสั่งอีรอสไปยิงศรรักใส่
แต่เสือกเป็นตอนเข้าป่าล่าเก้งอยู่เลยไม่มีใครให้เฟิร์สอิสเพรสชั่นปิ๊งปั๊ง
พอจังหวะหิวน้ำจะก้มแดกก็เห็นเงาสะท้ิอนในน้ำตัวเอง ไม่เคยเห็นใครงามเท่านี้
ก็หลงรักหัวปักหัวตำ ...หัวปำ
 
มีบอกรักด้วยนะ "ข้ารักเจ้า" เหยดดดดด
แล้วเงาในน้ำเสือกตอบด้วย "ข้าก็รักเจ้า"
 
ซึ่งเสียงสะท้อนนี้มาจากนางไม้ที่หลงรักเขาแต่พูดไม่ได้
เอคโคนั่นเอง
ทีนี้ละหลงใหญ่ลืมกินลืมนอน จนสุดท้ายก็แห้งตายอยู่ตรงนั้น
 
ทีนี้สำนวนมันลักลั่นย้อนแย้งกันตรงที่
นาร์ซิสซาร์ไม่เคยเห็นตัวเองเลยหลงรักตัวเอง
แล้วแม่งจะยะโสมั่นเหง้าหน้าตัวเองได้ไงวะ
หรือหลงรักเพราะอำนาจศร
แล้วหรือนาร์ซิสซัสแม่งหลงรักตัวเองเลย
โดยไม่ได้โดนอำนาจส้นตึกอะไรใด ๆ ทั้งสิ้น
 
....อันนี้ก็เป็นเรื่องนาร์ซิสซัสแม่ง
 
แต่ผลจากการตายของเขาทำให้่เกิดดอกไม้ชนิดหนึ่งขึ้นมา
คือดอกไม้ตามชื่อของเจ้าตัวเอง นาร์ซิสซัส เป็นดอกเล็ก ๆ น่ารักสีขาว มักขึ้นริมน้ำ
พี่ไทยบางตำราเลยจับยำเป็นดอกพลับพลึงเลย ไทยดี
...สัส ดอกพลับพลึงดอกใหญ่เท่าบ้าน
ไม่ใช่พลับพลึงนะฮะ นาร์ซิสซัสก็นาร์ซิสซัส
 
 
นอกจากเป็นดอกแล้ว นาร์ลซิส
ยังเป็นกลุ่มอาการหลงรักตัวเองด้วย
ถ้าถึงขั้นมีอารมณ์กับรูปร่างตัวเองจนไม่ยอมมีคู่ 
ว่าตัวเองสวยล้ำหล่อแรง แซงชะนีชบาได้ทุกป้าย
ไม่จำเป็นต้องรักใคร จะจีบชั้น...คู่ควรเหรอยะ
สะบัดบ๊อบเก๋ ๆ แล้วเซจากไป

คือชั้นนาร์ลซิสรุนแรง

ถ้าพวกอ่อน ๆ ก็แค่มั่นหน้า
บ้าส่องกระจก ชมตัวเองได้ไม่กระดาก
 
 
แต่จากตำนาน ใครน่าสงสาร
อีเอคโค่เลย อุตส่าห์ฉวยโอกาสบอกรักได้
แม่งหลงรักเงาตัยห่าโชว์กูซะงั้น!

2. ดอกทานตะวัน
 

ตำนานดอกทานตะวันที่หันตามดวงอาทิตย์นั้น
เป็นอะไรที่รันทดหนักรักโศกกะโหลกผีกวีนิพนธ์สำหรับผมมาก
เป็นเรื่องของการรักเขาข้างเดียวข้าวเหนีึยวมะม่วงกันเลยทีเดียวนะครับแหม่
 
เรื่องนี้มีสองสำนวน
คือจีนกลางกับแต้จิ๋ว
แต้จิ๋วจะนับเจ๊กหนอซางสี่
แต่จีนกลางจะอี้เอ้อซานซื่อ
 
ทุ้ยยยยย
 
เรื่องนี้มีสองสำนวน สำนวนแรกเล่าในยุคใหม่ของโอลิมเปียน
เมื่ออะพอลโลได้เป็นเทพอาทิตย์แทนเฮลิโอส
ก็ทรงรถม้าข้ามเวหาทุกเมื่อเชื่อวัน
ฝ่ายนางไม้นางหนึ่งนามว่าไคลที
ได้แต่หลงรักสุริยะเทพหนุ่มอยู่ถ่ายเดียว
มองเช้าจรดเย็น มองเช้า จรดเย็น
อะพอลโลเทวาก็หาได้ใส่ใจปฏิพัทธ์ใดต่อนางไม่
 
แน่นอนสิวะ กูบินตั้งสูง มึงมองขึ้นมา
ต่อให้เห่าด้วยกูก็ไม่ได้ยินหรอกแว้ะ!
 
