END

เอ้อมาจะกล่าวบทไป

ถึงกวีปากไวปัญญาบาน

เขียนคร่ำโคลงกาพย์มาสารพัด

ก็ได้เวลาแจงจัดเอกสาร

ที่ไว้คอยชี้แจ้งแถลงการ

สปอยล์ตำนานบทใหม่ให้ทราบกัน

อันตัวข้าพเจ้ามีนามว่า แกทเธอร์ริ่ง เออร์ซ่า แปลเป็นไทยว่า นาย รวบรวม ณ ดาวหมี

ด้วยบัดนี้นิยายแร็คฯในนิตยสารแร็คนาร็อคนิวส์หามีผู้ใดสืบต่อ ข้าพเจ้าจึงต้องขออาสาครองบังเหียนหน้านิยายเพื่อสืบเนื่องเจตนารมณ์ ด้วยการจัดสรรค์นิยายภาคต่อ ของข้าพเจ้าลงตีพิมพ์ ซึ่งทางสำนักพิมพ์ก็ยินดีรับไว้ โดยมั่นใจในฉลากข้างขวดที่อวดโอ่มาโข

แต่กระนั้นข้าพเจ้าก็คิดว่า แม้นจะลงไปแล้วเกรงว่าความเข้าใจในงานเขียนจะขาดตกบกพร่อง จึงได้จัดทำเอนทรี่ที่ว่าด้วยนิยายเรื่องนี้ขึ้นมา เพื่อที่จะได้คลายข้อข้องใจต่างๆในนิยาย และได้เล่าถึงรายละเอียดต่างๆ ที่ใส่ลงไปในนิยายได้ไม่หมด

หวังว่าจะเป็นไกด์ไลน์ในการอ่านและเสพย์งานเขียนของข้าพเจ้า ส่วนเรื่องการติฉินนินทาด่าทอขากถุยพูดคุยหรือวิจารณ์ ก็ทำได้ตามอัธยาศัย

ทั้งนี้ เรื่อง E.N.D.:วิบัติเหนือฟ้าตอนแรก จะตีพิมพ์ในนิตยสารอาร์โอนิวส์ครั้งแรก ในฉบับ ที่ หนึ่งร้อยหกสิบสาม ประจำวันที่ สิบสี่กุมภานี้ ผู้ใดที่ชมชอบนิยายแนวผจญภัยอภินิหารสงครามกระเรี่ยกระราด ก็ฝากเรื่องนี้ไว้ในรอยหยักท่านอีกสักเรื่อง มิได้คาดหวังอันใดมาก ทำไปเพื่อตัณหาส่วนตัวเท่านั้น ฮ่าๆ

---------------------------------------------

มาจะกล่าวบทไป

ถึงแรงบันดาลใจในท้องเรื่อง

ภาคนี้หาได้เกิดจากคิดเคือง

ในนิยายต้นเรื่องเช่นก่อนกาล

เรื่องนี้ต้นกำเนิดนั้นเกิดแต่

ตามกระแสคนชมคนอ่านนั้น

ท่านเสนอว่าน่าจะเปลี่ยนตัวเอกพลัน

จากวิสาร์ดนั้นเป็นแอสซาซิน

ตามด้วยข้อรีเควสสุดวิเวก

เอาตูเป็นพระเอกให้หมดสิ้น

โอ้ย อับอายขายขี้หน้าคราได้ยิน

ขอรับกินแต่เรื่องพระเอกพอ

มันก็เป็นด้วยประการฉะนี้ แต่ไปๆมาๆ ก็เอาแต่ใจตัวเองอยู่ดี คือผมไปเช็คเรตติ้งในเกม แล้วก็ได้ความว่า พระเอกที่มีพลังรบสูงๆเนี่ย มันน่าเบื่อ น่าจะเอาตัวที่มันดูท่าทางไม่สู้คนแต่สำคัญต่อประเทศชาติ

นี่เป็นแนวที่ดี แต่พอมันบอก อย่างเช่นผมเนี่ย เอาไปเขียน ก็เลยไม่เอามันเป็นพระเอกทันที เก็บมาแค่แนว อนึ่ง อยากเขียนภาคต่อมานานแล้ว ทั้งๆที่ภาคแรกยังไม่จบเลย และยังไม่รู้จะให้จบยังไงเลย แต่ขึ้นโครงไว้ก่อนแล้ว

แรกๆกะว่าบ้านเมืองกลียุคเพราะตัวร้ายมีเครือข่ายอำนาจยึดครอง แต่โนวิชไรเดอร์ดันตัดหน้าไปก่อน มุกยุคมืดจึงซัดไม่เต็ม

สุดท้ายก็ผนวกผสานจนได้แนวของตัวเอง

-----------------------------------

เนื้อเรื่องของเรื่องนี้โดยรวมเป็นอย่างไร?

