7 ที่มาดอก ๆ ตำนานกรีก

posted on 18 Aug 2013 01:52 by urza in Lao directory Knowledge, Diary, Idea
 
ดอกที่นี่คือดอกไม้นะครับ ไม่ใช่คำด่า
ซึ่งขอหมายรวมไปถึงพันธ์ไม้ ต้นไม้ต่าง ๆ ด้วยเลย
เพราะจำเพาะดอกไม้ก็มีไม่กี่ดอกครับ
 
 
ในปกรณัมตำนานกากนั้น ...กรีกนั้น
เป็นที่ทราบกันว่าเทพเจ้ามักจะตอบแทนคน พาหนี หาทางออก
หรือจบเรื่องเศร้าด้วยการจับแขวนบนฟ้า ให้กลายเป็นกลุ่มดาว
จนเป็นดาวจะล้นเฟรมท้องฟ้าแล้ว ก็เริ่มเปลี่ยนวิธีการ
 
โดยเฉพาะในบรรดาเทพรุ่นลูก
ไม่ได้มีอำนาจเหมือนซูสกับเฮร่า
ก็ใช้วิธีการเปลี่ยนอีกฝ่าย
ให้เป็นต้นไม้ใบหญ้าดวงดอกจอกแหนแทน
 
ผมเลยทำการไปรวบรวมมาว่า
มีไม้ดอกพันธ์ไหนบ้าง...ที่มาจากคนตาย
 
 
1. ดอกนาซิสซัส
 
 
ขึ้นชื่อมาบางคนอาจจะร้องอ๋อ
ใช่แล้วครับวัยรุ่น สุภาพบุรุษหลงตัวเอง
นาร์ซิสซัสผู้ก้มมองเงาตัวเองแล้วฟรีซอยู่แบบนั้น
ด้วยความหลงใหลจนแห้งหายตายห่านั่นเอง
 
มีหลายสำเนาอธิบายความหลงรักตัวเองของนาร์ซิสซัสไว้
แต่ที่นิยมที่สุดคือเพราะเทพหมั่นไส้ที่เขายะโส
ในความรูปงามของตน เลยสั่งอีรอสไปยิงศรรักใส่
แต่เสือกเป็นตอนเข้าป่าล่าเก้งอยู่เลยไม่มีใครให้เฟิร์สอิสเพรสชั่นปิ๊งปั๊ง
พอจังหวะหิวน้ำจะก้มแดกก็เห็นเงาสะท้ิอนในน้ำตัวเอง ไม่เคยเห็นใครงามเท่านี้
ก็หลงรักหัวปักหัวตำ ...หัวปำ
 
มีบอกรักด้วยนะ "ข้ารักเจ้า" เหยดดดดด
แล้วเงาในน้ำเสือกตอบด้วย "ข้าก็รักเจ้า"
 
ซึ่งเสียงสะท้อนนี้มาจากนางไม้ที่หลงรักเขาแต่พูดไม่ได้
เอคโคนั่นเอง
ทีนี้ละหลงใหญ่ลืมกินลืมนอน จนสุดท้ายก็แห้งตายอยู่ตรงนั้น
 
ทีนี้สำนวนมันลักลั่นย้อนแย้งกันตรงที่
นาร์ซิสซาร์ไม่เคยเห็นตัวเองเลยหลงรักตัวเอง
แล้วแม่งจะยะโสมั่นเหง้าหน้าตัวเองได้ไงวะ
หรือหลงรักเพราะอำนาจศร
แล้วหรือนาร์ซิสซัสแม่งหลงรักตัวเองเลย
โดยไม่ได้โดนอำนาจส้นตึกอะไรใด ๆ ทั้งสิ้น
 
....อันนี้ก็เป็นเรื่องนาร์ซิสซัสแม่ง
 
แต่ผลจากการตายของเขาทำให้่เกิดดอกไม้ชนิดหนึ่งขึ้นมา
คือดอกไม้ตามชื่อของเจ้าตัวเอง นาร์ซิสซัส เป็นดอกเล็ก ๆ น่ารักสีขาว มักขึ้นริมน้ำ
พี่ไทยบางตำราเลยจับยำเป็นดอกพลับพลึงเลย ไทยดี
...สัส ดอกพลับพลึงดอกใหญ่เท่าบ้าน
ไม่ใช่พลับพลึงนะฮะ นาร์ซิสซัสก็นาร์ซิสซัส
 
 
นอกจากเป็นดอกแล้ว นาร์ลซิส
ยังเป็นกลุ่มอาการหลงรักตัวเองด้วย
ถ้าถึงขั้นมีอารมณ์กับรูปร่างตัวเองจนไม่ยอมมีคู่ 
ว่าตัวเองสวยล้ำหล่อแรง แซงชะนีชบาได้ทุกป้าย
ไม่จำเป็นต้องรักใคร จะจีบชั้น...คู่ควรเหรอยะ
สะบัดบ๊อบเก๋ ๆ แล้วเซจากไป

คือชั้นนาร์ลซิสรุนแรง

ถ้าพวกอ่อน ๆ ก็แค่มั่นหน้า
บ้าส่องกระจก ชมตัวเองได้ไม่กระดาก
 
 
แต่จากตำนาน ใครน่าสงสาร
อีเอคโค่เลย อุตส่าห์ฉวยโอกาสบอกรักได้
แม่งหลงรักเงาตัยห่าโชว์กูซะงั้น!

2. ดอกทานตะวัน
 

ตำนานดอกทานตะวันที่หันตามดวงอาทิตย์นั้น
เป็นอะไรที่รันทดหนักรักโศกกะโหลกผีกวีนิพนธ์สำหรับผมมาก
เป็นเรื่องของการรักเขาข้างเดียวข้าวเหนีึยวมะม่วงกันเลยทีเดียวนะครับแหม่
 
เรื่องนี้มีสองสำนวน
คือจีนกลางกับแต้จิ๋ว
แต้จิ๋วจะนับเจ๊กหนอซางสี่
แต่จีนกลางจะอี้เอ้อซานซื่อ
 
ทุ้ยยยยย
 
เรื่องนี้มีสองสำนวน สำนวนแรกเล่าในยุคใหม่ของโอลิมเปียน
เมื่ออะพอลโลได้เป็นเทพอาทิตย์แทนเฮลิโอส
ก็ทรงรถม้าข้ามเวหาทุกเมื่อเชื่อวัน
ฝ่ายนางไม้นางหนึ่งนามว่าไคลที
ได้แต่หลงรักสุริยะเทพหนุ่มอยู่ถ่ายเดียว
มองเช้าจรดเย็น มองเช้า จรดเย็น
อะพอลโลเทวาก็หาได้ใส่ใจปฏิพัทธ์ใดต่อนางไม่
 
แน่นอนสิวะ กูบินตั้งสูง มึงมองขึ้นมา
ต่อให้เห่าด้วยกูก็ไม่