สุดท้ายแล้วนางจึงแห้่งเหี่ยวผ่ายผอมตรอมใจตายไปแบบนั้น
เทพเวทนาจึงเปลี่ยนางเป็นดอกทานตะวัน
(บ้างก็ว่างอกมาเอง ณ จุดที่นางตาย)
แม้เป็นดอกไม้แล้ว
ก็ยังคงหันเหตามแสงอาทิตย์ของชายคนรักต่อไป
มันซึ้งซ่านถึงต่อมหมวกไต T^T
 
แต่อีกสำนวนนี้แฟ้บคนละกล่องหนังคนละม้วนเลยนะครับ
 
เรื่องมีในยุคของสุริยะเทพองค์เดิมคือ
เฮลิโอสรถเพลิงที่มีใจต่อนางลูโคเทีย พี่สาวของไคลที
และแน่นอนตามตำนานสันดานเทพ อยากได้ใครก็หลอกฟัน
ด้วยการปลอมเป็นมารดาของลูโคเทียเพื่อเข้าหานาง
พอประชิดตัวได้ก็คืนร่างเข้าโซเดมาคอมกินตับจนสาใจแล้วจากไป
 
ไคลทีรู้เข้าก็ริษยา ...
เหยดดด
พี่มึงโดนข่มขืนแทนที่จะแจ้งความ
เสือกอิจฉาไหมละมึง
 
แต่นางแจ้งความแน่ครับ
...แจ้งแก่ราชาออร์คาร์มัสผู้บิดาเลยทีเดียว
 
เมื่อเรื่องงามไส้แบบนี้เกิดในราชสำนัก
ต้องลงทัณฑ์ไม่ให้ใครเอาเป็นเยี่ยงอย่าง
นางลูโคเทียโดนฝังทั้งเป็น จนตาย
 
ห๊ะ! ฝังทั้งเป็นจนตาย....งงมั้ย ....งง
 
คือตอนแรกยังเป็น ๆ พอฝังแล้ว...ตายเบยยย
....โอเคนะวัยรุ่น
 
แต่สุริยะเทพก็หาได้หมดรัก
เปลี่ยนคนรักให้เป็นไม้หอม หรือกำยาน
ที่เมื่อจุดไฟแล้วส่งกลิ่นหอมซึ้งตรึงตับสืบไป
และไม่ได้เหลียวแลนางไคลทีแต่อย่างใด
 
นางเสียใจที่โดนเมินเฝ้าร้องไห้ครวญคร่ำถึงเฮลิโอส 9 วัน 9 คืน
เฟ้ดเฟ่ มึงร้องไห้มาราธอน ส่งไปโอลิมปิกดีมั้ย (โอลิมปิกไม่มีมาราธอน)
สุดท้ายนางก็ตายกลายเป็นดอกทานตะวัน
ที่คอยหันเหตามแสงอาทิตย์สืบไปไปไป
 
แต่ไม่ว่าจะสำนวนไหน ดอกทานตะวันก็เป็นสัญลักษณ์ของความจริงใจนั่นเอง
ดังนั้นเวลาจะแสดงความจริงใจกับใคร....
....ไม่ต้องให้ดอกทานตะวันนะครับ
 
เพราะหากจริงใจก็ไม่ต้องใช้ตัวช่วย
แค่กระทำให้เห็นก็พอ
 
นี้ยยยย์ ยืมไปปอกมะม่วงไหมละมึง คมสาด
 
 

3. ดอกไฮยาซิน
 

เซฟิรัสเป็นเทพที่มีรูปลักษณ์หนุ่มแน่นรูปงามและอ่อนเยาว์กว่าพี่น้องอีกสามคน
ในบรรดาอนิหมอย(Anemoi) หรือเทพลมทั้ง 4 
เขาเป็นดาวเด่นที่สุดจนใครก็หลงรัก
 
