2008/Jun/18

กราบขออภัยทุกผู้ทุกนามที่ได้รับความเดือดเนื้อร้อนใจจากข้าพเจ้าทั้งหลายทั้งปวง

ด้วยวจี ก็ดี มโนกรรมก็ดี กายกรรมก็ดี

ที่ก่อก็ดี ที่เป็นเหตุให้ก่อก็ดี

ขออโหสิกรรมกับการกระทำอันหละหลวมเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายวุ่นวายแก่ทุกผู้ทุกนาม

ที่ได้ปล่อยให้คนไปป่วนบล๊อคผู้อื่น แม้นไม่ต้องการก็ดี

ความไม่รู้ก็ดี ความละเลยก็ดี

ขอผู้เดือดร้อนเสียหายมากก็ดีน้อยก็ดีให้อภัยแก่ข้าพเจ้าด้วย

กราบ หนึ่ง

กราบ สอง

กราบ สาม

edit @ 18 Jun 2008 18:57:05 by G-Urza:ไปแข่ง CF บอร์ดตูม้าย

edit @ 18 Jun 2008 19:00:51 by G-Urza:ไปแข่ง CF บอร์ดตูม้าย

2008/Jun/13

คืนนี้ศุกร์ 13

เขาว่าเป็นคืนผีหลอกขอกแขกของฝรั่ง นรกจะเปิดประทุเอาผีห่าซาตานออกมาเผ่นพ่านร่านแรดตามเมืองมนุษย์

ได้ข่าวว่าลูซิเฟอร์จะจัดปาตี้ฮิพฮอพที่พัฒน์พงษ์ ส่วนเบลเซบั๊บจะจัดปาตี้กัญชาที่สีลมซอยสี่

 

มั้งมั้ยอะไรวะเนี้ยยยย

 

----------------------

ผมก็เพ้อไปงั้น มีเรื่องที่อยากเขียนมานานแล้ว แต่ไม่มีโอกาสสักที เพิ่งมาว่างเขียนบล๊อกเอาวันนี้ ก่อนหน้านั้นมัวแต่ไร้สาระยุ่ง ๆ อยู่ วันนี้ว่างเลยมีสาระได้ สาระแนกะสารเลวเอาอันไหนดี มีสองทางเลือก

คือผมมานั่งนึก ๆ ดู ไอ้พวกรถรับจ้างนี่ มันหากินกับความไร้ของผู้คนนะ

พวกสองแถวแบบเหมาจ่าย สามล้อเครื่อง หรือแม้แต่มอไซต์รับจ้างบางคน

คือผมเป็นทหารไง

เวลากลับบ้านมันก็ต้องมีรถใช่มะ เพราะผมอยู่ต่างจังหวัด แถมต่างอำเภอ
มันก็ต้องต่อรถสองสถานี

 

พอลงรถเมล์ปั๊บ มาดักเลย

ทหารไปมั้ย ไปมั้ย

 

พอบอกไปมันบอกต้องเหมา จ่ายเท่านั้นเท่านี้

 

ที่ กรุงเทพก็พอกัน

 

มายกมือดักกวักมือเรียกกันสลอน

 

ถ้าใครไม่กร้านวงการขนส่งพอ เสร็จมันแน่ แปดสิบบาท....

 

แรก ๆ ผมก็สังเวยบ่อย

 

หลัง ๆ เริ่มเป็นงานรู้โลเกชั่น

ดิ่งไปที่คิวรถเลยทันที

 

แล้วยังมายกดักกวักเรียกได้แก

บางรายมีอำ รถคิไวม่มี

 

หึย ตอแหรนสด....

 

อย่าลืมนะครับ ไปรถประจำทางตามคิว หรือรถเมล์ ดีกว่า เชื่อผม

 

แปดสิบบาท แพงสรัด

2008/Jun/04

"เพียงเอ่ยออกก็บอกได้ค่อนเรื่อง มันคิดพูดไม่สมควรพูดคิดเอ่ยได้แต่เก็บงำ ความลับทั้งหมดมิพาลพังทลายกลายเป็นข่าวหนาหู แม้นคนตรงหน้าคาดคั้นก็ยังนิ่งเงียบ"

 