ตอนเล่าเรื่องนี้ครั้งแรกเพื่อนบอกว่า "พระเอกมึงโฟรโด้ไปมั้ย"

เออ.... จริง

คือเรื่องมันมีอยู่ว่า เกิดภัยพิบัติขึ้นในอดีต แต่มีของวิเศษมายับยั้งได้ ตัวร้ายเลยจะชิงของวิเศษนั้นมาทำลายโลก แต่กุญแจถูกซ่อนและเก็บรักษาไว้ รวมทั้งตำแหน่งที่ซ่อนแห่งของวิเศษนั้นด้วย และผู้รักษาก็ถูกตัวร้ายตามล่า

เลยต้องหนีหัวซุกหัวซุน

เรื่องก็เป็นไปด้วยประการฉะนี้ รู้สึกว่ามันยังอ่อนไป ความเข้มข้นของเนื้อหายังไม่ดีเท่าไร ตอนนี้อยู่ในช่วงพัฒนา แต่จะเน้นอารมณ์ความรู้สึกของแต่ละบุคคลมากกว่าองคาพยบหลักของเรื่อง ออกแนวดราม่าและมีรักโรแมนติกอยู่บ้าง กะลังมีอารมณ์นี้กะชาวบ้านเค้า

แน่นอนว่า ผมชอบแนวสงคราม ไคล์แม็ก ต้องเป็นมหาสงครามเช่นกัน โหะๆ

อ้อ นิยายเรื่องนี้ ตัวเอกก็ไม่เด่นเท่าไร เพราะผมจะเล่าแบบภาพรวม ใช้โหมดก็อดวิว มุมมองคนเขียน รู้เกือบทุกอย่าง ไม่ได้ใช่โหมดพีเพิ่ลวิว ตัวเอกไม่รู้ คนอ่านไม่รู้แบบแฮรี่พ็อตเตอร์

-----------------------------------

ปราสาทลอยฟ้า

ตัวชูโรงและเด่น น่าจะเป็นตัวร้ายและปราสาทลอยฟ้ามากกว่า เพราะลอร์ดซีมุทผู้คับแค้นดูจะมีบทบาทมากกว่า คิส เฮลบอร์นผู้เป็นพระเอกเสียอีก

ทำไมใช้ปราสาทลอยฟ้า

เออ ผมก็ไม่รู้ แต่ผมชอบ เพราะตัวร้ายต้องนั่งบนปราสาทลอยฟ้าตลอดเลย อยู่บนดินไม่ได้ กลัวหญ้างอกเรอะ

ก็ จะได้เขียนเรื่องตำนานเกาะลอยฟ้าลาพิวต้าให้อ่านกันไง โหะๆ

-----------------------------------

อาชีพพระเอก

แอสแซสซินครับ คอนโทรลยากมากมาย

แต่แรกๆให้เป็นโจรกระจอกไปก่อน เพราะตัวละครที่เกิดมาเก่งเลย มันไม่ค่อยน่าสนใจ

-------------------------------------

จินตนาการที่ใช้

หมดเปลืองมาก รู้สึกว่ายิ่งแก่ มุกยิ่งหด รีดเร้นพล็อตต่างๆได้ยากเย็น บางทีเขียนโครงไว้แล้วเพื่อกันสติแตก มันก็ยังระเบิดระเบ้อเวิ่นเว้อไปเรื่อย ตอนเขียนกะตอนพิมพ์เลยคนละอารมณ์ ตอนเขียนนี่ เขียนไปเรื่อยปร๊าดดๆๆสนุกสนาน

แต่พอตอนพิมพ์ต้องมานั่งฝัดข้าว ร่อนทอง ไซ้เม็ดนุ่น โอย เหนื่อย

หลักๆก็คงจะเป็นเรื่องของ ไทม์แมชชีน การทวนกลับของวัตถุ วัตถุลอยฟ้า เวทมนตร์คาถา มังกร สัตว์ประหลาด

อืม ที่พอจะเขียนได้ เอ้ย ได้เขียนลงไป ก็มีประมาณนี้

-----------------------------------

กลอน

โฮ่ๆ เสียเหลี่ยมกวี ถ้าไม่มีกลอน

แต่ไม่ต้องมาลองภูมิเรื่องกลบทอะไรกับผมนะ ผมแต่งได้แต่กลอนแปดตลาดสดตามอารมณ์ ฮ่าๆ

----------------------------------

สำนวน

เอ่อม อยากเขียนแบบกึ่งๆกำลังภายในนะ แต่มันรวบรัดไปเดี๋ยวเด็กงง ก็ประยุกต์เอาละกัน

----------------------------------

หมดแล้ว คราวหน้ามาวิเคราะห์ตัวละครทีละตัว



edit @ 2007/03/11 15:15:57

หากจะถามถึงโคตรเหง้าของเรื่องนี้ว่าเอาแนวคิดมาจากไหน ก็ต้องบอกว่า เอามาจากนิยายจีนเรื่องหนึ่ง

แต่ถ้าถามในอารมณ์ปัจจุบันต้องบอกว่า สะท้อนปัญหาสังคม

แลๆไปบ้านเมืองเราไม่ได้สงบแบบกาลก่อนแล้ว มีกลุ่มผู้ไม่ประสงค์ดีต่อราชอาณาจักรไทยคิดกลืนแผ่นดินเป็นของตัวไม่ต่างจากมารปีศาจ