แน่นอนว่าชายาสาวน้อยสาวแก่แช่แฟ้บทั้งหลายก็ต้องมีมากมายตามระเบียบ
แต่ใช่ว่าเซฟิรัสจะมีแค่เมีย บางทีก็อยากเป็นเมียบ้างอะไรบ้าง
เพราะเขาหลงรักเจ้าชายรูปงามองค์หนึ่งของสปาต้า ชื่อว่าไฮยาซิธัส
เจ้าชายองค์นี้งดงามราวสตรี อารมณ์กานีมีดของซูสเลยทีเดียว
 
แต่ทว่ารักมักมีอุปสรรค เส้นทางเก้งนั้นไม่ได้มีเขาเดินเพียงลำพัง
ยังมีอะพอลโลเป็นก้างขวางลำไส้อยู่ นี่ขนาดกลืนจากคอมึงยังไปขวางลำไส้อีก
แต่อะพอลโลถือไพ่เหนือกว่าครับ แน่นอน กูโอลิมปัส สูงกว่าเมฆไง
เขาได้เข้าประชิดตัวเจ้าชายหนุ่มในฐานะเทพโปรด
คอยสอนดนตรี กีฬา ศิลปะให้่
สอนยิงธนูได้จับมือยิง แตะเนื้อต้องตัว สร้างความหมั่นไส้ให้เซฟิรัสมาก
แต่นี่ไม่ใช่ละครหลังข่าวที่เทพจะมาตบกันแย่งดุ้นเลี่ยมทอง
 
เซฟิรัสเลยถือคติ กูไม่ได้-ใครอย่าแดก
 
ในจังหวะที่อะพอลโลสอนขว้างจักรนั้น เมื่อเข้าชายหนุ่มบินจักรออกไป
ฟิ้ว ขวั่บ ๆ ๆ ๆ ๆ จักรแม่งโดนลมตะวันตกเป่ารีเวิร์สติ้วติ้วติ้วกลับมา
กระแทกหัวดังจ้าก เลือดนองท้องแมวดิ้นหัวแบะอยู่ตรงนั้น
 
 
เจ้าชายผู้งดงามยามตายอนาถนัก อะพอลโลได้แต่ถอนใจ
เนรมิตรดอกไม้งามพันธ์หนึ่งจากเลือดของไฮยาซินธัส
เกิดเป็นดอกสีม่วงงดงามด้วยประการละฉะนี้นะครับแหม่
 
สงครามแย่งผู้ชายของสองชายวายขั้นเทพ
เทพสัสไหมละมึง ดอกสีม่วงด้วยแม่ง
 
 
4. ดอกกุหลาบ
 

พูดถึงในบรรดาชู้รักที่ฉาวโฉ่ของอะโฟดิเต้เทพีสำราญรัก
นอกจากเทพสงครามอาเรส (เอรีส) แล้ว หนุ่มอะดอนิสนั้น
ก็ลือลั่นไม่แพ้กัน
 
คำพูดที่ว่าคนเราเกิดมาจากช่องเดียวกัน
ไม่ได้เกิดมาจากกอไผ่หรือยางในจักรยานนั้น
เห็นจะไม่ถูกต้องเสมอไป
 
เพราะเมื่อคราวเทพีอะโฟดิเตเดินป่านั้น
จู่ ๆ ต้นไม้ต้นหนึ่งก็หักโค้นทิ้งตอต่อหน้านาง
ปรากฏทารกเพศชายนอนอุแว้อยู่ในโพรงไม้ที่หักโค่นนั้น
ด้วยความเอ็นดู แต่ตอนนั้นยังรักสนุกไม่อยากผูกพัน
จะมีลูกน้อยมากระเตงไปมา ดูจะไม่โสดและลดเรตติ้ง
เลยเอาไปฝากเทพีพญายมที่นรก
ซึ่งเพอร์เซโฟนี่ที่ยิ้มเหงา ๆ เศร้าพอประมาณอยู่แล้ว ก็ยินดีรับเลี้ยง
และนางก็แวะไปเยี่ยมเป็นครั้งคราวเอา
 
แต่พออะดอนิสเติบโต จากเอ็นดูเจ๊ก็เริ่มดูเอ็น
เห็นแล้วรูปงามเสป๊กเจ๊ก็อยากขอคืนจากเพอร์เซโฟนี่
ซึ่งแน่นอนว่าไม่ยอม กูเลี้ยงมาตั้งแต่หำเท่าฝาหอย
มึงกล้ายังไงจะมาสอยไปง่าย ๆ ให้เคลเบรอสออกลูกเป็นไข่เถอะ
 