สำนวนเทือกนี้ผมเรียกว่าสำนวนกำลังภายใน

ซึ่งผมก็ชอบที่ใช้สำนวนเทือกนี้ แต่ดูมันไม่เข้ากับอย่างอื่นถ้าไม่ใช่นิยายกำลังภายใน มันจึงสร้างความลำบากและความสับสนว่าตกลงผมเขียนเรื่องอะไรกันแน่ จะแนวไหนกันแน่

ส่วนใหญ่ผมก็เขียนไปเรื่อยเปื่อยตามใจอยากเขียนอะไรก็ละเลงไป ๆ เป็นหน้า ๆ จะแฟนตาซีดร่าม่าแอคชั่นบ้าบอล้อเลียน
แต่สำนวนกำลังภายในพวกนี้มันซึมอยู่ในวิถีเขียนของผมไปแล้ว บางคำมันอาจจะไม่คุ้นหูจนอยากแก้กันตงิด ๆ แต่ก็มักจะได้รับคำยืนยันจากผมว่าให้คงรูปประโยคไว้เช่น อาจบางที ใช้ออก
(บก. และฝ่ายพิสูจน์อักษรคงไม่เคยสัมผัสนิยายยุทธ์เป็นแน่ ไม่เช่นนั้นคงไม่ทัดทานกับคำไม่กี่คำที่มีกลาดเกลื่อนในนิยายกำลังภายใน)

เรียกว่ามันเป็นสำนวนที่เจือปนอยู่ในทักษะการเล่าในลักษณะนิยายของผมแล้ว

 

แต่แบบไหน ถึงจะเป็นนิยายยุทธ์จริง ๆ

เรื่องราวที่เต็มไปด้วยการต่อสู้บุญคุณความแค้นของอธรรมและฝ่ายธรรม (อ่านว่า ทำมะ)
การชิงดีชิงเด่น วิญญูชนจอมปลอม ของวิเศษที่แย่งชิงเพื่อความเป็นใหญ่ ยาเม็ดวิเศษเสริมสร้างพลังปราณ ยอดคนเร้นกายงำประกายฝีมือ ?

แค่นี้ก็นับเป็นนิยายยุทธ์

ผมก็ให้คำตอบไม่ได้ว่าแบบไหนถึงจะเป็นนิยายยุทธ์ได้

หรือถ้อยคำสำนวนต้องรัดกุมทุกถ้วนกระบวนความ ยามเล่าเรียงร้อยร่ายต้องสั้นง่ายกระชับ ไม่ใช้คำรุ่มร่วย
ผมว่านั่นมันเป้นความเก่งกาจทางวจนะของผู้แปลมากกว่าที่จะเป็นสำนวนของคนประพันธ์จริง ๆ
ดังนั้นถ้อยคำสำนวนไม่ได้เป็นตัวชี้วีดความเป็นนิยายยุทธ์

 

เราต้องมาดู คำว่ายุทธ์ แปลว่าการสู้รบ ดังนั้น เนือหาย่อมต้องพัวพันกับการต่อสู้ฆ่าฟัน ?
แล้วการต่อสู้ชีวิตดิ้นรนขวนขวายสามารถเรียกหาว่านิยายยุทธ์หรือไม่ หรือการต่อสู้เพื่อเอกราชชาติไทยของชาวบ้านระจัน ถือเป็นนิยายยุทธ์หรือไม่...ก็ไม่อีก มันก็เป็นดราม่าไป เป็นประวัติศาสตร์ไป

แล้วแบบไหนนิยายยุทธ์
ต้องมีกำลังภายใน เป็นนิยายกำลังภายใน จึงจะเรียกว่านิยายยุทธ์

บางทีไม่ใช้กำลังภายในสู้กันด้วยไหวพริบปัญญา อิทะ ปาฏิหาริย์ ก็เรียกหานิยายยุทธ์

 

ผมคิดจนเลิกคิด เลิกที่จะหาคำกัดความมากำกับผลงานของตัวเอง
ผมเรียกโดยรวมว่า เป็น งาน(อยาก)เขียน

ดังนั้นไม่ว่ามันจะออกมาผสมปนเปเฉไฉขนาดไหน ก็ไม่สนใจแล้ว
ได้เขียนในลักษณะที่อยากเขียน ได้เล่าในรื่องที่อยากเล่า
เท่านั้นก็พอแล้ว จะหาคำจำกัดความมากำกับรับรองทำไมน้อ



ผู้ช่วยฝ่ายบริหารสมาพันธ์แมวเหมียว
View full profile