แน่นอน จุดประสงค์เพราะแก้แค้นที่พวกเขาโดนกดขี่ทางวัฒนธรรมและศาสนา ไม่ต่างจากซีมุทที่โดนย่ำยีทางใจมาเช่นกัน

ในการทำนิยายแต่ละครั้ง ไม่ได้คาดคิดหรอกว่าจะสะท้อนสังคม แต่เมื่อกาลผ่านไปอะไรมันก็มาประจวบเหมาะลงเอยอย่างบังเอิญเสียทุกครั้ง ราวกับว่า เรากำลังวางเรื่องของอนาคตไว้ พอลงมือเขียน เหตุการณ์คล้ายคลึงก็เกิดขึ้นตามติดเป็นเงา

ส่วนตัวแล้วคิดว่า การทำให้สิ่งไร้สาระแฝงไปด้วยสาระประโยชน์ ดูมันจะมีคุณค่าทางอาหารมากกว่าสิ่งไร้สาระที่มุ่งเน้นบันเทิงเพียงอย่างเดียว

พูดถึงตัวเอก

ตัวเอกเรื่องนี้ซวยแต่เล็ก ต้องแบกภาระใหญ่กุมชะตาประชาชาติ

แนวชะตากรรมของวีรบุรุษที่ต้องแบกรับภาระที่ตนไม่ได้ก่อแต่ยังเด็กนั้น เป็นสิ่งสากล ไม่ว่าจะเป็นวีรบุรุษกรีก อย่าง เอดิพัส ที่มีคำทำนายร้ายกาจติดตัว ว่าต้องฆ่าบิดาอภิเษกกับมารดา แม้พยายามหนี แต่ก็ไม่พ้น ทีซิอัสผู้ฆ่ามิโนทอร์ ที่อุตส่าห์ได้คนที่ตนรักและรักตนมาคู่ใจก็ต้องถูกเทพเมรัยพรากไป เฮอคิวลิสต์ที่ถูกเทพีเฮราจงเกลียดจงชังสาปให้คลั่งฆ่าลูกเมีย จนต้องมานั่งทำภาระกิจไถ่บาป หรือแม้แต่มหาเทพซูส ที่ต้องหลบลี้การถูกพ่อกลืนลงคอ แล้วกลับเข้าสู่วังวนปิตุฆาต

มันเกี่ยวเนื่องสืบโยงในอีกมุมหนึ่ง โอ้ย ทำไมมันเครียดนักวะเนี่ยยย

แต่ถามว่ามีมุมฮาๆกุ๊กกิ๊กๆ มั้ย ขอบอกว่ามี แต่ช่วงแรกๆ ไม่มี

นิยายที่ผมเขียน ผมยึดแกนของผม คือ บู๊ และ สงคราม

บางคนอาจบอกว่า ไอ้เออร์ซ่ามันเขียนแนวอื่นไม่เป็นเหรอ สงครามอะไรกันนักกันหนา น่าเบื่อ

อันนี้เป็นฟี๊ดแบ็ก ยินดีรับฟัง

แต่ถามว่ามีเหตุผลมั้ย

มี

ภาคที่แล้วต้องดูแนวเรื่องว่ามันมายังไง สายการดำเนินเรื่องของผม มันเป็นสงครามย่อยๆย่อมๆที่ปีศาจก่อกับมนุษย์ เพื่ออะไรก็รู้กันอยู่ (ถ้าอ่านนะ) ดังนั้น ถ้าเราไม่บอกทุกสถานการณ์ของสงคราม ใช้เพียงคำบรรยายว่านครนั้นตีแตก นครนี้แพ้พ่าย มันก็ดูจะไม่ให้เกียรติตัวละคร

จริงอยู่เรื่องนี้หาจุดไคล์แม็กยาก แต่ถ้าอ่านกันจริงๆจะรู้ว่าไคล์แม็กที่แท้ ก็คือตอนยิกดราซิลโปรยใบ ฉากนี้เป็นฉากที่ประทับใจมาก และจุดนี้ก็สะท้อนเรื่องความหวังการกับเป็นจากตายในศาสนาคริสต์ที่ข้าพเจ้าศรัทธาอยู่ เรื่องใหม่นี้ก็คงไม่พ้นแนวเดิม

ถามว่า ทำไมไม่เขียนแนวใหม่

ก็ต้องถามกลับว่า

อยากอ่านที่ข้าพเจ้า อยากเขียน

หรืออยากอ่าน ที่คุณอยากให้เขียน

ถ้าอย่างหลังนั้นออกตัวก่อนเลยว่าไม่ใช่พ่อครัวอาหารตามสั่ง

เขียนงานตามใจตัวเองมาตลอด ไม่เคยตามใจใครเลยเถิด อาจมีเซอร์วิชให้เกิดอารมณ์ร่วมสนุนสนาน อย่างจับมาแสดงบ้าง แต่ก็ไม่เคยที่จะโยกโคลงเรื่องให้คล้อยตามความต้องการของคนอื่น