เถียงกันอยู่นานจนแทบจะตบกันลั่นนรก
ร้อนถึงซูสต้องมาตัดสินว่า
ใน1ปีเนี่ยให้อยู่กับเพอร์ซี่ 4 เดือน
อะโฟดี้ 4 เืดือน
อีก 4 เดือนเรื่องของมึง
 
สัส กูไม่เห็นมีใครมาตบกันแย่งดุ้นบ้าง
ซูสถึงกับเฟ็ง
 
ช่วงสี่เดือนที่อยู่กับอะโฟดิเต้
อะดอนิสก็เป็นที่ชื่นชอบเพราะดอแกไม่นิสตามชื่อ
เอ้ย เพราะเขารูปงามและเก่งกาจ ชอบการล่าสัตว์เป็นชีวิตจิตใจ
โดยเฉพาะหมูป่า ความถึงอาเรสเทพสงครามที่ชู้รักมีกิ๊กใหม่ก็ให้อิจฉา
พอทราบว่ามึงชอบล่าหมู เดี๋ยวเจอกู หมูกินคน
 
อาเรสฉวยโอกาสที่คลาดกับอะโฟดิเต้แปลงเป็นหมูไปขวิดอะดอนิสไส้แตก
นอนจมตือฮวนอยู่ตรงนั้น
เลือดแดงฉานจนอยากจะซอยตะไคร้ใบมะกรูดใส่แล้วซดทำหลู้
อะโฟดิเตเสียใจน้ำตาเผาะแผะ เกิดสนธิกับโลหิตบุรุษหนุ่ม
เกิดเป็นดอกไม้กลีับซ้อนสวยงามแต่สีแดงฉานราวโลหิต
กุหลาบจึงกำเนิดขึ้นและถูกยกให้เป็นสัญลักษณ์ของความรักสืบไป~
 
ช่วงวาเลนไทน์แพงชิบหาย กูให้ดอกทานตะวันแทนได้มะ
 
มีผู้อ่านแย้งมาว่าจริง ๆ แล้วอะดอนิสนั้นกลายเป็นดอก Anemone ซึ้งค้นแล้วก็จริงดงนั้น ที่เห็นในภาพวาดนั้นเป็น "ดอกไม้แห่งสายลม" จริง ๆ ครับ เลย ปล.ไว้ตรงนี้เพื่อเสริมข้อมูลด้วย
 

ผมว่ากุหลาบนี่พี่ไทยแม่งยำเหมือนพลับพลึงแน่ ๆ เบย
 
5. ต้นสาระแหน่
 

ในบรรดาสามมหาเทพที่ยิ่งใหญ่ คือซูส โพไซดอนและเฮดีัส
ผู้เป็นพี่ใหญ่ดูจะเจ้าชู้และมีเมียน้อยกว่าพี่น้องมากนัก ในขณะที่ซูสมีเป็นโขลง
โพไซดอนมีเป็นเข่ง เฮดีสกลับมีภาพลักษณ์ที่รักเดียวใจเดียว
 
แต่ไม่เห็น ไม่ใช่ ไม่มีนะครับแหม่ จิตสัมผัส3D ไหมละมึง
 
เพราะเขาเคยไปหลงรักนางไม้นางหนึ่งนามว่ามินธีซะด้วย
นางไม้แน่งน้อยนี้ชะตาอาภัพเพราะมีชายมาหลงรักก็เป็นเจ้าพ่อคดีเด็ด
ที่มีชะนักปักหลังจากการลักพาลูกสาวชาวบ้านมาหมาด ๆ
จกลูกเขามายังไม่ดูแลให้ดีกลับมามีเล็กมีน้อย
แม้ผัวที่คอยจับผิดอยุ่แล้วอย่างดีมีเทอร์พอรู้ว่าแอบมีบ้านเล็ก
แม่เจ้าก็เนรมิตรกายใหญ่เท่าฟ้าแล้วกระทืบมินธีจนชะตาขาด
เฮดีสเวทนาชะตาอาภัพของชู้รักจึงเปลี่ยนนางให้เป้นต้นมินท์ หรือหอมด่วน
เอ้ย สาระแหน่ที่มีกลิ่นหอม และเป็นหนึ่งในต้นไม้ประจำตัวเทพแห่งความตายด้วย
บางสำเนาก็บอกว่าเป็นเพอร์เซโฟนีซะเอง
ที่ลงมือสาปนางเป็นสาระแหน่ เพราะแม้จะไม่รักผัวคนนี้
แต่มีศักดิ์ศรี ห้ามใครมาคบซ้อนเด็ดขาดค่ะ
 
เพอร์ซี่ไม่ชอบ บ่องตง   
 
 
 
6. ต้นลอเรล
 

 
หากจะโหวตเทพรักคุดติดอันดับ ก็น่าจะเป็นอะพอลโลครับ
เพราะไปบอกรักรุ่นป้าอย่างเฮสเตรียก็โดนปฏิเสธ
ไปแย่งกับชาวบ้าน ก็แพ้...เพราะสาวเจ้าเลือกมนุษย์
มาคราวนี้หลีนางไม้ นางก็เผ่นหนีอีก
 
นางไม้นางนี้ชื่อว่าแดฟนี บุตรสาวของเทพแม่น้ำลาดอน
 
แต่นางไม้นางนี้ครองตัวเป็นพรหมจรรย์
อะพอลโลจะจีบดีจีบร้ายยังไงก็ไม่ได้รับความสนใจ
จนสุดท้ายนางวิ่งหนีจากมา
 
แต่ยิ่งวิ่งยิ่งสวย เพราะผมสีทองเป็นประกายนั้นงดงามยามสะบัดไหว
อะพอลโลยิ่งหลงรักวิ่งไล่ตาม
 
สุดท้ายเมื่อจนมุม นางจึงร้องขออำนาจบิดาเปลี่ยนนางเป็นต้นไม้ต้นหนึ่ง
อะพอลโลไปถึงก็ช้าไปแล้ว
 
เมื่อท่านไปใกล้ ๆ ก็สัมผัสได้ว่าหัวใจจังเต้นชักกะดุ๊กชักกะดิ๊กอยู่ข้างใน
จึงได้แต่ทอดถอนใจ ปลิดกิ่งอ่อนของต้นไม้ต้นนั้นขัดเป็นมงคลมาลาสวมหัว
และบอกว่านี่จะเป็นไม้ประจำตัวของอะพอลโล
ที่จะประดับบนเศียรของวีรุบุรุษและผู้ทำความชอบ
เป็นไม้แห่งเกียรติยศ เพื่อระลึกถึงแดฟนีที่รักยิ่ง สืบปัย~
 
ถามมม กูรึยัง - แดฟนีไม่ได้กล่าว
เอ๊ะคุ้น ๆ

7. ต้นพ็อปลาร์ (poplar)
 

นี่ก็เป็นอีกหนึ่งตำนานรักบรรลือโลกของเฮดีส
หนึ่งในไม่กี่โปรเจคที่เฮียแกสร้างสรรค์
ว่ากันว่าเฮดีสที่ไม่เคยรักใครนั้นจนกระทั่งมาเจอเพอร์เซโฟนี
จริง ๆ แล้วเคยรักกับบุตรสาวของไททันโอเชียนุส
นามว่านางเลอซีมาก่อน
 
แต่ด้วยความบุญน้อย นางเลยป่วยตายไป
สร้างความโศกเศร้าแก่เฮดีสจนไม่อาจรักใคร
มีแต่ความเศร้าในแดนบาดาล
 
เมื่อนางเลอซีตาย ท่านก็เปลี่ยนนางเป็นต้น พ็อปลาร์ขาว (White Poplar) 
ซึ่งเป็นไม้ในพิธีกรรมบูชาเฮดีสด้วย
 
ส่วนอีกตำนานหนึ่งที่เป็นต้นพ็อพลาร์เหมือนกันนั้น
เป็นเรื่องของลูกสาวทั้งห้าของเทพอาทิตย์เฮลิโอส
เมื่อครั้งที่เฟทอนน้องชายขอบิดาแว้นข้ามฟ้าด้วยรถสุริยะ
จนร่วงทะเลตัยห่านไป นางทั้งห้าก็เศร้าเสียใจจนเทพสงสาร
เปลี่ยนเป็นต้นพ็อปลาร์เช่นกัน
แต่ยางอำพันยังหยดออกมาแทนน้ำตาอยู่
 
 
หมดละครับเท่าที่หามาได้
อ่าน ๆ ไปก็ทอดถอนใจนะครับ เรื่องทั้งหมดเกิดจากความรักที่ถูกความตายมาพรากทั้งนั้น
จนต้องสร้างสิ่งแทนตัวขึ้นมาทดแทน ดังนั้นยามที่คนรักยังมีชีวิต รักเค้าให้ดีครับ
เมื่อจากไปจะได้ไม่มาเสียใจแล้วนั่งคิดถึง เอาไอ้นั่นไอ้นี่มาเป็นตัวแทน
 
 
เกรียนมาทั้งเรื่องเสือกมาหล่อตอนท้าย สะเด๊ยยยยย
 
ปล.