เพราะฉะนั้น รู้ไว้เลยว่า ตราบใดที่เป็นตัวของตัวเอง ตราบนั้นคุณค่าของตัวตนจะคงอยู่ ถ้าไปตามรีเควสให้เรื่องเป็นแบบนั้นแบบนี้ ขอแนวรักโศกกะโหลกผีกวีนิพนธ์ก็จัดให้ ข้าพเจ้าก็ไม่ใช่ข้าพเจ้า เป็นใครไปก็ไม่รู้

อนึ่ง เรื่องนี้ต้องชี้แจงว่า เป็นภาคต่อของ Gray Eyes Wizard แน่ ไม่ผิดเรื่อง แต่ต้องชี้แจงว่า มันเป็นคนละยุคกับสมัยเบอร์ลินนานโข ดังนั้น ไม่ขอพูดถึงพระเอกรุ่นเก่าให้เหงาใจ

บางคนที่รอคอยอาจคิดต่อว่า

เอ...แล้วทำไมไม่เขียนฉากต่อของตอนท้ายที่เรือเหาะมารับบีแกน

อยากเขียน

แต่คิดไม่ออก ไม่ได้วางพล็อตไว้ ตั้งใจให้หมดแค่นั้น

เพราะได้ลงทิ้งท้ายไว้แล้ว่า การเดินทางไม่จบ ยังโลดแล่นในใจทุกท่าน

หมายความว่า ไปคิดต่อเอาเอง เพราะการทิ้งท้ายแบบนี้ เป็นเสน่ห์เฉพาะที่อยากสร้างให้ตัวเอง

แต่ไม่ได้หมายความว่า จะเอาไปเขียนต่อได้ตามใจโดยไม่ได้รับอนุญาติ ทำอะไรกับผลงานคนอื่น ปรึกษาเจ้าของผลงานจะดูเป็นคนมีมารยาทกว่า

คนครึ่งมอนสเตอร์

อันนี้เป็นความชอบส่วนตัวที่จะจินตนาการสร้างสรรค์ตัวร้ายที่มีบุคลิกลักษณะโดดเด่นแตกต่างและชั่วร้ายในแบบของตน ซึ่งจะไขให้อ่านให้ลำดับต่อไป แต่คงไม่สปอยล์ให้เป็นการทำลายความน่าสนใจของเนื้อหา

ห้าทัพ แปดขุนพล

ระบบการปกครองของดีฟังค์เทียร์จะใช้ระบบสมบูรณาญาสิทธิราชมั้ย ข้าพเจ้าไม่แน่ใจ แต่อำนาจสิทธิ์ขาดเป็นเอกเป็นใหญ่อยู่ที่ซีมุท และแบ่งกองกำลังสัตว์ประหลาดในสังกัดออกเป็นห้าเหล่าทัพ ควบคุมโดยห้าขุนพล จากแปดขุนพล และมีเสนาธิการคนหนึ่งที่มีอำนาจบัญชาการได้ทุกเหล่าทัพในภาวะฉุกเฉิน หรือกรณีพิเศษ

ถามว่าทำไมไม่มีแปดทัพ?

เยอะไป

ห้าทัพ ห้าขุนพล หนึ่งเสนาธิการ อีกสองล่ะ?

หนึ่งเป็นหมอ อีกหนึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์กองทัพ

ซีมุทไปแค้นอะไรนักหนาถึงกับต้องสร้างกำลังอำนาจมาล้มล้างมิดการ์ด

อย่างที่บอก เรื่องเล็กน้อยก็ก่อความแค้นใหญ่หลวงได้

ในบทนำกล่าวว่า ซีมุททำคุณงามความดีแก่แผ่นดินได้รับการอวยยศ แต่ทำไมมาขายวิญญาณ อาจสงสัย แต่อยากให้สังเกตว่า ซีมุทอยู่ในวัยโรยราแล้ว

ซึ่งตอนนั้น กษัตริย์เปลี่ยนพระองค์ แน่นอน คนแก่หมดประโยชน์ เขาไม่เลี้ยงไว้

มันก็ก่อเกิดปมเล็กๆ แต่ในรายละเอียด ไม่ขอชี้แจงลงลึก จนกว่านิยายจะไขแจ้ง

ชื่อเรื่อง Erect Nefa Defungtiar แปลว่าอะไร อ่านว่าอะไร

อ่านว่า อีเรคท์ (อี-เหล็กไม่ใช่ อีเร็ก อีเล็กทรอนิคอะไร)

นี ฟา

ดี ฟัง เทียร์

แปลทีละตัว

อีเรคท์ มาจากคำว่า อีเร็คชั่น (Erection) แปลว่า สถาปนา ในหนังสือขออภัย เขียนผิด ตัวทีหาย ไว้จะแก้ไขภายหลัง

นีฟา มาจากคำว่า นีฟาริอัส (Nefarius) แปลว่า ชั่วร้าย

ดีฟังค์เทียร์ มาจากคำว่า ดีฟังคท (Defunct) แปลว่า ตายแล้ว ล้มไปแล้ว

แต่เปลี่ยนรูปไปให้เกิดเอกลักษณ์ใหม่ เพื่อให้เป็นชื่อเฉพาะ

โดยรวมแล้ว ก็แปลจากการเรียงคำว่า การสถาปนา สิ่งชั่วร้ายที่ตายไปแล้วให้กลับมาเรืองอำนาจอีก

เป็นการผิดแผลงหลักภาษาและความเป็นจริง

แต่จงระลึกว่านี่เป็นนิยาย ดังนั้น คุยด้วยจินตนาการ อย่าคุยด้วยวิชาการ แล้วก็ไม่ต้องไปใส่ใจความหมายเชิงวิชาการมากมายหรอก เรียกมันในฐานที่เข้าใจว่า ดีฟังค์เทียก์แล้วกัน

แน่นอน ไม่นาน องค์กรของซีมุทนี้ จะติดหู และเป็นนามเฉพาะที่ไม่ว่าเอ่ยที่ไหนก็จะคิดถึงปราสาทลอยฟ้าเสมอ หุหุ

จบการเปรยแต่เพียงเท่านี้ ไว้ครื้มอกครื้มใจจะมาแพล่มเรื่องนิยายของตัวเองใหม่


edit @ 2007/03/11 15:07:42

บทความนี้จะบอกเล่ารายละเอียดต่างๆของนิยายที่ข้าพเจ้าเขียน สำหรับคนที่ไม่ได้อ่านและติดตาม อาจจะไม่เข้าใจ แต่ถ้าอ่านบทความนี้ไปอาจจะอยากอ่านขึ้นมาบ้างก็ได้นะ นิยายข้าพเจ้าตีพิมพ์ในนิตยสารรายปักษ์ Ro news ฉบับ 163 เป็นต้นไปสามารถ หามาอ่านได้ตามอัธยาศัย

นิยายเรื่องนี้เริ่มที่พิบัติภัยและต้นกำเนิดของแกนเรื่องหลักว่าด้วยกงล้อจักรวาล อันเป็นสิ่งก่อสร้างพิเศษ สร้างจากวัตถุลึกลับสามอย่างคือ โลหะพิภพ น้ำตาเวหา และ ผลึกราตรีกาล

ถึงตอนนี้หลายคนคงได้อ่าน Erect Nefa Defungtiar หรือ E.N.D.:วิบัติเหนือฟ้ากันไปบ้างแล้ว เพราะได้ลงไปแล้วสามบท คือบทนำกับบทที่หนึ่งและสอง และในวันนี้ข้าพเจ้าขอวิเคราะห์บทนำและบทที่หนึ่งก่อน เพื่อความเข้าใจที่มากขึ้นถึงเรื่องราวเป็นไปในโลกแห่งวิบัติเหนือฟ้า

อรรถาธิบายแรก บทนำ

พิบัติภัยทั้งสี่ เกิดจากภัยธรรมชาติจากธาตุสี่ที่ปรวนแปรเพราะสมดุลแห่งธรรมชาติผิดเพี้ยนไป เกิดเป็นแผ่นดินแยก ภูเขาไฟระเบิด อุทกภัยทะเลคลั่ง และวาตะภัยพายุร้าย ที่กระตุ้นให้เหล่ามนุษย์เห็นถึงผลของการทำลายธรรมชาติ

มนุษย์รู้ตัวเมื่อสาย แต่แล้วทางออกก็ปรากฏขึ้นพร้อมกับกวีชราลึกลับที่เอ่ยถึง กงล้อจักรวาล อันเป็นวัตถุเวทมนตร์หนึ่งเดียวที่จะแก้ไขภัยทั้งสี่ทิศได้ แต่ต้องเสาะหาวัตถุสามอย่างที่จำเป็นต่อการสร้างอันได้แก่

โลหะพิภพ

โลหะพิภพนั้นเป็นแร่เหล็ก ที่มีความยืดหยุ่นสูงและน้ำหลักเบา สามารถดัดเป็นรูปทรงต่างๆและจารึกอักขระลงไปได้ เกิดจากการถลุงของเผ่าคนแคระ หรือ ดรอพว์ ซึ่งเป็นเผ่าพันธุ์ที่เชี่ยวชาญเรื่องแร่และอัญมณี มีฝีมือในเชิงช่างสูง แต่เผ่านี้ก็หายไปจากมิดการ์ดนานเนาแล้วทำให้โลหะพิภพ เป็นของหายาก แต่ก็ไม่เกินมือของช่างสาวและนักเล่นแร่หนุ่ม