เปิดเพจแล้วครับ ใครชอบเรื่องอื่น ๆ ที่ไม่ต้องจัดอันดับ ผมจะเล่าเป็นภาพ ๆ ไว้ในเพจครับ
ไปกดไลลค์กันดั้ย (คลิกที่ภาพ)

 

Comment

Comment:

Tweet

อ่านเเล้วขำ ขอยืมไปปิกมะม่วงบ้างนะคะ คมสาดดดดดด 

#36 By SillyNiko on 2013-09-15 15:40

ชอบมากเลยค่ะ สำนวนดีอ่านแล้วไม่เบื่อ
ประทับใจสุดคือดอกไฮยาซินนี่แหละ แฮ่ ถูุกใจสาววายนัก

#35 By Hikaru_Home on 2013-09-12 21:31

กรี๊ดกร๊าดตำนานเก.. เอ้ย ตำนานกรีก คะ...
เรื่องหลายๆเรื่อง (โดยเฉพาะไฮยาสิธัส) เป็นอะไรที่.. "กรูไม่รู้ กูไม่เกี่ยว แต่พวกเทพเอากูไปเอี่ยว มันจำเป็น!" มากๆเลยอ๊ะ..
แบบ.. ไม่ได้ทำอะไรเสียหาย สุดท้ายก็ตาย.. อื้ม เทพนี้แหละรักโลภโกรธหลง ราคะ ตัณหากันมากมายทีเดียวเทียว..
แต่ก็ฟินและกรี๊ด..

#34 By MarryJan on 2013-08-29 22:24

ดอกไฮยาซิน นี่ กร๊าวใจสาววายดีจริงๆ ฮุฮิ

#33 By PeEm_KaKeRu on 2013-08-25 22:31

อ่านสนุกมากๆๆ Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#31 By โซรานะ~HadeSXIII on 2013-08-24 21:03

เป็นตำนานที่เกรียนมากค่ะ เทพแต่ละองค์นี่ดูวิปริตกว่ามนุษย์อีกนะนี่ sad smile Hot! Hot! Hot!
คมซะ ยืมไปปอกมะม่วงหน่อยค่ะ 5555+
อ่านเพลินขำฮาน้ำลายกระจายต้องมานั่งเช็ดที่ละหยดๆ ศัพท์ที่ใช่สร้างแรงบรรดาลใจ(?)ให้กับชีวิตจริงๆ
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#28 By รสชาเปเปอร์ on 2013-08-20 22:18

อ่านเพลินๆ ได้ความรู้ด้วย
ขอบคุณค่ะ
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#27 By Reiki on 2013-08-20 19:32

Adonis กลายเป็นดอก Anemone นะคะ ไม่ใช่กุหลาบ คนละอย่างกันค่ะ

#26 By KeeChan on 2013-08-20 15:24

Hot! Hot!  รวมมาให้อ่านง่ายดีจังค่ะsurprised smile
ช่วงไฮยาซินกับกุหลาบนี้เล่าได้มันส์หยดติ๋งจริงๆ

#24 By YokeK.N. on 2013-08-19 21:56

ได้ความรู้ แถมได้อ่านเรื่องสนุกๆด้วย.. ขอบคุณค่ะ big smile Hot!

#23 By lizardgirl on 2013-08-19 18:50

อะพอลโล่(คงต้องรวมซุสด้วย)
โหดจริงๆแฮะ เด็กสาวนางไม้ คนแก่ ผู้ชาย
ได้หมด เหมาๆ 555555