น้ำตาเวหา

น้ำตาเวหา เป็นสสารสีฟ้าใส แปรรูปตลอดเวลาจากของเหลว เป็นของแข็งแล้วก็เป็นก๊าซได้เช่นกัน เรียกว่ามีสามสถานะพิศดาร เป็นผลงานของนักแปรธาตุเผ่าพราย ซึ่งมีความรู้และความสามารถในการทำของวิเศษเช่นคนแคระ แต่พวกคนแคระไม่ค่อยงดงามและออกจะใจคดแถมกักขระด้วยในบางตน ต่างจากพวกพราย ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในศาสตร์ที่พิเศษนี้คล้ายๆกัน เผ่าพรายก็สาบสูญไป แต่กวีเฒ่าก็สามารถนำสสาร น้ำตาเวหา ซึ่งมีอำนาจควบคุมธรรมชาติมาได้ แต่กระนั้น ก็มีปริมาณน้อยเกินไปที่จะหยุดภัยพิบัติ

ผลึกราตรีกาล

วัตถุนี้ ลึกลับดังชื่อของมัน เป็นอัญมณีสีม่วงใสที่แวววาวเฉพาะในเวลากลางคืน จึงทำให้การเสาะหามันเป็นไปได้ยากยิ่ง นอกจากนั้น ยังมีแต่ในสถานที่จำเพาะ ซึ่งต้องอาศัยความชำนาญเชี่ยวชาญในการเดินทาง ยังผลให้คณะของผู้กล้าฮิวเมส เหลือจำนวนน้อยกว่าจะได้ผลึกลึกลับนี้มา ผลึกราตรีกาลมีอำนาจเหมือนแม่เหล็ก สามารถควบคุมน้ำหนักของวัตถุให้ลอยและโคจรรอบๆได้

กงล้อจักรวาลเกิดจากการหลอมรวมประกอบจากสามวัตถุนี้ โลหะพิภพถูกตีโค้งดัดและลงอักขระอาขยานโดยจอมปราชญ์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งก็คือมหาปราชญ์แห่งยุคสงครามโลหิตนั้นเอง การตีโค้งดัด ทำให้สรีระของแท่งเหล็กทั้งสาม สามารถหมุนโคจรโดยรับกับอำนาจของผลึกราตรีกาล การโคจรนี้ จะเป็นการแผ่ขยายพลังของน้ำตาเวหา ที่ทำการแปรธาตุให้มีขนาดและปริมาณเพิ่มขึ้นด้วยฝีมือของนักเล่นแร่อัจฉริยะหลายคน ผนึกกับอำนาจโคจรของผลึกราตรีการที่ควบคุมน้ำหนักให้ตัวกงล้อลอยได้และโคจรไม่รู้สิ้นสุด และเมื่อพลังในการควบคุมธรรมชาตินั้นแผ่ขยายไป ยังผลให้ภัยพิบัติทั้งสี่ทิศนั้น บรรเทาเบาบางลง

นี่คือที่มาของกงล้อและบทบาท

จากนั้นก็เป็นเรื่องของผู้กล้าที่ก่อร่างสร้างกงล้อและมีส่วนในงานนี้ บุคคลหลักๆดังนี้ประกอบด้วย

กวีลึกลับ

ผู้แจ้งข่าวแก่ราชาและมอบน้ำตาเวหา ความเป็นมาของเขายังเป็นปริศนา

ปราชญ์จากจูโน

คนผู้นี้คืออดีตมหาปราชญ์ผู้นำเหล่าปราชญ์จากจูโน เนื่องจากได้รับผลจากการคืนชีพของยิกดราซิลหลังสงครามมาราธิราช ทำให้อายุยืนยาวและมีชีวิตสืบเนื่องมาจนถึงยุคของวิบัติสี่ทิศ เป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านศาสตร์ของเวทมนตร์ และมีความรู้และความจำยาวนานเช่นเดียวกับเส้นผมนั้น

นักรบแสง ฮิวเมส

ไม่ว่ายุคใดก็มีดาราดังและวีรบุรุษมีชื่อ นักรบแสงฮิวเมสก็เช่นกัน เขาเป็นชายชาตินักรบห้าวหาญเต็มเปี่ยมไปด้วยจิตวิญาณของวีรบุรุษ ยึดถือคุณธรรมเป็นที่ตั้ง มีผู้คนสรรเสริญติดตามมากมาย และทำทุกอย่างเพื่อราชอาณาจักร เป็นยอดคนคุณธรรมน่ายกย่อง

ภายหลังเสร็จสิ้นจากวิบัติสี่ทิศ ก็ได้อวยยศเป็นท่านลอร์ดฮิวเมส มียศเป็นขุนนางแห่งราชวังเสพสุขสบายเพื่อตอบแทนวีรกรรมและคุณงามความดี

จอมช่างสาวและนักเล่นแร่หนุ่ม

ช่างสาวเป็นมาสเตอร์สมิธสาวอายุเยาว์ นามว่า เจสสิก้า มีฝีมือเรื่องอาวุธและการถลุงแร่โลหะต่างๆ

ส่วนนักเล่นแร่หนุ่มมีนามว่า แวนเนอร์ เฮลบอร์น เป็นทายาทแห่ง แวนด์ เฮลบอร์น นักเล่นแร่หนุ่มมีชื่อเมื่อคราสงครามโลหิต หลายคนอาจจะจำไม่ได้ กลับไปอ่านได้นะ

ทั้งคู่เป็นอัจฉริยะอายุเยาว์ที่มีความรู้ความสามารถสูงเกินวัย และเป็นสหายกัน รวมทั้งฮิวเมสด้วย แต่เมื่อฮิวเมสได้อวยยศ ทั้งคู่กลับหายไปอย่างลึกลับ พร้อมปราชญ์โคแซ็ค

ที่แท้ ทั้งคู่ได้ถูกรับเลือกเป็นผู้รักษากุญแจผนึกแห่งกงล้อจักรวาล ซึ่งคณะจัดสร้างมีมติให้รักษาไว้ด้วยวิธีการที่ลึกลับซับซ้อนเพื่อป้องกันการนำสิ่งก่อสร้างวิเศษที่มีอำนาจควบคุมธรรมชาติได้นี้ ไปใช้ในทางผิด กุญแจสองดอก ถูกมอบแด่เขาและเธอ

บทนำนั้น จบด้วยบั้นปลายที่ดี ทว่า...

อรรถาธิบาย บทที่หนึ่ง

ฉากเริ่มที่แดนมรณารกร้าง ของซากนคร กลาสเฮร์ม อันเป็นอดีตที่สิงสู่ของดาร์กลอร์ด จอมมนตราพญามารที่มีอำนาจสามารถโยกคลอนประวัติศาสตร์ได้ด้วยสงครามโลหิตในสมัยก่อน แต่หลังจากผู้กล้าเบอร์ลินทำการผนึกมันไว้ในมิติลับแล อำนาจก็เสื่อมถอยไปจากมิดการ์ด ยังผลให้ซากนครโบราณที่ดำรงผ่านกาลสมัยหลายพันปีเพราะเวทมนตร์ ถล่มทลายทอดซากลง

บ้านเมืองจึงสงบสุขมาหลายยุคสมัยด้วยเภทภัยจากปิศาจลดน้อย แต่มนุษย์นั้นกลับเป็นภัยต่อปิศาจเสียเอง ซึ่งทำให้สมดุลโลกบิดเพี้ยนนั้น

กระนั้น มีผู้ไม่ประสงค์ดีลอบเร้นผ่านการอารักขาของเวรยามเผ่าหัวสุนัข โคบอลท์ ซึ่งทำหน้าที่นี้ร่วมกับกิฟเฟนนครเวทที่อยู่ใกล้ซากนคร ตามพันธสัญญาซึ่งให้ไว้เมื่อคราร่างพันธะสัญญาสีขาวอันจะเป็นข้อตกลงที่มิอาจละเมิดในระหว่างเผ่าพันธุ์

ร่างลี้ลับนั้นเล็ดลอดขุดคุ้ยลงไปยังใต้นคร ซึ่งแม้ตัวปราสาทด้านบนและสิ่งปลูกสร้างอื่นๆจะถล่มทลายแต่ช่องใต้ดินอันเป็นสถานที่ลี้ลับ ยังคงอยู่ หนึ่งในนั้นคือลานสุสาน ผู้บุกรุกลึกลับนั้นทำการค้นหาสิ่งหนึ่ง นั่นก็คือวงแหวนเทวทูตบนหัวของดาร์กลอร์ด ซึ่งเป็นไพ่ตายที่จะเปิดช่องมิติดูดทุกชีวิตให้จมหายเข้าไปในต่างโลก แต่ดาร์กลอร์ดแพ้ภัยตนเองเมื่อผู้กล้าเบอร์ลินตีข่ายผนึกอำนาจได้อย่างอัศจรรย์ยังผลให้มีเพียงดาร์กลอร์ดที่ถูกขัง

แต่มีผู้ล่วงรู้ถึงความลับนี้ และทำการเปิดช่องมิตินั้นเพื่อติดต่อกับจอมมารอนธการอีกครั้ง

คนผู้นั้นกลับเป็นฮิวเมสนักรบแสง ผู้ซึ่งอดีตเคยดีงาม จนแม้ดาร์กลอร์ดก็แปลกใจที่คนผู้นี้พยายามติดต่อตน แต่กระนั้น สภาพของฮิวเมสนั้น เป็นเพียงชายแก่ซอมซ่อที่ไม่เหลือเค้าชายหนุ่มรูปงามเลย ด้วยเวลาที่ผ่านไปและสังขารโรยรานั้น

ชายผู้นี้มีอดีตเจ็บแค้นที่ต้องการชำระ แต่หากไร้ซึ่งพลังอำนาจ ก็ไม่อาจทำสำเร็จ แต่พลังอำนาจนั้นจะได้มาจากไหนเล่า การขายวิญญาณแก่ปิศาจ เป็นทางเดียว และอำนาจสูงสุดที่จักได้จากปิศาจ ก็ต้องมาจากจอมมนต์อนธการดาร์กลอร์ดเท่านั้น