#22 By เม on 2013-08-19 18:43

สงสัยว่าตำนานกุหลาบ มัทนพาธา เอามาจากไหนหนอ

#21 By ตรีพันธ์ on 2013-08-19 18:21

ฮ่าๆๆๆ สาวน้อยสามแก่แช่แฟ้บเลยหรือท่าน
อ่านสนุกค่ะ

#20 By PARTTIME BACKPACKER on 2013-08-19 16:40

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
อะโฟรไดเท ชอบทานเด็กสินะ

#19 By aaax on 2013-08-19 15:03

"เทพสัสไหมล่ะมึง" ดอกม่วง 5555 Hot! confused smile

#18 By rerigioz on 2013-08-19 13:38

อะพอลโล่คะ...ไว้อาลัย 3 วิ

#17 By NumoKuJi on 2013-08-19 10:57

โอ้ นึกว่าเฮดีสจะไม่เคยนอกใจเพอเซโฟนซะอีก แต่ถึงจะมีก็ยังสู้น้อง2คนไม่ได้ แถมดูแล้วยังดูใสๆกว่าน้อง2คนนั่นเยอะ ซูส โพเซดอนนี่หลอกฟันบ้าง ข่มขืนบ้าง ล่อลวงบ้าง หื่นสลัด
ถึงไม่เข้าใจว่าทำไมเพอเซโฟนไม่ดีใจที่อยู่กับเฮดีส รึว่าลีลาสู้ไม่ได้ อย่างว่าแหละซุสกับโพเซดอนนี่มีตั้งแต่แบบคนยันเป็นวัวเลยนิ (วิปริตสุดๆ)

#16 By bang04 on 2013-08-19 09:22

มันดอกจริงอะไรจริงแค่ 5 ข้อแรกนี่ จขบ. หลอกลวง แต่ไม่เป็นไร อภัยให้เพราะดอกไฮยาซิน 

#15 By Establecer on 2013-08-19 09:06

โว้ะ คนนี้มาฮาตัลหลอดอ่ะ ชอบๆๆๆHot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#14 By iSadNop on 2013-08-19 00:06

Hot!

#13 By chaiji on 2013-08-18 21:15

พลับพลึงตระกูลเดียวกับลิลลี่ค่ะ 

#12 By D-faxtory on 2013-08-18 21:04

ฮามากเลยครับ อ่านไปก็ได้ความรู้ไปด้วย
กำลังเรียนพวกเทพๆกรีกพอดีเลย
ตอนจบเขียนได้หล่อมากเลยท่าน
ซึ่งมันก็เป็นข้อคิดที่ดีมากๆ ณ จุดๆนี้จึงขอปาดาว...
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! big smile

#11 By Ryuichi on 2013-08-18 17:13

Hot! Hot!

#10 By boufuuiki on 2013-08-18 16:58

คงเพราะอะพอลโล่เล็ก
http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/e/e8/Apollino_cour_Carree_Louvre.jpg/270px-Apollino_cour_Carree_Louvre.jpg

#9 By Gathering Urza on 2013-08-18 16:16

ดอกม่วง มิน่าาาา 555+
ขอบคุณค่ะ อ่านไปฮาน้ำตาเล็ดเลย่ะ

#8 By ~ HaNaHaNa ~ on 2013-08-18 15:22

เพิ่งรู้ว่าตำนานกรีกก็มีเกย์ด้วย ตายอนาถอีก

แต่อนาถสุดน่าจะอะพอลโล่ เป็นเทพสุดหล่อแท้ๆแต่ไม่เคยจีบใครติดเลยซะนี่

#7 By roku-san on 2013-08-18 14:54

ซาบซึ้งกินใจเหลือเกิน ฮึกฟืดดดดด Hot! Hot! Hot!

#6 By [[Small Embrace] on 2013-08-18 14:12

4  ฮาอ่ะ สองชายวายขั้นเทพ เทพจริงอะไรจริง
สีม่วงด้วย confused smile
อ่าน 5แล้วนึกเป็น 3 เดือนอยู่กับสามี มี 4 เดือนไว้อยู่กับกิ๊ก อีก 5 เดือนกลับไปหาแม่ ดูครบวงจรดีนะ Hot! Hot!

#5 By jin on 2013-08-18 13:54

ประทับใจหนุ่มเกย์..มิน่าถึงสีม่วง /ไม่ใช่5555555555

#4 By sarail ซาเรล on 2013-08-18 13:36

อันสุดท้ายซึ้งสุดแหละ

#3 By Aisouno on 2013-08-18 11:41

จบหล่อไปและ
( Hot! Hot! )

#2 By Nirankas on 2013-08-18 09:15

55+ อ่านแล้วเพลินดีครับ Hot! Hot! Hot! Hot!

#1 By Yulla Mimo on 2013-08-18 07:46