ดังนั้น การเสาะตำราลึกลับและขโมยมาจึงต้องทำ การหลบเร้นเข้ามายังเขตแดนต้องห้าม ก็เป็นการเสี่ยง แต่เพื่อสะสางบัญชีแค้นนี้ เขาต้องทำ เพื่อแก้แค้นคนทั้งแผ่นดินที่เหยียบย่ำบีฑาเขาเมื่อหมดประโยชน์นั้น เป็นการสะท้อนให้เห็นความไม่เที่ยงแห่งยศถา

บทขายวิญญาณพอว่าออก อำนาจก็พลั่งพรูสู่ร่างเหี่ยวชรานั้น กลับกลายให้เป็นหนุ่มฉกรรจ์ดังครั้งที่รุ่งเรืองอีกครั้ง ผมหงอกขาวกลับดำขลับด้วยอำนาจมืด แต่กระนั้น ก็ยังทิ้งปริศนาปอยสีขาว ที่ยังเป็นร่องรอยเดิมของความชราท้อแท้สิ้นหวังนั้น พร้อมกับตำหนิแห่งมลทินที่ตนได้ขายคุณธรรมและวิญญาณเป็นทาสช่วงใช้แห่งจอมมาร รอยแผลเป็นรูปสายฟ้าสีดำ ใต้ตาซ้าย

เมื่อได้อำนาจมหาศาล กลาสเฮร์มรังมารที่ชั่วร้ายก็ถูกอำนาจวิเศษดูดหายขึ้นฟ้าไปราวบัญชาจากเทพสวรรค์

ยังผลให้เผ่าโคบอลท์และกิฟเฟน เผชิญกับสถานการณ์ขับขัน สองผู้นำจากโคบอลท์และกิฟเฟนจำต้องปรากฏกายแสดงตัว เพื่อรับทราบสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมานั้น

คือปากันซีลีดเดอร์และลอร์ดอีเดน

ตัวละครหลักของตอนนี้

ดาร์กลอร์ด

จ้าวปิศาจที่มีอำนาจมนต์ดำลือเลื่องและน่าเกรงขาม มีความชิงชังมนุษย์และคาดหวังให้ทั้งโลกนั้นมืดมนดังแดนปิศาจที่มันจากมานั้น

ลอร์ดซีมุท

หรือผู้กล้าฮิวเมซ ผู้ขายวิญญาณแก่จอมมนตรา แลกมาซึ่งพลังอำนาจ เพื่อบรรลุเป้าหมายและหนี้แค้น เป็นจ้าวอสูรตนใหม่ ที่จะสั่นคลอนมิดการ์ดอีกครา

ลอร์ดอีเด็น

ทายาทแห่งเบอร์ลิน เออร์ซ่า เป็นบุตรของบาร์ลิน เออร์ซ่า บุตรชายคนโตของเบอร์ลิน หลังจากบิดาสิ้นชีพก็ได้แสดงผลงานมากมาย จนกระทั่ง เดลาฟิอุส เดโลออนซึ่งไร้ทายาทสิ้นลม เขาก็ได้แต่งตั้งเป็นเจ้านครกิฟเฟน และแน่นอน ความคิดอ่านและอัจฉริยะภาพที่เขาแสดงออก ประกาศถึงความเป็นผู้นำแห่งนครเวท อย่างไร้ข้อกังขา มีชื่อเกรียงไกรและเมตตาธรรมเต็มเปี่ยม

ปากันซี ลีดเดอร์

ผู้นำแห่งเผ่าโคบอลท์ ทายาทแห่งโคบอลท์ลีดเดอร์ ผู้ร่วมสงครามโลหิต หากยังจำได้ เขาคือโคบอลท์หนึ่งเดียวที่พูดภาษามนุษย์ได้ ล่ามแปลตัวน้อยที่คอยเจรจากับเบอร์ลินนั่นเอง การที่เขาพูดจาภาษามนุษย์ได้นั้น เป็นเพราะ เขาคือศิษย์ลับๆของพ่อมด บริดซาดิซ อาจารย์ของเบอร์ลิน ที่เปิดรับศิษย์รุ่นสอง คือโครเรนัส และอีกหนึ่งก็คือปากันซีนี้เอง แน่นอน ทายาทแห่งผู้นำ ก็ได้รับเลือกเป็นผู้นำ แม้อายุจากมากมายนานเนาหลายร้อยปี แต่ก็นับถืออีเด็นเป็นสหาย เช่นเดียวกับเผ่าโคบอลท์ ที่ยอมรับนับถือในความเด็ดเดี่ยวของตระกูลเออร์ซ่า เมื่อคราสมัยของเบอร์เดน ทวดของอีเด็นนั้น

โฮ่ว หมดละ บทนำและบทหนึ่ง

ไว้มาต่อกันใหม่นะ

ขอบคุณที่นั่งอ่าน

สำหรับนิยายภาคแรก http://my.dek-d.com/gathering7/story/view.php?id=160643


edit @ 2007/03/11 15:33:51


ผู้ช่วยฝ่ายบริหารสมาพันธ์แมวเหมียว
View full profile